“คุณธันวา! อย่าแม้แต่จะสบตามัน!”
เสียงของอาจารย์รินดังขึ้นพร้อมกับสัมผัสเย็นเฉียบที่คว้าหมับเข้าที่ข้อมือผม แรงดึงนั้นหนักแน่นและเด็ดขาดจนผมต้องเบี่ยงสายตาออกจากร่างสูงโปร่งที่กำลังเดินสวนทางมาในโถงทางเดินที่มืดมิดของชั้น 13 แสงไฟนีออนเหนือหัวกะพริบถี่เป็นจังหวะเหมือนจังหวะหัวใจที่เต้นรัวผิดปกติ กลิ่นเหม็นอับของกระดาษเก่าบวกกับกลิ่นสารเคมีทำความสะอาดที่จางหายไปนานแล้วอบอวลอยู่ในอากาศ
ผมสูดหายใจลึก พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมา พนักงานคนนั้น... ไม่สิ สิ่งนั้น สวมชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบ ทว่าท่อนบนของเขากลับดูเหมือนร่างที่ถูกปะติดปะต่อด้วยแฟ้มเอกสารและเศษซากของตัวเลขดิจิทัลที่บิดเบี้ยว
“ผู้ตรวจบัญชีทุจริตระดับ SSS...” ผมพึมพำ น้ำเสียงแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับความเงียบ “อาจารย์ครับ ทำไมระบบฐานข้อมูลพนักงานถึงไม่ตรวจพบตัวตนของเขาเลย ผมเช็กรายชื่อในเซิร์ฟเวอร์สำรองสามรอบแล้ว ไม่มีชื่อนี้ในผังองค์กร”
อาจารย์รินไม่ได้ตอบทันที เธอพาผมถอยร่นเข้าไปในมุมอับของช่องทางเดินไฟ สายตายังคงจับจ้องไปที่ร่างนั้นซึ่งกำลังหยุดเดินอย่างกะทันหัน ความเงียบเข้าปกคลุมจนผมได้ยินเสียงเลือดสูบฉีดในหูตัวเองชัดเจน
“ระบบของตึกนี้ตั้งอยู่บนกฎแห่งบัญชีโลกวิญญาณครับคุณธันวา” อาจารย์รินกระซิบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินใกล้ใบหู “การที่ระบบไม่ตรวจพบ ไม่ได้แปลว่าไม่มีตัวตน แต่มันแปลว่าเขาคือ ‘ความผิดพลาดที่ถูกลบไปแล้ว’... เขาคือวิญญาณที่ไม่มีต้นทุนและไม่มีสินทรัพย์ใดๆ หลงเหลือให้ตามหา”
ร่างในชุดสูทสีเทาค่อยๆ หันกลับมา ช้าๆ... ท่ามกลางความมืดมิด ใบหน้าที่ควรจะเป็นดวงตา จมูก และปาก กลับกลายเป็นเพียงกระดาษรายรับ-รายจ่ายที่ฉีกขาดจนเห็นเส้นเลือดสีดำขลับประทับอยู่เป็นลายเซ็นอนุมัติ
“พบ... ข้อ... ผิด... พลาด...” เสียงที่ออกมาจากลำคอของมันฟังดูเหมือนเสียงกระดาษถูกฉีกซ้ำๆ อย่างทรมาน
ผมก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ มือที่ถือแท็บเล็ตบัญชีวิญญาณสั่นระริก นี่คือการเผชิญหน้ากับศัตรูที่เก่งกาจกว่าวิญญาณร้ายทั่วไปหลายขุม เพราะมันไม่ได้จู่โจมด้วยพละกำลัง แต่มันจู่โจมด้วย ‘ความจริง’ ของกฎบัญชีที่ว่าด้วยความสูญเสีย
“อาจารย์ครับ ถ้าเราไม่สามารถใช้กฎการจัดการวิญญาณปกติได้ เราจะรับมือกับมันด้วยอะไร?” ผมถาม พยายามวิเคราะห์รูปแบบการเคลื่อนไหวของมัน มันไม่มีรอยเท้า ไม่มีเงาที่พื้น แต่มันมีแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้พื้นที่รอบตัวบิดเบี้ยว
อาจารย์รินขยับแว่นสายตา แววตาของเธอเปลี่ยนจากความกังวลเป็นความเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง “เราต้องใช้ ‘งบดุลย้อนกลับ’ ครับคุณธันวา ในเมื่อมันเป็นตัวตนที่ถูกลบออกจากระบบ เราก็แค่ต้องลงบันทึกมันใหม่ในฐานะ ‘หนี้สูญ’ ที่เราต้องรับผิดชอบชดใช้”
“นั่นมันเสี่ยงมากนะครับ หากคำนวณพลาดเพียงหน่วยเดียว เราจะถูกลบหายไปพร้อมกับมัน!”
