พนักงานบัญชีวิญญาณกับอาจารย์สาวผู้ปิดตายตึกร้าง•ตอนที่ 12

การตัดสินใจของบัญชีหนุ่ม

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
"ใบลาออกฉบับนี้... ผมขออนุญาตพับเก็บใส่กระเป๋าเสื้อไว้ก่อนนะครับ อาจารย์ริน" เสียงกระดาษ A4 ที่ถูกพับทบครึ่งอย่างประณีตและแม่นยำด้วยสันมือของธันวา ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในห้องเอกสารชั้น 4 ของตึกร้าง หน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาส่วนตัวของเขาไม่ได้แสดงตารางงบดุลหรือตัวเลขกำไรขาดทุนของบริษัทเหมือนเช่นเคย ทว่ามันกลับปรากฏหน้าต่างสีแดงฉานที่มีรหัสโค้ดกระพริบถี่รัว พร้อมเสียงแจ้งเตือนระบบบัญชีวิญญาณที่ดังระรัวราวกับเสียงหัวใจเต้นผิดจังหวะ [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการปลุก "สัญญาอาคมระดับ SSS" — เงื่อนไขการชำระหนี้วิญญาณถูกกระตุ้น] [สถานะปัจจุบัน: บอสลับแห่งตึกร้าง "แม่ทัพเงือกโลหิต" ลืมตาตื่นขึ้นแล้ว...] ดวงตาภายใต้กรอบแว่นทรงเหลี่ยมของธันวาไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวอย่างที่ควรจะเป็น แม้ว่าเม็ดเหงื่อกาฬจะผุดพรายขึ้นตามไรผมและสันหลังของเขาจะเย็นเยียบจนชาไปหมดแล้วก็ตาม ในฐานะพนักงานบัญชีผู้ยึดมั่นในหลักการและตัวเลข ธันวามองเห็น "ความผิดปกติ" ในโครงสร้างอาคมนี้อย่างทะลุปรุโปร่ง "คุณธันวา... คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่" อาจารย์รินหันขวับมามองเขา ดวงตาคู่สวยที่มักจะเยือกเย็นและฉายแวววิเคราะห์อยู่เสมอกลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างเพรียวในชุดสูทลำลองสีเข้มขยับถอยหลังไปครึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่างจากรัศมีพลังงานสีแดงฉานที่แผ่พุ่งออกมาจากพื้นคอนกรีตเบื้องล่าง "การปฏิเสธการลาออกในวินาทีที่สัญญา SSS ถูกกระตุ้น หมายความว่าคุณกำลังเซ็นสัญญาผูกพันวิญญาณร่วมกับฉันในฐานะ 'ผู้ร่วมชำระหนี้' อย่างเป็นทางการ ความเสี่ยงที่คุณจะสูญเสียตัวตนไม่ใช่ร้อยละห้าสิบอีกต่อไป แต่มันคือหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม" "ผมทราบดีครับอาจารย์" ธันวาตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบมองลอดผ่านเลนส์แว่นไปยังรอยแยกของพื้นปูนที่เริ่มมีไอสีดำและกลิ่นคาวสนิมลอยคลุ้งขึ้นมา "แต่ในฐานะนักบัญชีแล้ว ผมทนเห็น 'บัญชีที่ไม่ลงตัว'ไม่ได้หรอกครับ... หนี้สินทางวิญญาณที่ถูกสะสมข้ามกาลเวลามานานกว่าสามสัปดาห์โดยไม่มีการบันทึกตัดจำหน่ายอย่างถูกต้อง หากปล่อยให้บอสลับตนนี้ตื่นขึ้นมาอาละวาด งบการเงินของตึกร้างแห่งนี้คงพังพินาศ และผมคงไม่สามารถเอาหน้าไปพบกับใครได้อีกถ้าต้องหนีออกไปทั้งๆ ที่ยังตรวจงบไม่เสร็จ" ริมฝีปากบางของอาจารย์รินเม้มเข้าหากันแน่น เธอมองชายหนุ่มผู้สวมชุดพนักงานออฟฟิศยับยู่ยี่ด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา มีทั้งความระคนประหลาดใจและความนับถือลึกๆ ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีเยือกเย็นนั้น ผู้ชายคนนี้ไม่เพียงแต่ฉลาดรอบคอบจนน่ากลัว แต่เขายังมีความกล้าหาญแบบที่เธอก็คาดไม่ถึงเช่นกัน "ถ้าเช่นนั้น..." อาจารย์รินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ มือเรียวบางตวัดขึ้นวาดอักขระโบราณกลางอากาศอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นแสงสีทองจางๆ ปกป้องรอบตัวทั้งสองคนไว้ชั่วคราว "เรามีเวลาไม่ถึงสามนาทีในการวิเคราะห์รูปแบบการโจมตีของ 'แม่ทัพเงือกโลหิต' ตัวตนนอกบัญชีนี้ไม่ใช่ภูตผีธรรมดา แต่มันคือแม่ทัพโบราณที่จมดิ่งลงสู่ก้นบึงแห่งความแค้นจากการทุจริตงบประมาณการก่อสร้างตึกเมื่อหลายสิบปีก่อน" "ข้อมูลเชิงโครงสร้างสอดคล้องกับสมมติฐานของผมพอดีครับ" ธันวาขยับแว่นตาครั้งหนึ่ง นิ้วเรียวรัวลงบนแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์พกพาด้วยความเร็วสูง