ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้•ตอนที่ 36

กำแพงที่เริ่มพังทลาย

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
“ถ้าการมาของเลขาฯ คุณจะทำให้งานสำคัญของผมสะดุดขนาดนี้ ผมว่าบางทีเราควรพิจารณาเรื่องการจ้างงานใหม่เสียที” น้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกของคินน์ดังขึ้นทันทีที่เลขาสาวคนนั้นก้าวพ้นห้องออกไป ปัณณ์ที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าประตูถึงกับชะงัก ลมหายใจที่เผลอกลั้นไว้ถูกผ่อนออกมาเบาๆ ขณะที่ดวงตาคู่สวยจ้องมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยังคงนั่งหันหลังให้เขาด้วยท่าทางเคร่งขรึม ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานหรูหราจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มนาฬิกาเดิน ปัณณ์เม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนอยู่ในอก มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือ ‘ความคาดหวัง’ ที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอดว่ามันไม่มีอยู่จริง “ผมไม่ได้ตั้งใจจะมาขัดจังหวะ” ปัณณ์เอ่ยเสียงเรียบ เดินถือแฟ้มเอกสารเข้าไปวางบนโต๊ะไม้ราคาแพงแรงกว่าปกติเล็กน้อย “เอกสารด่วนจากฝ่ายการตลาดครับ ถ้าคุณคินน์ไม่สะดวก ผมจะวางไว้ตรงนี้ แล้วคุณค่อยเซ็นตอนที่คุณ... หายจากอาการ ‘หงุดหงิดคนอื่น’ แล้วกันนะ” คินน์หมุนเก้าอี้กลับมาทันที ดวงตาคมกริบสีเข้มจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของปัณณ์ ราวกับจะค้นหาความนัยบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้น “หงุดหงิดงั้นเหรอ?” คินน์เค้นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวยาวๆ เพียงสองสามก้าวก็มายืนประจันหน้ากับคนตัวเล็กกว่า “ปัณณ์ นายมองไม่ออกจริงๆ หรือว่าที่ผมหงุดหงิด ไม่ใช่เพราะงานเอกสาร แต่มันเป็นเพราะนายที่เดินเข้ามาในห้องนี้พร้อมกับแววตาที่จ้องจะ ‘หย่า’ กับผมตลอดเวลาต่างหาก” ปัณณ์ถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางหนังสือจนเกิดเสียงดัง ‘ปึก’ แรงสั่นสะเทือนนั้นทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวเหมือนกลองรบ “เราตกลงกันแล้วเรื่องการหย่า คุณจะมาขุดคุ้ยทำไมตอนนี้” “ตกลง? ใครตกลง? ผมเหรอ?” คินน์ก้าวเข้ามาอีกจนแทบไม่มีช่องว่างให้หายใจ มือหนาข้างหนึ่งยันขอบชั้นวางหนังสือไว้กักขังร่างของปัณณ์ไว้ในอ้อมแขน “นายมันก็แค่เด็กดื้อที่อยากจะหนีออกจากกรงทองที่ผมสร้างให้ ทั้งที่จริงๆ แล้วนายก็แค่ต้องการให้ผมตามหา... ไม่ใช่หรือไง?” “อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย” ปัณณ์เชิดหน้าขึ้น แม้ใบหน้าจะเริ่มร้อนผ่าว “ที่ผมทนอยู่จนถึงตอนนี้ ก็เพราะสัญญาเรื่องเอกสารกับบริษัทที่คุณยัดเยียดให้ผมดูแลต่างหาก ถ้าไม่มีเรื่องงาน คุณคิดว่าผมจะโผล่หน้ามาให้คุณเห็นงั้นเหรอ?” “เหรอ...” คินน์ลากเสียงต่ำ ดวงตาคู่นั้นกวาดมองริมฝีปากของปัณณ์อย่างเปิดเผย “ถ้าอย่างนั้น ทำไมหัวใจนายถึงเต้นดังขนาดนี้ตอนที่ผมขยับเข้ามาใกล้ล่ะ หืม?” คินน์โน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกของเขาสัมผัสกับแก้มใสของอีกฝ่าย ปัณณ์ตัวแข็งทื่อ ความเย็นชาที่คินน์เคยใช้เป็นอาวุธ บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความร้อนรุ่มที่ทำเอาสมองของเขามึนงง ความพยายามของคินน์ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา... ดอกไม้ที่ส่งมาให้ที่โต๊ะทำงาน