ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 51

การเจาะเข้าเขตหวงห้าม

ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
“ถ้าก้าวข้ามเส้นนี้ไปได้ นั่นหมายถึงการทรยศต่อเกียรติยศทั้งหมดที่เราเคยมี หากเจ้ายังลังเล... จงถอยกลับไปเสียตอนนี้” เสียงทุ้มต่ำของคาร์ลอส ฟอน อาร์ค ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับอยู่ในอุโมงค์ใต้ดินของสถาบันเวทมนตร์ แสงจากคบเพลิงเวทมนตร์สีฟ้าหม่นวูบไหวสะท้อนกับผนังศิลาที่เปียกชื้น มันเผยให้เห็นใบหน้าที่เคร่งเครียดของทายาทขุนนางผู้สูงศักดิ์ เขาไม่ได้กำลังขู่ แต่เขากำลังเตือนสติในฐานะมิตรคนสุดท้าย เรน วาลคีเรียส ไม่ได้ตอบกลับในทันที มือข้างที่สวมถุงมือเหล็กกล้าบีบด้ามจับดาบ ‘ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก’ จนข้อนิ้วขาวซีด เขาจ้องมองไปยังรอยแยกของประตูเหล็กกล้าโบราณที่สลักลวดลายอักขระต้องห้ามเอาไว้เบื้องหน้า กลิ่นอายเวทมนตร์ที่ตกค้างอยู่บริเวณนี้มันรุนแรงจนชวนให้อาเจียน แต่มันก็เป็นกลิ่นเดียวกับที่พรากครอบครัวของเขาไปในอดีต “เกียรติยศที่สร้างขึ้นบนความเท็จเทียม ไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการจะรักษาไว้” เรนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่หนักแน่นราวกับผาหิน “เปิดมันเถอะ คาร์ลอส... ความจริงที่พวกเขากลบฝังไว้ในห้องใต้ดินนี้ มันไม่ควรจะถูกปล่อยให้เน่าเปื่อยอยู่กับความยุติธรรมจอมปลอมนั่นอีกต่อไป” คาร์ลอสถอนหายใจยาว ก่อนจะพยักหน้าให้เรน ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่านี่ไม่ใช่การทัศนศึกษา แต่คือการบุกรุกเข้าไปใน ‘เขตหวงห้าม’ พื้นที่ที่แม้แต่อาจารย์ใหญ่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ย่างกรายเข้าไปโดยปราศจากตราประทับเลือดของสภาสูง เรนวางมือลงบนแผ่นเหล็กเย็นเยียบ พลังเวทสีเงินยวงไหลผ่านจากฝ่ามือเข้าสู่อักขระโบราณ มันไม่ใช่การปลดล็อกด้วยกุญแจ หากแต่เป็นการบังคับให้กลไกเวทมนตร์ยอมสยบด้วยอำนาจดิบเถื่อน เสียงเครื่องจักรโบราณบดขยี้กันดังลั่นก้องกังวานไปทั่วทางเดินที่มืดมิด “ระวังตัวด้วย” คาร์ลอสชักดาบเรเปียร์ประจำตระกูลออกมา ปลายดาบประกายแสงสีทองจางๆ “ระบบป้องกันอัตโนมัติของที่นี่ไม่ใช่อะไรที่เราเคยเจอในห้องซ้อม... มันคืออาวุธสังหารจากยุคสงครามศักดิ์สิทธิ์” ทันทีที่ประตูเปิดออก ลมกระโชกแรงพร้อมไอเย็นจัดก็พุ่งเข้าปะทะร่างพวกเขา ทั้งสองก้าวผ่านธรณีประตูเข้าไปสู่โถงกว้างที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังของหุ่นยนต์เวทมนตร์โบราณ แต่สิ่งที่น่าตื่นตะลึงยิ่งกว่าคือใจกลางห้องนั้น... มันคือแท่นพิธีที่ลอยอยู่กลางอากาศ เหนือแท่นนั้นมีดวงจิตสีครามถูกกักขังไว้ในกรงขังเวทมนตร์ที่ขยับเขยื้อนอย่างบ้าคลั่ง “นั่นมัน...” คาร์ลอสเบิกตากว้าง “วิญญาณของผู้กล้าที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน!” เรนไม่รอช้า เขาพุ่งตัวออกไปราวกับลูกธนูที่หลุดจากคันศร ความเย็นเยือกในใจเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงแห่งความแค้นที่แผดเผา แต่ก่อนที่เท้าของเขาจะถึงจุดศูนย์กลาง กลไกบนเพดานก็ทำงาน เสียงกรีดร้องของโลหะที่ขูดขีดกันดังระงม หุ่นเชิดเวทมนตร์รูปร่างมนุษย์ไร้หน้าจำนวนสิบตัวร่วงหล่นลงมาขวางทางพวกเขาทันที