พนักงานบัญชีวิญญาณกับอาจารย์สาวผู้ปิดตายตึกร้าง•ตอนที่ 2

กฎสามข้อของอาคาร

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
"ถ้าคุณยังก้าวขาขวาลงบนพื้นกระเบื้องแผ่นที่สามนั่นอีกครั้ง ผมรับรองได้เลยว่ากระดูกสันหลังของคุณจะถูกบิดจนเป็นเกลียวเหมือนผ้าขี้ริ้วที่ถูกซักด้วยมือคนตายครับ" เสียงเรียบเรื่อยที่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาลดังขึ้นจากเงามืดหลังเสาปูนเปลือย ธันวาหยุดกะทันหัน ปลายรองเท้าคัทชูของเขาห่างจากแผ่นกระเบื้องลายหินอ่อนสีซีดเพียงไม่กี่มิลลิเมตร กลิ่นอายของความชื้นและฝุ่นละอองที่อบอวลอยู่ในอากาศดูเหมือนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบที่แล่นผ่านไขสันหลัง เขาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามคุมสติที่กำลังกระเจิดกระเจิงจากการเผชิญหน้ากับสิ่งที่ 'อธิบายไม่ได้' เมื่อครู่ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปมองต้นเสียง อาจารย์รินยืนอยู่ตรงนั้น ร่างโปร่งในชุดทำงานกึ่งทางการสีเข้มดูขัดแย้งกับสภาพตึกร้างที่ควรจะมีเพียงเศษซากปรักหักพัง เธอไม่ได้ถืออาวุธหรือเครื่องรางใดๆ ในมือ มีเพียงสมุดบันทึกเล่มหนาที่ถูกหุ้มด้วยหนังเก่าคร่ำคร่า แววตาของเธอคมกริบราวกับใบมีดที่ผ่านการเจียระไนมาอย่างดี "คุณเป็นใคร แล้วกฎที่ว่า... แผ่นที่สามนั่นมันหมายความว่ายังไงครับ?" ธันวาถาม พยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น เขาเป็นนักบัญชี เขาเชื่อในตรรกะ ตัวเลข และสมการ แต่สิ่งที่เขากำลังพบเจออยู่ตรงหน้านี้ไม่มีสูตรคำนวณใดในตำราพื้นฐานที่จะรองรับได้ อาจารย์รินขยับตัวก้าวออกมาจากมุมมืด ท่วงท่าของเธอสงบนิ่งและแม่นยำ ทุกย่างก้าวดูเหมือนถูกคำนวณมาอย่างถี่ถ้วน "ที่นี่ไม่ใช่สำนักงานบัญชีที่คุณคุ้นเคย ธันวา กฎฟิสิกส์ที่นี่อาจจะทำงาน แต่กฎของอาคารนี้สิที่สำคัญกว่า มันคือกฎทางบัญชีของวิญญาณ... ทุกอย่างต้องลงตัว และทุกอย่างต้องมีราคาที่ต้องจ่าย" เธอใช้นิ้วชี้เคาะเบาๆ ลงบนอากาศราวกับกำลังเปิดหน้าต่างโปรแกรมที่มองไม่เห็น ก่อนจะสะบัดมือเบาๆ ภาพโฮโลแกรมกึ่งโปร่งแสงสีฟ้าจางๆ ก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ มันคือแผนผังของตึกนี้ แต่แทนที่จะเป็นทางเดินและห้องทำงาน มันกลับเต็มไปด้วยสัญลักษณ์แปลกประหลาดที่ขยับเขยื้อนอยู่ตลอดเวลา "นี่คือกฎสามข้อที่คุณต้องจำให้ขึ้นใจ หากอยากมีลมหายใจเหลือไว้กรอกข้อมูลรายงานสิ้นปีนี้" เธอเริ่มไล่เรียงด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด "ข้อหนึ่ง: ห้ามเดินเหยียบรอยต่อของกระเบื้องเกินสองแผ่นในคราวเดียว อาคารนี้บันทึกจำนวนก้าวของคุณ หากคุณเดินเป็นจังหวะที่ 'ไม่ลงตัว' กับพื้นผิว มันจะถือว่าคุณเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ต้องถูกกำจัดเพื่อรักษาดุลยภาพ" "ข้อสอง: อย่าหันหลังกลับหากได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองจากในช่องระบายอากาศ ไม่ว่าเสียงนั้นจะฟังดูเหมือนหัวหน้างาน แม่ หรือแม้แต่ตัวคุณเองในอนาคต เพราะนั่นคือการ 'ทวงคืน' ของอาคาร หากคุณหันไป คุณจะถูกดึงเข้าสู่ช่องว่างมิติที่ไม่มีวันออกได้" ธันวากลืนน้ำลายอึกใหญ่ สายตาของเขาจับจ้องไปที่สัญลักษณ์บนแผนผังที่เริ่มเปลี่ยนสีจากขาวเป็นแดงก่ำอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกได้ถึงความกดดันที่เพิ่มขึ้นในอากาศ "และข้อสาม..." อาจารย์รินหยุดเว้นจังหวะ สายตาคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของธันวา "หากระบบการมองเห็นของคุณเริ่มแสดงค่าความผิดปกติเหมือนตัวเลขติดลบในงบดุล จงหลับตาแล้วตั้งสมาธิถึงตำแหน่งที่คุณเดินเข้ามาครั้งแรก... กฎข้อนี้คือสิ่งเดียวที่จะยึดเหนี่ยวตัวตนของคุณไว้ไม่ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของผนังปูนเหล่านี้" ธันวานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สมองของเขากำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลนี้ด้วยความเร็วสูง ในฐานะพนักงานบัญชี เขาชินกับการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนภายใต้ความกดดัน และกฎสามข้อนี้... หากมองให้ดี มันก็เหมือนกับอัลกอริทึมที่มีข้อยกเว้นเพียงเล็กน้อย "ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด..." ธันวาเริ่มพูด น้ำเสียงของเขาเริ่มมั่นคงขึ้น "กฎข้อแรกเกี่ยวกับการจำกัดพื้นที่ ข้อสองเกี่ยวกับการปฏิเสธการแทรกแซงทางเสียง และข้อสามคือระบบป้องกันตัวเองจากการถูกครอบงำ... อาจารย์กำลังบอกว่าตึกนี้ทำงานเหมือนฐานข้อมูลที่กำลัง Overload ใช่ไหมครับ?" รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของอาจารย์ริน มันไม่ใช่รอยยิ้มที่อ่อนโยน แต่เป็นรอยยิ้มที่แสดงถึงความพึงพอใจใน 'ตัวเลือก' ที่เธอเลือกมา "ฉลาดมาก ธันวา คุณเริ่มมองเห็นแพทเทิร์นของมันแล้ว" เธอพยักหน้า ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าเคร่งขรึมเมื่อสัญลักษณ์บนแผนผังกลางอากาศเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทพร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนที่ดังแหลมสูงก้องไปทั่วโถงทางเดิน "ดูเหมือนคุณจะไม่ได้มาที่นี่แค่เพื่อตรวจสอบตัวเลขหรอกนะ..." อาจารย์รินหันไปมองทางเดินมืดมิดที่ปลายสุดทาง ซึ่งจู่ๆ ก็มีไอเย็นยะเยือกพุ่งออกมาพร้อมกับเสียงลากวัตถุหนักๆ ไปกับพื้นไม้ ธันวาขมวดคิ้ว เขาเห็นระบบอินเตอร์เฟซเล็กๆ ที่มุมสายตาของตัวเองมันเด้งแจ้งเตือนขึ้นมาด้วยตัวอักษรสีแดงฉานที่อ่านได้ชัดเจนว่า: **[คำเตือน: ตรวจพบระดับพลังงานวิญญาณเกินขีดจำกัด บอสลับประจำชั้น 4: 'ผู้ตรวจการไร้หน้า' ได้เริ่มเปิดการทำงานแล้ว]** ทันใดนั้นเอง บานประตูเหล็กที่ปิดตายอยู่สุดทางเดินก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีบางสิ่งที่ใหญ่โตและหิวโหยพยายามจะพังมันออกมา และในขณะที่ธันวากำลังจะก้าวถอยหลัง เสียงกระซิบที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาดก็ดังขึ้นจากด้านหลังของเขาเอง "คุณพบช่องว่างในงบดุลแล้วใช่ไหมครับ... พนักงานบัญชีคนใหม่" ร่างของชายในชุดสูทสีเทาเปียกโชกไปด้วยของเหลวสีดำก้าวออกมาจากเงามืดของผนังที่เขาเพิ่งจะพิงอยู่เมื่อครู่ ใบหน้าของคนผู้นั้นเรียบเนียนสนิทไร้ซึ่งดวงตา จมูก หรือปาก มีเพียงรอยเย็บเส้นยาวที่ดูเหมือนการปิดผนึกเอกสารสำคัญอย่างไรอย่างนั้น ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความลับไปกับผมครับ - ลิฟต์แก้วชั้นลบ
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานบัญชีวิญญาณกับอาจารย์สาวผู้ปิดตายตึกร้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%