"ผลต่างสองหมื่นเจ็ดพันบาทถ้วน... ตัวเลขนี้ไม่มีทางหลุดรอดจากตารางกระทบยอดบัญชีประเภทที่สามไปได้หรอกครับ ถ้าไม่ใช่เพราะมีรายการเบิกจ่ายผีที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมของหมวดค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด"
เสียงพึมพำของธันวา ดังสะท้อนก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงัดของสำนักงานบัญชีชั้นสิบแปด แสงไฟนีออนสีขาวนวลจากเพดานส่องกระทบสันแว่นกรอบโลหะของเขาจนเกิดประกายสะท้อนวับวาว นิ้วเรียวยาวของพนักงานบัญชีหนุ่มกำลังเคาะแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ด้วยความเร็วสม่ำเสมอราวกับจังหวะของ metronome ในห้องซ้อมดนตรี บนโต๊ะทำงานของเขารายล้อมไปด้วยแฟ้มเอกสารกระดาษสีน้ำตาลที่ถูกกองพะเนินสูงท่วมหัว ราวกับป้อมปราการกระดาษที่ตั้งขึ้นเพื่อต่อสู้กับเดดไลน์สิ้นเดือน
ในโลกของตัวเลข บัญชีคือความจริงอันเที่ยงธรรม หนี้ต้องเท่ากับสินทรัพย์บวกทุน ทุกอย่างมีกฎเกณฑ์ มีโครงสร้าง และมีเหตุผลมารองรับเสมอ นั่นคือสิ่งที่ธันวาเชื่อมั่นมาตลอดสามปีในการทำงานที่ตึกแกรนด์ทาวเวอร์แห่งนี้ ตึกสำนักงานเกรดเอที่ภายนอกดูทันสมัยและเพียบพร้อม แต่ในยามวิกาล—เมื่อเข็มยาวของนาฬิกาชี้ผ่านเลขสิบสองไปแล้ว—ตึกหลังนี้มักจะเปิดเผย "โครงสร้างอีกชุดหนึ่ง" ที่ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในผังวิศวกรรมของอาคาร
กร๊อบ... แกร็ก...
เสียงคล้ายเล็บคมขูดขีดไปกับพื้นผิวพลาสติกของแผงกั้นโต๊ะทำงานดังขึ้นแผ่วเบาจากมุมมืดทางเดินโซนบัญชีฝั่งตะวันตก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่หลอดไฟเพดานเพิ่งจะกระพริบดับไปเมื่อหนาทีก่อน ธันวาชะงักมือที่กำลังกดบันทึกไฟล์ Excel เล็กน้อย ดวงตาหลังเลนส์แว่นหันไปมองความว่างเปล่าเบื้องขวาผ่านหางตา
ไม่มีลมพัด หน้าต่างทุกบานในอาคารนี้ถูกซีลปิดตายด้วยระบบปรับอากาศส่วนกลาง แต่กระดาษรายงานงบดุลแผ่นหนึ่งที่วางอยู่ริมขอบโต๊ะกลับปลิวตกลงสู่พื้น ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นหยิบมันขึ้นมาแล้วปล่อยทิ้งอย่างจงใจ
"เอกสารงบกระแสเงินสดประจำไตรมาสที่สาม... ตกอยู่ในโซนที่ไม่มีการจัดสรรงบประมาณกระดาษ" ธันวาพึมพำเบาๆ พร้อมกับขยับเนคไทสีเทาเข้มของตนเองเล็กน้อยเพื่อคลายความอึดอัด เขาไม่ได้รู้สึกตกใจจนตัวสั่นเทาเหมือนคนทั่วไป เพราะตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบบแจ้งเตือนปริศนาในหัวของเขาได้เริ่มทำงานขึ้นเองอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย—ระบบที่เขาตั้งชื่อให้มันในใจว่า 'โปรแกรมตรวจสอบบัญชีวิญญาณ'
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบความผิดปกติของพลังงานตกค้างในพื้นที่โซน B (บัญชีต้นทุน) ระดับความรุนแรง: Class-2 คำแนะนำ: ห้ามสบตาเงาสะท้อนในจอภาพขณะทำการคำนวณยอดคงเหลือสุทธิ]
หน้าต่างโปร่งใสสีฟ้าอ่อนที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศโดยไม่มีใครมองเห็น นอกจากตัวเขาเอง ทำหน้าที่ประมวลผลสภาพแวดล้อมรอบตัวด้วยอัลกอริทึมที่ซับซ้อน ธันวากวาดสายตาอ่านค่าพารามิเตอร์เหล่านั้นอย่างรวดเร็วด้วยความสุขุม เยือกเย็น และรอบคอบ สมองส่วนหน้าของเขาทำงานอย่างเป็นระบบเพื่อคำนวณความเสี่ยง แทนที่จะกรีดร้องโวยวาย เขากลับหยิบปากกาหมึกซึมด้ามโปรดขึ้นมาหมุนปลอกออกเตรียมพร้อม
"ถ้าจะเข้ามาตรวจสอบบัญชีของผม อย่างน้อยก็ควรส่งหมายแจ้งล่วงหน้าสามวันทำการตามระเบียบบริษัทนะครับ" ธันวาเอ่ยขึ้นลอยๆ น้ำเสียงของเขาเรียบสนบและสุภาพ ราวกับกำลังพูดคุยกับลูกค้าผู้ทรงเกียรติที่มาชำระภาษีล่าช้า
สิ้นเสียงของเขา อุณหภูมิรอบตัวก็ลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวจางๆ เงาทึบแสงสายหนึ่งเริ่มก่อตัวขึ้นจากความมืดบริเวณตู้เก็บเอกสารเหล็กสีเทา ร่างนั้นบิดเบี้ยวและยืดยาวผิดสัดส่วนโครงสร้างมนุษย์ กระดูกสันหลังส่งเสียงลั่นดังกร๊อบแกร๊อบทุกครั้งที่มันขยับเคลื่อนกายเข้าใกล้โต๊ะทำงานของเขา ใบหน้าของเงาวิญญาณไร้ซึ่งดวงตา มีเพียงรอยฉีกขาดกว้างถึงใบหูที่กำลังอ้ากว้าง ปรากฏกลุ่มก้อนตัวเลขสีแดงฉานนับร้อยตัวไหลวนเวียนอยู่ภายในช่องปากที่ว่างเปล่า
นั่นคือบัญชีหนี้สินที่ยังไม่ได้สะสาง... วิญญาณพนักงานเก่าที่เสียชีวิตคาโต๊ะทำงานจากภาวะหัวใจล้มเหลวเมื่อห้าปีก่อน แต่ระบบการลาออกจากบริษัทของที่นี่กลับถูกระงับไว้ ทำให้ดวงวิญญาณยังคงติดอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของตึกแห่งนี้ กลายเป็นลูกหนี้ที่ไม่มีวันปลดเปลื้อง
มืออันเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งไร้ชีพจรเอื้อมแตะลงบนไหล่ขวาของธันวา แรงกดมหาศาลถาโถมเข้ามาพร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหู
*“นาย... คำนวณ... ผิด... บรรทัด...”*
ธันวาไม่สะดุ้งโหยง เขายังคงนั่งหลังตรง ตาล็อกนิ่งอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ นิ้วมือข้างซ้ายขยับพิมพ์คำสั่งสูตรคำนวณลงไปอย่างรวดเร็วเพื่อเรียกข้อมูลย้อนหลังของพนักงานคนดังกล่าวขึ้นมาแสดงผลบนหน้าจอ
"ผมตรวจสอบสามรอบแล้วครับ ไม่มีความผิดพลาดใดๆ ในงบดุลของปีนั้น... ยกเว้นเสียแต่ว่า ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลฉุกเฉินของคุณ จะถูกฝ่ายบุคคลปัดตกเพราะยื่นเบิกเกินกำหนดเวลาสามสิบนาที ซึ่งนั่นไม่ใช่ความผิดของแผนกบัญชี แต่เป็นความบกพร่องของระบบการจัดการทรัพยากรบุคคลต่างหากครับ"
ธันวาหันขวับกลับไปจ้องมองดวงตาดำมืดไร้แววของวิญญาณตนนั้นตรงๆ โดยไม่หลบสายตา ความกล้าหาญที่ขับเคลื่อนด้วยหลักการอันแน่นหนาทำให้รัศมีสีฟ้าจากระบบในหัวของเขาส่องประกายเจิดจ้าขึ้นจนขับไล่ความมืดรอบตัวให้ถอยร่นไปหลายเซนติเมตร
เงาวิญญาณชะงักงัน รอยฉีกขาดที่ใบหน้าขยับยุบยิบราวกับมันกำลังใช้ความคิดภายใต้จิตสำนึกที่แตกสลาย
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากทางเดินยาวด้านนอก เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนอย่างเป็นจังหวะ มั่นคง และเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่กดขี่วิญญาณรอบข้างให้สงաբลงทันที
ปัง!
