ทริปวุ่นลุ้นรัก ฉบับคนแปลกหน้าที่ไม่คิดจะโคจรมาเจอกัน•ตอนที่ 1

ทริปนี้ต้องรอด

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
“ขอโทษนะครับคุณ... กระเป๋าเดินทางใบนี้มันไม่ใช่ที่เขี่ยบุหรี่ และที่สำคัญ มันคือกระเป๋าแบรนด์ลิมิเต็ดอิดิชั่นที่ผมเพิ่งถอยมาหมาดๆ รบกวนช่วยถอนสายตารingless จากการมองมันเหมือนขยะเปียก แล้วขยับขาออกจากทางเดินของผมสักนิดจะได้ไหมครับ คนข้างหลังเขาจะเดินไม่ได้อยู่แล้ว” เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดระคนรำคาญดังขึ้นเหนือหัว รินรดาที่กำลังนั่งยองๆ งละเหี่ยใจอยู่หน้าเคาน์เตอร์เช็คอินถึงกับชะงัก เธอกำลังใช้กระดาษทิชชูเปียกเช็ดคราบกาแฟที่หกเลอะเทอะตรงล้อกระเป๋าอย่างหัวเสีย เมื่อเงยหน้าขึ้นมองตามต้นเสียง ดวงตากลมโตก็ต้องเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ภาพตรงหน้าคือชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาอ่อนเข้ารูป ร่างสูงโปร่งจนเธอต้องแหงนคอมอง สันจاوโด่งเป็นสันคมรับกับคิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม ดวงตาคู่คมหลังกรอบแว่นสายตาสายตาเรียบเฉยกำลังมองลงมาที่เธอราวกับเธอกำลังสร้างความหายนะระดับชาติให้แก่สนามบินแห่งนี้ ให้ตายเถอะ... พ่อรูปหล่อคนนี้หน้าตาดีระดับพระเอกซีรีส์ก็จริง แต่ติดอยู่เรื่องเดียว... ปากคอเราะרוร้ายเป็นบ้า! “อ้าวคุณ! พูดจาให้มันดีๆ หน่อยสิคะ... เอ๊ย! หมายถึง พูดให้มันรื่นหูกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไงคะ?” รินรดาเผลอหลุดคำลงท้ายแบบเดิมออกไปก่อนจะรีบแก้เกี้ยวด้วยการเปลี่ยนสรรพนามในใจ “ฉันไม่ได้ตั้งใจทำหกใส่สักหน่อย กาแฟมันพุ่งเพราะแผ่นกันกระแทกในกระเป๋าคุณมันสะดุดต่างหากล่ะคะ แล้วอีกอย่าง... กระเป๋าแพงระยับอะไรนั่นน่ะ ป้ายราคายังห้อย่องแจ้คาอยู่เลย รวยแต่เปลือกหรือเปล่าเนี่ย ถึงได้หวงกระเป๋าใบละไม่กี่หมื่นยิ่งกว่าไข่ในหิน” ธันวา (ซึ่งตอนนี้กำลังนึกอยากจะจับบล็อกเกอร์สาวปากเก่งคนนี้โยนใส่สายพานลำเลียงกระเป๋าให้รู้แล้วรู้รอด) ขยับแว่นตาเล็กน้อยเพื่อซ่อนแววตาระอา เขาปรายตามองกระเป๋าเดินทางลุยๆ สติ๊กเกอร์เต็มใบของอีกฝ่าย สลับกับเสื้อฮู้ดตัวโคร่งและกางเกงยีนส์ขาดเข่าที่ดูยังไงก็เหมือนคนเพิ่งตื่นนอนแล้ววิ่งขึ้นแท็กซี่มาสนามบินแบบลนลาน “ผมไม่สนว่าคุณจะรีบไปตายหรือไปทำมาหากินที่ไหนนะครับ แต่กรุณาสำเหนียกด้วยว่า ตอนนี้คุณกำลังขวางทางเดินสี่แพร่งของผู้โดยสารนับร้อยคน และที่สำคัญ...” ธันวาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ลดเสียงลงให้ได้ยินกันแค่สองคน “กระเป๋าใบนี้ราคาเหยียบแสนครับ ไม่ใช่หลักหมื่นอย่างที่คุณว่า และต่อให้มันราคาหลักร้อย ผมก็ไม่มีนโยบายให้ใครมาทำเลอะเทอะโดยไม่ขอโทษสักคำ” “นี่คุณ!” รินรดาลุกพรวดขึ้นยืนจนเกือบจะเอาหน้าผากไปโขกกับคางของอีกฝ่าย แรงปะทะกะทันหันทำให้เธอเซเล็กน้อย ธันวาไวกว่า เอื้อมมือมาคว้าข้อศอกเธอไว้ตามสัญชาตญาณเพื่อให้ทรงตัว การสัมผัสกันเพียงชั่วเสี้ยววินาทีทำให้อุณหภูมิรอบตัวเหมือนจะพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ รินรดารีบชักแขนกลับทันทีราวกับโดนของร้อน ใบหน้าเนียนเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความอับอายผสมความโกรธ “ปล่อยมือเลยนะ! ฉันยืนเองได้” เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาคู่สวยฉายแววพยศ “ฉันขอโทษในส่วนที่ทำหกก็แล้วกัน จบนะ? ต่างคนต่างไปเถอะ ฉันมีไฟลท์ที่ต้องบินต่ออีกยาวไกล ไม่ว่างมาต่อปากต่อคำกับสถาปนิกโรคจิตเจ้าระเบียบแถวนี้หรอก” “สถาปนิกโรคจิต?” ธันวาเลิกคิ้วสูง ทวนคำด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น “คุณรู้ได้ยังไงว่าผมเป็นสถาปนิก หรือว่าแอบมองผมตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว? อืม... ก็ไม่แปลกใจหรอกครับ หน้าตาผมมันดึงดูดคนอยู่แล้ว แต่เสียใจด้วยนะ ผมไม่ชอบคนซุ่มซ่ามที่ชอบสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน” “ย่ะ! หล่อตายล่ะ! หล่อจนอยากจะเอาไม้บรรทัดมาวัดความหนาของหนังหน้าคุณจริงๆ!” รินรดาแยกเขี้ยวใส่ คว้ากระเป๋าเดินทางของตัวเองแล้วกระชากแรงๆ จนล้อหมุนฟรีทิ้งท้าย ก่อนจะสะบัดบ๊อบเดินหนีไปยังเคาน์เตอร์เช็คอินถัดไปอย่างหัวเสีย ธันวายืนมองตามหลังร่างบางที่เดินกระฟัดกระเฟียดหายฝูงชนไป เขาส่ายหัวเบาๆ พลางก้มลงมองกระเป๋าตัวเองที่มีคราบกาแฟจางๆ ติดอยู่ มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างอดไม่ได้ ยัยตัวแสบนี่... ทั้งดื้อ ทั้งปากดี และซุ่มซ่ามเป็นที่หนึ่ง เป็นประเภทมนุษย์ที่เขาเกลียดและพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดชีวิตแท้ๆ แต่ไม่รู้ทำไม... สายตาเจ้ากรรมถึงยังจำภาพดวงตากลมโตที่กำลังโกรธจนตาขวางเมื่อครู่ได้อย่างแม่นยำ จังหวะนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของธันวาก็สั่นครืดขึ้นมา เขาหยิบมันขึ้นมาดู ปรากฏข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชตของบริษัททัวร์การเดินทาง... *[ระบบอัตโนมัติ]: แจ้งรายชื่อผู้ร่วมทริป "สำรวจเส้นทางลับ 40 วัน" - กรุณาตรวจสอบรายชื่อหัวหน้าทริปและสมาชิกคู่หูของคุณ* ธันวากดเปิดอ่านด้วยความรำคาญใจนิดๆ เพราะเขาถูกบริษัทบังคับให้มาทำโปรเจกต์เก็บข้อมูลสถาปัตยกรรมท้องถิ่นแลกกับการอนุมัติงบออกแบบตึกระฟ้า แต่เมื่อเลื่อนสายตาลงมาอ่านรายชื่อสมาชิกคู่หูที่ต้องเดินทางร่วมกันตลอดสี่สิบวันเต็ม ชื่อที่ปรากฏหราอยู่บรรทัดบนสุดทำเอาเลือดในกายของสถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบถึงกับหยุดไหลไปชั่วขณะ *ชื่อคู่หูของคุณ: Ms. Rinrada (รินรดา)* *หมายเหตุ: สมาชิกทั้งสองท่านจะต้องแชร์ห้องพักและเดินทางร่วมกันทุกจุดหมายปลายทางตลอดทริป* ธันวานิ่งค้างไปสามวินาที สมองที่เคยประมวลผลแปลนอาคารได้อย่างแม่นยำกลับขาวโพลนขึ้นมาดื้อๆ เขากวาดสายตาเลิกลั่กมองไปรอบบริเวณเคาน์เตอร์สนามบินที่ผู้คนพลุกพล่าน ก่อนจะสะดุดตากับแผ่นหลังของหญิงสาวผมยาวที่เพิ่งจะมีเรื่องทะเลาะกับเขาเมื่อกี้กำลังยืนแจกบัตรคิวอยู่หน้าประตูทางออกขึ้นเครื่อง... ชิบหายแล้ว... นี่เขาต้องไปติดเกาะ/ติดป่า/ติดเขา กับยัยตัวแสบปากหมาคนนี้น่ะเหรอเนี่ย! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเปิดอ่านตอนแรกไปพร้อมกับ "แบกเป้ท่องโลก" นะครับ
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทริปวุ่นลุ้นรัก ฉบับคนแปลกหน้าที่ไม่คิดจะโคจรมาเจอกัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%