“ผมทราบครับ” เธอหันมามองผมด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว “แต่นี่คือวิธีเดียวที่จะทำให้ระบบกลับมาจำแนกตัวตนของมันได้อีกครั้ง... คุณธันวา คุณคือพนักงานบัญชีคนเดียวที่ยังเหลืออยู่ในตึกนี้ ผมจะดึงความสนใจมันไว้ ส่วนคุณ จงเปิดหน้ากระดาษบัญชีหน้าสุดท้าย แล้วเขียนชื่อของมันลงไป... ในฐานะพนักงานบัญชีคนใหม่”
มันก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ระยะห่างลดน้อยลงจนผมสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวมัน ราวกับอากาศรอบตัวถูกดูดหายไปหมดสิ้น ผมเปิดแท็บเล็ตในมือขึ้น ปลายนิ้วแตะลงบนหน้าจอที่สว่างวาบเป็นสีฟ้าคราม
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยดังขึ้นในหัว แต่มันกลับดังผิดปกติ เสียงนั้นแหลมสูงจนน่าปวดหัว แถบสถานะภารกิจสีแดงฉานปรากฏขึ้นกลางอากาศต่อหน้าผม
[ภารกิจระดับ SSS: การบันทึกวิญญาณนิรนาม]
[เงื่อนไข: คุณต้องเขียน ‘ชื่อ’ ของมันลงในสมุดบัญชีด้วยเลือดของคุณเองภายใน 60 วินาที]
[คำเตือน: หากล้มเหลว ตึกนี้จะถูกยุบรวมเข้ากับมิติคู่ขนาน และตัวตนของคุณจะกลายเป็น ‘หนี้สูญ’ ตลอดกาล]
ร่างในชุดสูทหยุดนิ่งตรงหน้าผม ห่างไปเพียงคืบเดียว มือที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดสีดำยื่นออกมา ราวกับต้องการเรียกร้องบางอย่างจากผม สิ่งที่มันต้องการไม่ใช่การทำลายล้าง แต่เป็นการ ‘ยืนยันตัวตน’ ของมันที่สูญหายไปนับสิบปี
ผมมองดูอาจารย์รินที่กำลังเตรียมร่ายอาคมปกป้องตัวเอง เธอพยักหน้าให้ผมเบาๆ เป็นสัญญาณว่า ‘ถึงเวลาแล้ว’ ผมสูดหายใจเข้าลึก ตัดสินใจกัดนิ้วชี้จนเลือดซึมออกมา แล้วจรดปลายนิ้วลงบนหน้าจอแท็บเล็ตที่กำลังร้อนจัดราวกับเหล็กเผาไฟ
“นายไม่ใช่หนี้สูญ...” ผมพึมพำกับมัน สายตาจ้องเขม็งไปยังร่างตรงหน้าที่กำลังสั่นสะท้าน “นายคือบันทึกที่รอการแก้ไข”
ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส อักษรภาษาโบราณที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนก็ปรากฏขึ้นบนอากาศ มันวิ่งพล่านไปมารอบตัวเราทั้งคู่ราวกับงูที่ตื่นจากจำศีล แต่แล้ว... จังหวะที่ทุกอย่างกำลังจะคลี่คลาย ประตูลิฟต์ตัวที่ 4 ที่ควรจะถูกปิดตายไปนานแล้ว กลับเปิดออกพร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ฟังดูคุ้นหูอย่างประหลาด
ร่างหนึ่งก้าวออกมาจากลิฟต์... เป็นชายในชุดพนักงานบริษัทที่ผมรู้จักดีที่สุด เพราะเขาคือคนที่ยืนอยู่หน้ากระจกเงาข้างหลังผมในทุกๆ เช้า และเขากำลังถือแฟ้มเอกสารชุดเดียวกันกับที่ ‘ผู้ตรวจบัญชีทุจริต’ ถืออยู่!
เขายิ้มให้ผมอย่างสุภาพ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงของผมเองว่า... “ยินดีด้วยนะคุณธันวา คุณจดบันทึกให้ผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็ถึงคิวของคุณที่จะถูกตรวจบัญชีบ้าง”
ผมยืนตัวแข็งทื่อ ลมหายใจติดขัดเมื่อมองเห็นชื่อบนป้ายห้อยคอของชายคนนั้น... มันคือชื่อของผมเอง
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของพนักงานบัญชีวิญญาณคนนี้นะครับ แล้วพบกันในตอนหน้าครับ
พนักงานบัญชีวิญญาณกับอาจารย์สาวผู้ปิดตายตึกร้าง•ตอนที่ 8
คนแปลกหน้าที่เดินสวนมา
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานบัญชีวิญญาณกับอาจารย์สาวผู้ปิดตายตึกร้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!