หน้าจอแสดงผังกราฟิกสามมิติของโครงสร้างตึกร้างที่ถูกซ้อนทับด้วยกระแสคลื่นพลังงานวิญญาณ "ลองดูแพทเทิร์นการกระพริบของเรดาร์สซิสเต็มตรงนี้สิครับอาจารย์ มันไม่ใช่การสุ่มโจมตี แต่เป็นการเคลื่อนไหวตาม 'รอบบัญชี' ทุกๆ หกสิบวินาที แรงกดดันจากวิญญาณจะพุ่งสูงสุดเพื่อรีเซ็ตเขตอาคม" "รอบบัญชี..." อาจารย์รินทวนคำ ดวงตาเป็นประกายขึ้นมาทันที "ใช่แล้ว! วิญญาณระดับแม่ทัพตนนี้ผูกติดกับบัญชีลับการยักยอกงบวัสดุก่อสร้าง มันจึงต้องทำพิธี 'ปิดงบ' ทุกๆ หนึ่งนาทีเพื่อให้บัญชีสมบูรณ์ในแบบบิดเบี้ยวของมัน!" "ถูกต้องครับ" ธันวาแย้มยิ้มบางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่นักบัญชีมักจะมีเมื่อพวกเขาสามารถแกะรอยตัวเลขที่หายไปนับล้านบาทได้สำเร็จ "และช่องโหว่ทางบัญชีในจุดนั้นก็คือ ในช่วงวินาทีที่ห้าสิบเก้าถึงวินาทีที่หกสิบ จะเป็นช่วงเวลาที่โครงสร้างอาคมเกิดรอยต่อและอ่อนแอที่สุด เนื่องจากระบบต้องประมวลผลยอดรวมทั้งหมด" ตูมมมม! แรงสั่นสะเทือนมหาศาลระเบิดขึ้นจากพื้นห้อง พื้นคอนกรีตแตกร้าวออกเป็นทางยาว ร่างสูงใหญ่โปร่งแสงในชุดเกราะโบราณที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสีดำและเกล็ดปลาสะท้อนแสงประหลาดค่อยๆ ผุดขึ้นมาจากความว่างเปล่า ดวงตาสดสีโลหิตจ้องมองตรงมาที่พวกเขาทั้งสองด้วยจิตสังหารอันรุนแรง กลิ่นอายความตายแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้วจนอากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นของเหลวที่หนืดข้น "มันมาแล้ว!" อาจารย์รินตะโกนเตือน พร้อมกับปลดปล่อยพลังอาคมสีทองสว่างวาบออกปะทะกับแรงกดดันนั้นทันที ร่างของเธอเซถอยหลังไปสองก้าวด้วยความต่างชั้นของพลังวิญญาณ "อาจารย์ครับ! อีกสิบวินาทีจะถึงรอบบัญชีที่หกสิบ!" ธันวาตะโกนบอกเสียงดังแข่งกับเสียงคำรามกึกก้องของแม่ทัพเงือกโลหิต มือซ้ายของเขาถือเอกสารงบดุลเก่าๆ ที่ฉีกออกมา ส่วนมือขวาถือปากกาหมึกซึมที่เปล่งแสงสีฟ้าเรืองรอง "ผมจะใช้ 'สิทธิ์การตรวจสอบบัญชีพิเศษ' เบี่ยงเบนความสนใจของมัน ส่วนอาจารย์ช่วยใช้อาคมตรึงจุดอ่อนตรงหัวใจเงือกให้ทีนะครับ!" "อันandตรายเกินไปนะธันวา!" อาจารย์รินร้องท้วงด้วยความเป็นห่วงเป็นใยที่หลุดออกมาจากน้ำเสียงเยือกเย็นนั้น "ไม่ต้องห่วงครับ..." ธันวาก้าวออกไปยืนบังเบื้องหน้าอาจารย์สาวอย่างสุภาพและมั่นคง ดวงตาภายใต้กรอบแว่นจดจ้องตรงไปยังคมหอกโลหิตที่กำลังพุ่งตรงเข้ามาหาพวกเขาด้วยความเร็วสูง "ในโลกนี้ไม่มีตัวเลขไหนที่ผมแก้ไม่ได้... และไม่มีวิญญาณตนไหนที่จะมาทำลายระบบระเบียบในพื้นที่รับผิดชอบของผมได้เช่นกันครับ!" เขายกปากกาขึ้นชี้ตรงหน้า พร้อมกับที่หน้าจอคอมพิวเตอร์แสดงผลประเมินสถานะขั้นสุดท้ายอย่างสมบูรณ์แบบ [ระบบบัญชีวิญญาณ: ยืนยันการทำรายการพิเศษ — ผู้ใช้: ธันวา] [เป้าหมาย: แม่ทัพเงือกโลหิต (ระดับ SSS)] [สถานะ: กำลังดำเนินการตรวจสอบข้อผิดพลาด...] ในวินาทีที่ปลายหอกโลหิตห่างจากหน้าผากของธันวาเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น ประตูกระจกบานใหญ่ที่ควรจะถูกปิดตายทางด้านหลังของห้องเอกสาร ก็พลันสะท้อนแสงไฟแปลกประหลาดขึ้นมา พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ—ก๊อก ก๊อก ก๊อก—และร่างเงาดำทมิฬร่างที่สามก็ก้าวทะลุมิติเข้ามาในห้อง พร้อมกับเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ทำให้เลือดในกายของทั้งธันวาและอาจารย์รินต้องหยุดนิ่ง "ขอโทษทีนะ... พอดีฉันเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีภายนอกที่พวกเธอไม่ได้เชิญมาหรือเปล่า?" (โปรดติดตามตอนต่อไป) *ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตรวจงบวิญญาณไปกับผมเสมอนะครับ*
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานบัญชีวิญญาณกับอาจารย์สาวผู้ปิดตายตึกร้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%