พวกมันไม่มีลมหายใจ แต่ละตัวมีไอสังหารที่รุนแรงดั่งนักรบระดับสูง เรนตวัดดาบในมือเข้าปะทะกับหุ่นตัวแรก แรงกระแทกจากการปะทะทำให้เขารู้สึกชาไปถึงไหล่ ศาสตราเวทมนตร์ของเขาสั่นสะเทือนตอบรับกับอักขระที่หุ่นเหล่านั้นปล่อยออกมา “ขวางทางข้าไม่ได้!” เรนคำราม เขาเริ่มร่ายเวทผนวกเข้ากับการฟัน ดาบของเขาเปล่งประกายสีดำทมิฬ ฟาดฟันผ่านร่างเหล็กไหลจนเกิดประกายไฟกระจัดกระจายไปทั่วห้อง คาร์ลอสเองก็ไม่น้อยหน้า เขากระโดดหลบหมัดเหล็กที่พุ่งผ่านศีรษะไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะสวนกลับด้วยเวทสายฟ้าที่แม่นยำดั่งจับวาง ทั้งคู่ร่วมรบกันอย่างรู้ใจ ดั่งมิตรสหายที่ผ่านสมรภูมิเลือดมาด้วยกันนับครั้งไม่ถ้วน แต่ละจังหวะที่ขยับคือการประสานงานที่ไร้รอยต่อ “เรน! พวกมันไม่มีวันหมดไปหรอก ถ้าเราไม่ทำลายแกนพลังงานหลักนั่น!” คาร์ลอสตะโกนแข่งกับเสียงระเบิดของเวทมนตร์ เรนพยักหน้า เขาเปลี่ยนทิศทางจากการตั้งรับเป็นการบุกทะลวง เขาเบี่ยงตัวหลบคมดาบของหุ่นยนต์ตัวหนึ่ง แล้วใช้จังหวะที่มันเสียหลักกระโดดเหยียบไหล่มันเพื่อส่งแรงส่งตัวเองไปสู่แท่นพิธีกลางห้อง ขณะที่เขาลอยตัวอยู่กลางอากาศ สายตาของเขาเหลือบไปเห็นบางอย่างที่ทำให้หัวใจต้องหยุดเต้น ที่ฐานของแท่นพิธีนั้นไม่ได้มีเพียงดวงจิตสีคราม แต่มันมีร่องรอยของการสลักชื่อ... ชื่อที่เขารู้จักดีที่สุดในชีวิต นั่นคือชื่อของ 'พ่อ' ของเขา เรนร่วงลงสู่พื้นใกล้กับแท่นพิธี เขาสูดหายใจเข้าลึก ความโกรธแค้นถูกเปลี่ยนเป็นสมาธิอันเยือกเย็น เขาเงื้อดาบขึ้นสูงเตรียมจะฟันลงไปที่แกนพลังงาน ทว่าทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากเงามืดด้านหลังของเสาศิลา “เจ้ามาได้ไกลเกินคาดนะ... เรน วาลคีเรียส” ชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ของผู้นำสถาบันก้าวออกมาจากเงามืด ดวงตาของเขาเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความอำมหิตที่เรนไม่เคยคาดคิดมาก่อน ในมือของเขากำลังถือคทาที่เป็นแกนควบคุมหลักของหุ่นยนต์ทุกตัวในห้องนี้ “ท่านอาจารย์...” เรนกัดฟันแน่น “ทุกอย่าง... เป็นฝีมือของท่านตั้งแต่แรกสินะ” ผู้นำสถาบันยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว หุ่นยนต์ทุกตัวในห้องก็หยุดชะงักลงพร้อมกัน พร้อมกับที่กำแพงด้านหลังห้องนั้นค่อยๆ แยกออก เผยให้เห็นบางสิ่งที่น่าสยดสยองกว่าวิญญาณที่ถูกกักขัง... กองทัพอัศวินศักดิ์สิทธิ์นับร้อยที่ยืนรอคอยอยู่เบื้องหลังประตูบานนั้น โดยมีร่างของ 'เพื่อนร่วมชั้น' ที่หายตัวไปก่อนหน้านี้ถูกล่ามโซ่ตรึงไว้เป็นตัวประกันอยู่เบื้องหน้า “ยินดีต้อนรับสู่ความจริงที่เจ้าใฝ่หา...” เสียงของผู้นำสถาบันก้องกังวานด้วยความเย้ยหยัน “ความจริงที่ต้องแลกด้วยชีวิตของทุกคนที่เจ้าพยายามปกป้อง... เจ้าจะเลือกทางไหน ระหว่างดาบในมือเจ้า กับลมหายใจของมิตรสหายเหล่านี้?” เรนยืนนิ่ง ดาบในมือสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่แววตาของเขาจะเปลี่ยนเป็นคมกริบราวกับใบมีดอัศวินมืดที่พร้อมจะแลกทุกอย่างเพื่อหักล้างชะตากรรมที่โหดร้ายนี้ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิและคราบน้ำตาแห่งเกียรติยศนี้ไปด้วยกันนะครับ - วาเลนเทียอัศวินมืด
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%