กับข้าวหลังบ้านของเชฟตกอับกับคุณชายผู้มาพร้อมตู้แช่ทองคำ•ตอนที่ 1

แกงเขียวหวานในวันฝนตก

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
“ตึกแถวผุๆ เก่าๆ นี่นะ ที่เธอเอาเงินก้อนสุดท้ายไปจมลงไป? รินรดา สมองเธอกลับด้านไปแล้วหรือยังไง ถึงได้ทิ้งหุ้นร้านอาหารหรูในห้างมาซุกหัวอยู่รูหนูแบบนี้!” เสียงแหลมสูงของป้าวิภาดังทะลุกระจกบานเกล็ดเก่าคร่ำคร่า ขัดจังหวะเสียงฝนที่กำลังเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วงในยามบ่ายแก่ๆ ป้าวิภาในชุดเสื้อลูกไม้สีฉูดฉาดกวาดสายตามองไปรอบห้องโถงชั้นล่างที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงและกลิ่นอับของกาลเวลา ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวด้วยความสมเพชเวทนาและสะใจในคราเดียวกัน รินรดายังคงก้มหน้าก้มตาใช้กระดาษทรายเบอร์ละเอียดขัดขาโต๊ะไม้สักเก่าที่เธอไปซื้อมือสองมาจากตลาดนัดของเก่า แม้เสียงของญาติผู้ใหญ่คนนี้จะบาดหูราวกับเอาตะไบเหล็กมาถูบนกระจก แต่เธอกลับเลือกที่จะไม่เงยหน้าขึ้นมองทันที รินรดารู้ดีว่าความเงียบของเธอในตอนนี้ จะยิ่งทำให้อีกฝ่ายดิ้นพล่านด้วยความหงุดหงิด “ถ้าเธอไม่มีปัญญาหาเงินมาคืนค่าจำนองที่ดินแปลงนั้น ก็อย่ามาทำตัวเป็นคนอวดดีเปิดร้านขายข้าวแกงข้างถนนให้วงศ์ตระกูลเราต้องอับอายเลย” อาคม ลุงแท้ๆ ของเธอ ซึ่งยืนกอดอกพุงพลุ้ยอยู่ข้างๆ เสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “ดูสภาพสิ ฝนตกน้ำก็คงจะรั่วลงมาท่วมหัว ท่าทางคงอยู่ได้ไม่ถึงสามเดือนหรอก เชื่อฉันเถอะ ปิดตึกแล้วยอมเซ้งให้คนอื่นไปเสีย ยอมรับความจริงซะว่าเธอไม่ใช่เชฟมือทองอีกต่อไปแล้ว... เธอเป็นแค่คนตกอับที่ถูกเขาถีบหัวส่งมาต่างหาก” รินรดาวางกระดาษทรายในมือลงช้าๆ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับกลิ่นอายความทรงจำอันขมขื่น เมื่อหลายเดือนก่อน เธอคือเชฟใหญ่ผู้สร้างชื่อเสียงให้กับภัตตาคารอาหารฟายน์ไดนิ่งชื่อดัง แต่กลับถูกสามีและหุ้นส่วนหักหลัง ขโมยสูตรอาหาร และโยนความผิดจนเธอต้องกลายเป็นจำเลยสังคม สูญเสียทั้งชื่อเสียง เงินทอง และอนาคตในพริบตา หญิงสาวค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตคมกริบราวกับใบมีดอาบยาพิษจ้องมองญาติผู้พี่และลุงจอมปลอมทั้งสองคน มุมปากของเธอแย้มยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันกลับทำให้คนมองรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด “ที่ตรงนี้ ถึงจะเก่าและมีกลิ่นอายอับชื้น... แต่มันก็เป็น ‘ของฉัน’ ทุกตารางนิ้วครับ” รินรดาจงใจใช้น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม “ไม่ต้องใช้เงินสกปรกที่ได้มาจากการฮุบมรดกของพ่อแม่ฉันมาซื้อ และที่สำคัญ... อาหารที่จะขายในตึกเก่าๆ นี้ จะไม่ต้อนรับคนใจแคบที่เห็นแก่เงินอย่างพวกท่านด้วย กรุณาเชิญออกไปก่อนที่ร่มของผมจะเปียกฝนจนหยดใส่พรมราคาแพงของพวกท่านนะครับ” “นังเด็กเนรคุณ!” ป้าวิภาหน้าดำคร่ำเครียด ชี้หน้าด่าด้วยความโกรธจัด “แกกล้าไล่ฉันเหรอ? จำไว้เลยนะรินรดา วันไหนที่แกอดอยากจนต้องมาคุกเข่าขอเศษเงินพวกฉัน