รอยเลือดเหนือลำน้ำโขง: มหาศึกกู้แผ่นดิน•ตอนที่ 30

การบุกโจมตีสายฟ้าแลบ

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
“เจ้ามั่นใจนะว่าเปลวเพลิงนั่นไม่ใช่สัญญาณลวง?” ศิลาเอ่ยถามท่ามกลางความมืดมิดของพงไพร เสียงของเขาเรียบเย็นราวกับกระบี่เหล็กกล้าที่แช่อยู่ในน้ำแข็ง ดวงตาคมกริบจับจ้องไปยังแสงเพลิงสีส้มแดงที่เต้นระริกอยู่ไกลสุดขอบฟ้า ลมหายใจของเขาหนักหน่วงและสม่ำเสมอ ผิดกับจังหวะหัวใจที่เต้นรัวด้วยแรงอาฆาต เจ้าหญิงมณีรินทร์ที่ยืนอยู่ข้างกายกระชับผ้าคลุมไหล่แน่นขึ้น สายตาของนางไม่ได้มองไปยังแสงเพลิงนั้น แต่มองไปยังใบหน้าของบุรุษข้างกายที่บัดนี้เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นแห่งอดีต นางสัมผัสได้ถึงแรงปะทะทางอารมณ์ภายในตัวเขา “ไกรจักรไม่เคยทำอะไรโดยปราศจากแผนสำรอง หากเขาเผาเสบียงของตนเองในยามนี้ นั่นหมายความว่าเขาต้องการตัดช่องทางถอยเพื่อบังคับให้ทหารของเขาต้องสู้จนตัวตาย หรือไม่... เขาก็ได้เตรียมกับดักไว้ในที่ที่ไม่มีใครคาดคิด” ศิลาแค่นยิ้มที่มุมปาก มือหนากำด้ามดาบแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน “กับดักหรือ? ในเมื่อเขากล้าเผาบ้านเรือนและเสบียงของประชาชน ข้าก็จักตอบแทนด้วยการเปลี่ยนคลังเสบียงที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียวของเขาให้กลายเป็นนรกบนดิน” เขาส่งสัญญาณมือให้ทหารหน่วยกล้าตายเคลื่อนตัวไปข้างหน้า เสียงฝีเท้าเบาหวิวราวกับวิญญาณร้ายที่กรีดกรายผ่านพุ่มไม้ ทั้งกลุ่มมุ่งหน้าสู่เขตคลังเสบียงทางทิศตะวันตกของกองทัพไกรจักร ที่นั่นมิใช่แค่จุดเก็บเสบียงธรรมดา แต่มันคือหัวใจสำคัญที่หล่อเลี้ยงกองทัพนับหมื่น หากคลังนี้มอดไหม้ ไกรจักรจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องล่าถอยหรือพ่ายแพ้อย่างไร้ทางสู้ “หยุด” ศิลาชูมือขึ้นเป็นสัญญาณ เบื้องหน้าของพวกเขาคือค่ายทหารที่ถูกสร้างขึ้นอย่างเร่งรีบ แสงไฟจากคบเพลิงโชติช่วงตัดกับความมืดมิดของคืนเดือนดับ ทหารเวรยามเดินตรวจตราอย่างเข้มงวดผิดปกติ ศิลาหรี่ตาลง เขาสังเกตเห็นความผิดปกติ... ทหารเหล่านั้นไม่ได้ดูตื่นตระหนกกับเปลวเพลิงที่กำลังไหม้ไกลออกไป แต่กลับยืนนิ่งราวกับรูปปั้น “มันเป็นกับดักจริงๆ ศิลา” มณีรินทร์กระซิบ เสียงของนางแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับสายลม “ข้ารู้” ศิลาตอบพลางถอดหน้ากากเหล็กออก เผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “แต่นี่คือโอกาสเดียวที่เราจะได้ตัวไกรจักร หากเขาคิดว่าเราจะบุกเข้าไปตรงๆ เขาก็คิดผิด... เราจะไม่บุกจากหน้าประตู แต่เราจะเข้าไปจากใต้ฐานรากของคลังนี้” ชายหนุ่มส่งสัญญาณให้ทหารกระจายตัวออกไป ก่อนจะนำกลุ่มเล็กๆ แทรกซึมผ่านคูน้ำที่แห้งขอดเข้าสู่ใต้ถุนคลังเสบียงไม้ขนาดมหึมา กลิ่นข้าวสารและธัญพืชผสมกับกลิ่นน้ำมันดินโชยแตะจมูก ศิลาหยิบขวดดินเผาบรรจุเชื้อเพลิงติดมือมาด้วย