การยอมลดทิฐิลงเพื่อมารับเขาที่บริษัทในวันที่ฝนตก... สิ่งเหล่านั้นเริ่มกัดกินกำแพงที่เขาตั้งใจสร้างขึ้นมาอย่างเลือดเย็น ปัณณ์หลับตาลงแน่น พยายามควบคุมสติไม่ให้เผลอไผลไปกับสัมผัสที่อบอุ่นและกดดันในเวลาเดียวกัน “คุณคินน์... ปล่อย” “ถ้าผมไม่ปล่อยล่ะ?” คินน์กระซิบข้างใบหู เสียงของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลจนน่าประหลาด “ถ้านายบอกว่านายอยากหย่าจริงๆ นายคงผลักผมออกไปนานแล้ว ไม่ใช่ยืนนิ่งรอให้ผมทำแบบนี้” มือของปัณณ์ที่กำแฟ้มแน่นเริ่มสั่นไหว เขาไม่ได้ผลักคินน์ออก... นั่นคือความจริงที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้ กำแพงหนาที่เขาเคยเชื่อมั่นว่าไม่มีใครทลายได้ กลับกำลังแตกร้าวทีละนิดเพียงเพราะลมหายใจอุ่นๆ ของชายตรงหน้า ในจังหวะที่หัวใจของปัณณ์กำลังจะยอมจำนน มือเรียวเล็กค่อยๆ ปล่อยแฟ้มเอกสารที่ถืออยู่จนมันร่วงหล่นลงบนพื้นเสียงดังสนั่น แต่ก่อนที่บรรยากาศจะเลยเถิดไปมากกว่าการปะทะคารม ‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก’ เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้ทั้งคู่สะดุ้ง คินน์สบถเบาๆ ในลำคออย่างขัดใจ ขณะที่ปัณณ์รีบผลักอกอีกฝ่ายออกทันที แต่ทว่าประตูบานเดิมกลับเปิดออกกว้างโดยไม่รอคำอนุญาต “คุณคินน์คะ! คือว่าการประชุมบอร์ดบริหารเลื่อนเวลาขึ้นมาเป็นเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!” เลขาสาวคนเดิมวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา แต่เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้า—คินน์ที่ยืนกักร่างปัณณ์ไว้กับชั้นวางหนังสือ—เธอก็หยุดชะงัก ตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ “ขะ... ขอโทษค่ะ! ดิฉันไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะ... อีกครั้ง!” ปัณณ์รีบก้มลงเก็บแฟ้มเอกสารด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ มือสั่นเทาจนแทบทำแฟ้มหลุดจากมืออีกรอบ คินน์หันไปมองเลขาด้วยสายตาดุจดั่งอาวุธสังหาร ก่อนจะหันมาหาปัณณ์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเสียดายและคุกรุ่น “การประชุมนี้สำคัญมาก...” คินน์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน “แต่จำไว้ปัณณ์ เรายังคุยกันไม่จบ... และหลังจากประชุมเสร็จ ผมจะไม่ปล่อยให้นายหนีไปไหนได้อีกแน่” คินน์เดินผ่านร่างปัณณ์ไปโดยไม่หันกลับมามอง แต่เพียงแค่ก้าวพ้นประตูไปได้ครู่เดียว เขาก็หยุดชะงักและหันกลับมาพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังหัวใจหยุดเต้น “อ้อ... แล้วก็เลิกคิดเรื่องเอกสารหย่านั่นได้แล้วนะ เพราะผมฉีกมันทิ้งไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว... ต่อหน้าทนายของนายเอง” ปัณณ์ยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้องทำงานที่เงียบสงัด เสียงหัวใจของเขายังคงเต้นรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก ความสับสน ความโกรธ และความรู้สึกบางอย่างที่พรั่งพรูออกมาโดยไม่อาจห้ามได้ ทำให้เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง ถ้าเขาฉีกมันทิ้งไปแล้ว... แล้วเขาจะทำอย่างไรต่อไปดี? ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดที่หัวใจของปัณณ์กำลังจะเปลี่ยนไปนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ! เอมเมอรัลด์อายส์
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่ากะทันหัน คุณสามีอย่าฝันว่าจะรั้งผมไว้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%