ประตูห้องทำงานกระจกนิรภัยถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง ร่างเพรียวบางในชุดสูทลำลองสีดำสนิทและเสื้อเชิ้ตคอปกสีขาวสะอาดตาปรากฏขึ้นที่กรอบประตู อาจารย์สาวผู้มีเรือนผมสีดำสนิทรวบตึงไว้ด้านหลัง ใบหน้ารูปไข่เรียบนิ่งเยือกเย็น ดวงตาสีเข้มคมกริบกวาดตามองเหตุการณ์ทั้งหมดในห้องด้วยความรวดเร็วราวกับเรดาร์ตรวจจับพลังงาน
ในมือของเธอกำด้ามไม้เท้าโบราณที่สลักลวดลายอักขระอาระบิกผสมอักษรจีนโบราณเอาไว้แน่น
"ธันวา คุณกำลังทำอะไรกับบัญชีแยกประเภทของแผนกอาถรรพ์ชั้นใต้ดินอีกแล้ว?"
เสียงทุ้มนุ่มน่าฟังแต่แฝงไว้ด้วยความดุดันเล็กน้อยของอาจารย์รินดังขึ้น เธอสาวเท้าก้าวเข้ามาในห้องด้วยความเร็วสูง ปลายไม้เท้าเคาะลงกับพื้นสามครั้งเกิดเป็นคลื่นกระแสอณูอักขระสีทองคำเปลวพุ่งกระจายออกไปเป็นวงกว้าง ล้อมรอบตัววิญญาณพนักงานบัญชีเก่าเอาไว้ภายในเขตอาคมทันที
วิญญาณตนนั้นส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดเมื่อสัมผัสกับเขตอาคม ก่อนจะถูกดูดกลืนหายเข้าไปในยันต์กระดาษสีเหลืองที่อาจารย์รินสะบัดมือดึงออกมาแปะลงกลางอากาศอย่างแม่นยำ
ห้องทั้งห้องกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศของคอมพิวเตอร์ที่ยังคงทำงานต่อไป
อาจารย์รินถอนหายใจยาวเหยียด เธอปรายตามองพนักงานบัญชีหนุ่มที่ยังคงนั่งกอดอกถือปากกาหมึกซึมด้วยท่าทีสุขุมนุ่มลึกราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดจะตำหนิเล็กน้อย
"ฉันบอกคุณกี่ครั้งแล้วว่า หลังเที่ยงคืน ตึกนี้ไม่ใช่สถานที่สำหรับคนที่มีชีวิตอยู่จะมานั่งเคลียร์ยอดบัญชีสะสม? และที่สำคัญ..." อาจารย์รินหยุดเดินแล้วโน้มตัวลงมาใช้สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของธันวา "คุณไปเอาความกล้าหาญบ้าบิ่นแบบนี้มาจากไหน ถึงกล้าไปต่อรองทางกฎหมายกับวิญญาณระดับ Class-2 ตัวคนเดียว?"
ธันวาขยับแว่นตาเล็กน้อย เขายิ้มรับบางๆ อย่างสุภาพตามวิสัยทัศน์ของนักคำนวณมืออาชีพ
"ผมไม่ได้บ้าบิ่นหรอครับอาจารย์... ผมแค่ทำตามหลักการบัญชีที่ว่าด้วยความยุติธรรมและความโปร่งใส ซึ่งดูเหมือนว่า... มันจะครอบคลุมไปถึงโลกหลังความตายด้วยเช่นกัน"
อาจารย์รินชะงักไปครู่หนึ่ง มุมปากของเธอโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง ก่อนที่เธอจะเอ่ยประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ธันวาต้องขนลุกซู่โดยไม่ทราบสาเหตุ
"งั้นก็ดี... ในเมื่อคุณชอบความโปร่งใสขนาดนั้น พรุ่งนี้เตรียมตัวย้ายโต๊ะทำงานลงไปที่ชั้นลบสิบสอง... เพราะบัญชีที่คุณเพิ่งจะตรวจสอบเมื่อครู่ มันไม่ใช่ของพนักงานธรรมดา แต่มันคือรายชื่อของผู้ถือหุ้นใหญ่คนแรกของตึกนี้ที่เพิ่งจะฟื้นคืนชีพขึ้นมาเมื่อห้านาทีก่อน..."
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตรวจสอบบัญชีวิญญาณไปพร้อมกับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
พนักงานบัญชีวิญญาณกับอาจารย์สาวผู้ปิดตายตึกร้าง•ตอนที่ 1
โอทีหลังเที่ยงคืน
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานบัญชีวิญญาณกับอาจารย์สาวผู้ปิดตายตึกร้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!