เขามองดูรอยแตกของพื้นไม้เบื้องบนผ่านแสงสลัว ทว่า... ในวินาทีที่เขาจะจุดไฟ เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากด้านบน ไม่ใช่เสียงของทหารยามหนึ่งคน แต่เป็นเสียงรองเท้าบูทหนังของแม่ทัพผู้คุ้นเคย “ข้ารอเจ้าอยู่นานแล้ว ศิลา” เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจของไกรจักรดังทะลุพื้นไม้ลงมา ราวกับเขารู้ตัวอยู่แล้วว่าศัตรูจะมาปรากฏกายที่นี่ “เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข้าจะปล่อยให้คลังเสบียงที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่สุดของข้าอยู่โดยไม่มีการคุ้มกัน?” ศิลาชะงัก นิ้วของเขาสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความเดือดดาล เขาไม่ได้กลัวตาย แต่ความโกรธแค้นที่ถูกปั่นหัวทำให้เขารู้สึกเหมือนตกอยู่ในวงล้อมของปีศาจ มณีรินทร์ที่หลบอยู่ในเงามืดข้างตัวเขาจับมือเขาไว้แน่นเป็นการเตือนสติ “เจ้าประเมินข้าต่ำไปไกรจักร” ศิลาตะโกนตอบผ่านรอยแตกของไม้ “ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อเผาคลังเสบียงเพียงอย่างเดียว... แต่ข้ามาเพื่อจบเรื่องที่เริ่มต้นเมื่อสิบปีก่อน!” ทันใดนั้น ไกรจักรหัวเราะลั่น เสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วบริเวณ ก่อนที่พื้นไม้เหนือหัวจะพังครืนลงมาด้วยแรงระเบิดจากภายนอก ศิลาและทหารของเขาต้องกระโดดหลบออกไปคนละทิศทาง ท่ามกลางฝุ่นควันและเศษไม้ที่ปลิวว่อน สายตาของศิลาปะทะเข้ากับร่างของไกรจักรที่ยืนถือกระบี่อาบเลือดอยู่บนกองซากปรักหักพัง แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของศิลาหยุดเต้นไปชั่วขณะ ไม่ใช่ไกรจักร... หากแต่เป็นร่างของหญิงสาวนางหนึ่งที่ถูกจับมัดไว้กับเสาไม้ข้างกายแม่ทัพใหญ่ นางมีใบหน้าที่ถอดแบบมาจากมารดาของเขาไม่มีผิดเพี้ยน ดวงตาที่หวาดกลัวคู่นั้นจ้องมองมายังเขาราวกับจะขอความช่วยเหลือ ทั้งที่ตระกูลของเขาควรจะเหลือเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น “น้องสาวของเจ้า... ยังไม่ตายอย่างที่เจ้าเข้าใจหรอก ศิลา” ไกรจักรกระซิบด้วยน้ำเสียงกระหายเลือด ก่อนจะเงื้อกระบี่ขึ้นเหนือคอของเด็กสาวคนนั้น “วางอาวุธลงเสีย แล้วข้าอาจจะเมตตา... หรือเจ้าจะเลือกดูนางตายต่อหน้าต่อตาเจ้าอีกครั้ง?” ความเงียบเข้าปกคลุมสมรภูมิ ทั้งที่เสียงศึกยังคงดังกึกก้อง ศิลาตัวแข็งทื่อ กระบี่ในมือหนักอึ้งราวกับภูเขาทั้งลูกกดทับไว้ ความแค้นในใจปะทะกับความรักที่หวนคืนมาอย่างรุนแรง เขาจะเลือกทางใด ในเมื่อทุกก้าวย่างของเขาคือการตัดสินชีวิตของผู้ที่เขารักที่สุด... ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์ไปกับผมนะครับ พงศาวดารมีชีวิต
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยเลือดเหนือลำน้ำโขง: มหาศึกกู้แผ่นดิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%