"ธันวา คุณเสียสติไปแล้วหรือครับ?"
เสียงทุ้มต่ำแต่เฉียบคมราคมมีดโกนของรินรดา ดังขึ้นทลายความเงียบภายในร้านกาแฟสไตล์มินิมอลใจกลางย่านธุรกิจทันที เธอนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หวาย ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาแฟชั่นจดจ้องมองชายหนุ่มผู้เป็นคู่หมั้นราวกับเขากำลังก่อคดีอาญาแผ่นดิน
กระเป๋าเดินทางใบยักษ์สองใบตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ข้างโต๊ะ คือหลักฐานชิ้นสำคัญว่าเธอพร้อมจะ ‘หนีอาย’ ไปกับเขาตามคำประกาศกร้าวเมื่อวาน แต่สิ่งที่เธอไม่คาดคิดเลยก็คือ... แทนที่พวกเขาจะเดินเข้าสู่โลกกว้างด้วยมาดของอดีตซีอีโอผู้ตกอับแต่ยังมีศักดิ์ศรี ธันวากลับยืนขวางทางเดินระหว่างเคาน์เตอร์บาริสต้ากับโซนโต๊ะลูกค้า พร้อมกับรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่กระตุกมุมปากอย่างน่าเวทนา
ในสมองของธันวาเวลานี้ เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เขาอยากจะถีบมันให้พังคามือดังระรัวไม่หยุดหย่อน
[ติ๊ง! ภารกิจเร่งด่วน: เพื่อเป็นการเรียกขวัญและกำลังใจให้ตนเอง จงโชว์ลีลา "เต้นระบำส่ายสะโพกชะชะช่า" กลางร้านกาแฟ เป็นเวลา 45 วินาที ต่อหน้ารินรดาผู้เคร่งขรึม]
[รางวัลความสำเร็จ: ปลดล็อกเงินสดสำรองฉุกเฉิน 10,000,000 บาท และเปิดใช้บัตรเครดิตดำไร้ขีดจำกัดระดับ S-Class]
[บทลงโทษหากปฏิเสธ: ระบบจะทำการล็อกกางเกงของคุณให้หลุดลงมากองที่ข้อเท้าโดยอัตโนมัติในการประชุมครั้งต่อไป]
"ไอ้ระบบเวร... แกนี่มันซาดิสต์ตัวพ่อจริงๆ" ธันวากลัดกลุ้มในใจ ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาและเรียบตึงในฐานะผู้บริหารระดับสูงตอนนี้บิดเบี้ยวครึ่งๆ กลางๆ ระหว่างความอับอายกับความอยากรวย
เขากวาดสายตามองรอบร้าน ลูกค้าและพนักงานต่างหันมามองเป็นตาเดียว บาริสต้าหนุ่มถึงกับหยุดมือจากการดึงช็อตกาแฟ อ้าปากค้างราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ
รินรดายกมือขึ้นกุมขมับ เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับสติอารมณ์ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยหน่าย "ธันวา... ถ้าคุณเครียดเรื่องบริษัทจนสมองกลับ บอกผม... เอ๊ย บอกฉันตรงๆ ก็ได้ เราไม่ต้องมานั่งเล่นเกมตลกอะไรแบบนี้หام เก็บกระเป๋า แล้วเราไปหางานทำเถอะค่ะ... เอ้ย... เถอะครับ"
เธอยังไม่ชินกับการปรับสรรพนามตามที่ธันวาขอร้องให้เลิกพูดคะขาเพื่อความสมจริงในการปลอมตัวเป็นคนธรรมดา แต่ตอนนี้เรื่องสรรพนามไม่ใช่ประเด็นสำคัญอีกต่อไป
ธันวาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวเร็วดั่งกลองเพลิง ศักดิ์ศรีซีอีโอมูลค่าหลายพันล้านกำลังจะถูกเหยียบย่ำลงกับพื้นกระเบื้องเคลือบเงาของร้านกาแฟชื่อดัง แต่ทว่า... ภาพความสะใจตอนที่เอาเงินสิบล้านไปฟาดหน้าพวกกรรมการบริษัทหน้าเลือดที่เคยเตมันออกนอกบริษัทเมื่อสัปดาห์ก่อน มันก็ลอยเด่นขึ้นมาค้ำคอ
ยอมขายหน้าวันนี้ เพื่อไปเฉิดฉายในวันหน้า!