อย่าหวังว่าฉันจะชายตาแล!” เสียงตบเท้ากระแทกกระทั้นเดินหนีออกไปพร้อมกับเสียงบ่นพึมพำด้วยความเดือดดาลดังห่างออกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งประตูไม้บานเก่าถูกปิดกระแทกเสียงดังสนั่น ท่ามกลางความเงียบงันที่กลับคืนมา มีเพียงเสียงสายฝนที่ยังคงโปรยปรายกระทบหลังคาสังกะสีดังซู่ซ่า รินรดาผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ความเครียดในอกยังไม่ทันได้จางหาย กลิ่นหอมอันคุ้นเคยบางอย่างก็ลอยเข้ามาแตะจมูก ท่ามกลางความชื้นแฉะของบรรยากาศยามฝนตก กลิ่นหอมของเครื่องแกงเขียวหวานที่โขลกสดๆ จากรากผักชี ข่า ตะไคร้ และพริกขี้หนูสวนสีเขียวจัด ผสมผสานกับความมันเข้มข้นของหัวกะทิเคี่ยวจนแตกมัน *ก๊อกๆๆ* เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ ดังขึ้น รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ใครกันที่จะมาเยือนร้านที่ยังไม่ได้เปิดทำการในวันฝนตกชุกเช่นนี้ เธอดึงประตูเปิดออกครึ่งหนึ่ง และพบกับชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มเปียกชื้นเล็กน้อยที่ช่วงไหล่ ใบหน้าคมคายรับกับดวงตานิ่งสงบที่ฉายแววเหนื่อยล้าจากการทำงาน แต่สิ่งที่สะดุดตารินรดามากที่สุด คือรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเขา “ร้านยังไม่เปิดบริการครับ... และดูท่าทางคุณน่าจะมาผิดที่แล้วล่ะครับ” รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ชายหนุ่มไม่ได้สนใจคำปฏิเสธ เขากวาดสายตามองหม้อดินเผาใบเก่าบนเตาถ่านที่รินรดาก่อไว้สำหรับอุ่นซุป ก่อนจะเงยหน้าสบตาเธอตรงๆ “ผมไม่ได้มาผิดที่หรอกครับคุณรินรดา... กลิ่นแกงเขียวหวานของคุณ มันหอมทะลุกระจกออกมาจนทำให้คนที่เพิ่งขับรถผ่านไปเมื่อกี้ ต้องวนรถกลับมาตากฝนยืนรออยู่หน้าประตูนี้แหละครับ” คีรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง ก่อนจะก้าวล่วงเข้ามาในร้านโดยไม่รอคำอนุญาต พร้อมกับวางกระเป๋าเอกสารหนังแท้ใบโตลงบนโต๊ะไม้ที่เธอยังขัดไม่เสร็จ พร้อมกับส่งยิ้มพราวระยับที่ชวนให้รู้สึกหมั่นไส้แกมเอ็นดู “ผมชื่อคีรินทร์... และผมกำลังหิวข้าวเที่ยงฝีมือคุณ เชฟรินรดา... มีอะไรพอจะแบ่งให้คนตกงานทางใจกินแก้หนาวบ้างไหมครับ?” รินรดานิ่งงดงามไปชั่วขณะ เธอจ้องมองชายแปลกหน้าที่ดูภูมิฐานแต่กลับเดินดงเข้ามาหาเรื่องกินข้าวในตึกแถวผุๆ ท่ามกลางสายฝน ราวกับเขามีเรดาร์พิเศษที่คอยตรวจจับความอร่อย ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปากไล่ตะرد คีรินทร์ก็หยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทวางลงบนโต๊ะไม้ พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศอึมครึมในร้านมืดมนพลันสว่างวาบขึ้นมาทันที “ไม่ต้องห่วงเรื่องทุนรอนหรอกครับ... เพราะนับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ตู้แช่ทองคำและวัตถุดิบระดับโลกทั้งหมด จะถูกส่งมาเติมเต็มร้านหลังบ้านของคุณเอง” ... (ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน และร่วมเดินทางไปยกระดับชีวิตความอร่อยครั้งนี้ร่วมกันนะครับ - กาแฟโบราณแก้วโต)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของเชฟตกอับกับคุณชายผู้มาพร้อมตู้แช่ทองคำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%