"รินรดาที่รักครับ..." ธันวาเอ่ยเสียงสั่นเครือ ดวงตาประกายความมุ่งมั่นแปลกประหลาด "โปรดเป็นพยานให้ความรักและความคลั่งไคล้... อะแฮ่ม! ให้ความตั้งใจจริงของผมด้วยนะครับ"
สิ้นเสียง ธันวาก็สูดหายใจเข้าลึก หลับตาปี๋ แล้วเริ่มต้นขยับร่างกายนอกตำราทันที!
*พรึ่บ!*
สะโพกสอบส่ายซ้ายทีขวาทีอย่างไม่ได้จังหวะ เสียงข้อต่อกระดูกลั่นกรอบราวกับไม้ผุกร่อน มือทั้งสองข้างสะบัดขึ้นลงกลางอากาศคล้ายคนกำลังไล่ผี ท่าเต้น "ชะชะช่าผสมยอดยาหยี" ที่ไม่มีในตำรานาฏศิลป์แขนงใดในโลกถูกงัดออกมาใช้ บรรยากาศในร้านตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ก่อนที่เสียงหัวเราะคิกคักจากมุมร้านจะหลุดออกมา
รินรดานั่งแข็งทื่อเป็นหิน ดวงตาเบิกกว้างจนเลนส์แว่นแทบหล่น เธอนึกอยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด นี่หรือคือคู่หมั้นหนุ่มผู้เคยถือคติ "ภาพลักษณ์ต้องมาก่อนลมหายใจ"? นี่คือชายหนุ่มที่เธอเคยแอบชื่นชมในความสุขุมนุ่มลึกยามเซ็นสัญญาธุรกิจมูลค่ามหาศาล?
"ธัน... ธันวาหยุดเดี๋ยวนี้นะครับ!" รินรดากัดฟันกรอด ใบหน้าขาวเนียนแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เธอรีบคว้าชายเสื้อสูทของเขาแล้วดึงกระชากลงมาให้นั่งเก้าอี้ด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ "คุณบ้าไปแล้วหรือไง! อายเขา! คนมองกันทั้งร้านแล้ว!"
ธันวาหอบหายใจโยน เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผาก แต่ในหูของเขากลับมีเสียงสวรรค์ดังขึ้น
[ติ๊ง! ภารกิจสำเร็จลุล่วงด้วยดี! คะแนนความหน้าด้านทะลุเป้า!]
[ระบบทำการโอนเงิน 10,000,000 บาท เข้าสู่บัญชีธนาคารส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว และบัตรเครดิตดำ Infinity Black Card ได้เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ]
มุมปากของธันวา, ที่เมื่อครู่ยังสั่นระริกด้วยความอับอาย, ค่อยๆ ยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มพึงพอใจอย่างช้าๆ รอยยิ้มที่ทำให้รินรดาถึงกับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความฉงน
ทำไม... สายตาของเขาถึงเปลี่ยนไป? มันไม่ใช่สายตาของคนสติหลุด แต่เป็นสายตาของนักล่าที่กำลังถือไพ่เหนือกว่า
"รินรดาครับ..." ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ราวกับเมื่อครู่ไม่ได้มีเหตุการณ์ประจานตัวเองเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย เขายื่นมือไปหยิบกระเป๋าเดินทางทั้งสองใบของเธอมาวางไว้ข้างตัวอย่างทะนุถนอม ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบการ์ดสีดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับราวกับห้วงอวกาศออกมาวางไว้บนโต๊ะ
รินรดาก้มมองการ์ดใบนั้น แววตาฉายแววเคลือบแคลงสงสัย เธอย่อมรู้จักบัตรเครดิตประเภทนี้ดี มันคือ "Infinity Black Card" บัตรที่จำกัดสิทธิ์เฉพาะบุคคลระดับท็อปของโลกไม่กี่คนเท่านั้น ซึ่งธันวาในยามนี้ไม่ควรจะมีสิทธิ์แตะต้องมันด้วยซ้ำ หลังจากบริษัทของเขาเพิ่งประกาศล้มละลายและถูกยึดทรัพย์ไปหมาดๆ
"นี่คือ..." รินรดาชี้ไปยังบัตรสีดำสนิท น้ำเสียงของเธอเจือความตกใจระคนหวาดระแวง "คุณไปเอาบัตรปลอมนี่มาจากไหน ธันวา อย่าบอกนะว่าคุณไปซื้อมาจากตลาดนัดแถวนี้?"
ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจที่เปี่ยมล้นจนน่าหมั่นไส้ "ของจริงหรือของปลอม เดี๋ยวเราก็จะได้รู้กันแล้วล่ะครับ..."
เขายังพูดไม่ทันขาดคำ โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงในมือของรินรดาก็สั่นครืดคราด หน้าจอแสดงข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันธนาคารส่วนตัวของเธอเอง
รินรดาก้มลงมองด้วยความงุนงง นิ้วเรียวสวยกดเปิดดูข้อความ ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเบิกกว้างจนแทบจะทะลักออกจากเบ้า หน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นยอดเงินคงเหลือในบัญชีที่พุ่งพรวดขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล ตัวเลขศูนย์เรียงรายกันยาวเหยียดจนเธอต้องใช้นิ้วจิ้มและนับซ้ำถึงสามรอบ
*สิบล้านบาทถ้วน!* และมันยังไม่หยุดแค่นั้น... ยอดเงินในบัญชีร่วมสำหรับค่าใช้จ่ายฉุกเฉินของเธอกับเขาก็ถูกเติมเต็มจนล้นทะลักเช่นกัน
"ทะ... ธันวา..." รินรดาเงยหน้าขึ้นมองเขา ริมฝีปากสั่นระริก สมองของเธอกำลังประมวลผลอย่างหนักหน่วง "เงินพวกนี้... มาจากไหน? คุณไปปล้นธนาคารมาหรือไง?!"
ธันวาแย้มยิ้มอย่างเป็นสุภาพบุรุษ เขาหยิบกระดาษทิชชูมาซับเหงื่อบนหน้าผากอย่างใจเย็น ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวบางที่กำลังสั่นเทาของเธอไว้เบาๆ
"ผมไม่ได้ปล้นใครหรอกครับรินรดา... ผมแค่อยากพิสูจน์ให้คุณเห็นว่า ผู้ชายคนที่คุณยอมลำบากเคียงบ่าเคียงไหล่มาตลอด ไม่เคยเป็นไอ้ขี้แพ้..." ธันวาเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองออกไปนอกกระจกใสของร้าน ที่ซึ่งรถยนต์หรูราคาแพงกำลังแล่นผ่าน "และหนี้แค้นที่พวกมันทำกับเราไว้ที่บริษัทเก่า... วันนี้ ถึงเวลาที่ดอกเบี้ยพร้อมต้นจะถูกทวงคืนแล้วล่ะครับ"
ในวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความข้อความหนึ่งก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของธันวา เป็นข้อความจากเบอร์แปลกปลอมที่เขาจำได้แม่นยำ—เบอร์ของประธานกรรมการผู้หักหลังเขาในบริษัทเก่า
[ธันวา ถ้าแกยังพอมีหน้าเหลืออยู่ บ่ายวันนี้เชิญมาที่ห้องประชุมใหญ่ บริษัทเอ็กซ์ซีอีโอ โฮลดิ้งส์ พวกเราจะเซ็นสัญญาขายหุ้นล็อตสุดท้ายของแกในราคาเศษดิน!]
ธันวาอ่านข้อความนั้นแล้วหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับคู่หมั้นสาวที่ยังคงตื่นตะลึง
"รินรดาครับ... เก็บกระเป๋าแล้วเดินตามผมมาเถอะครับ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังอำนาจ "วันนี้ผมจะพาคุณไปช็อปปิ้งล้างอาย... และไปดูหมาตัวเก่าๆ มันคุกเข่าเลียรองเท้าให้เราดูด้วยตาตัวเอง"
สิ้นคำพูดของเขา เสียงเครื่องยนต์คำรามต่ำอย่างทรงพลังของซูเปอร์คาร์ระดับไฮเอนด์ก็ดังสนั่นหวั่นไหวอยู่หน้าร้านกาแฟ พร้อมกับร่างของบอดี้สากลชุดสูทดำสองคนที่ก้าวเข้ามาโค้งคำนับให้ธันวาอย่างนอบน้อมท่ามกลางความตกตะลึงของคนทั้งร้าน
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลตัวจี๊ด•ตอนที่ 2
รินรดากับสายตาพิฆาต
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลตัวจี๊ด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!