กลิ่นอายของหมึกเวتมนตร์ชนิดพิเศษยังคงลอยอบอวลอยู่บนปลายนิ้วของคริส เมื่อเสียงกุกกักเบา ๆ ของข้อต่อหินอ่อนที่ขยับผิดรูปดังขึ้น ขัดจังหวะการคำนวณโครงสร้างเวทธาตุดินในสมุดบันทึกของเขา
ปลายปากกาขนนกหยุดชะงักกลางอากาศ รอยร้าวรูปทรงเรขาคณิตสามมิติลามเลียขึ้นไปตามเสาหินแกรนิตของหอสมุดกลางอย่างเงียบเชียบ มันไม่ใช่ความเสียหายรุนแรง—เป็นเพียงความพยายามในการปรับแก้ ‘มุมหักเหของมานา’ ให้สอดคล้องกับสัดส่วนทองคำที่เขาเพิ่งคำนวณได้ใหม่เมื่อวินาทีที่แล้ว เพื่อให้แสงจันทร์ส่องทะลุกรอบหน้าต่างได้องศาที่ช่วยลดภาระการใช้มานาของโคมไฟเวท
ทว่า ในสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ ความสมบูรณ์แบบทางคณิตศาสตร์ไม่ได้มีความหมายอะไรเลย หากมันขัดแย้งกับระเบียบปฏิบัติที่ถูกเขียนขึ้นเมื่อสามร้อยปีก่อน
"มานาไหลเวียนผิดปรกติสิบสองจุดหกเปอร์เซ็นต์ในรัศมีสามเมตรจากเสาต้นที่เจ็ด... นักเรียนทุนคริส คุณกำลังทำลายสุนทรียภาพแห่งความไร้ระเบียบของหอสมุด หรือกำลังท้าทายอำนาจของสภานักเรียนกันแน่?"
น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ แต่กลับทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบกายลดอุณหภูมิลงฮวบฮวบดังขึ้นจากความมืดหลังชั้นหนังสือโบราณ
คริสไม่ได้สะดุ้ง เขายังคงถือปากกาขนนกค้างไว้เช่นนั้น ดวงตาสีนิลเหลือบมองเงาร่างสูงโปร่งที่ก้าวออกมาจากมุมอับ แสงเงาจากคบเพลิงเวทสะท้อนลงบนเรือนผมสีเงินยวดยวงและดวงตาสีฟ้าจัดราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ไคเรน ประธานสภานักเรียนผู้ขึ้นชื่อเรื่องความไร้ความปรานี ยืนกอดอกมองเศษซากหินอ่อนที่กำลังปรับรูปทรงตามสมการของเขาด้วยแววตาเย็นเยียบ
เนี้ยบทุกกระเบียดนิ้วตั้งแต่ปกคอเสื้อติดเข็มกลัดทองคำขาวสลักตรารูปตาชั่ง ไปจนถึงถุงมือหนังสีดำสนิทที่สวมอยู่บนมือคู่นั้น ไคเรนไม่เคยปล่อยให้รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ หลุดรอดสายตาไปได้ และแน่นอนว่า ‘รอยต่อหิน’ ที่ขยับเคลื่อนไปสิบสองมิลลิเมตรจากแปลนดั้งเดิมของสถาบัน ย่อมไม่รอดพ้นเรดาร์เวทมนตร์ของเขาเช่นกัน
"ฉันแค่ออกแบบโครงสร้างใหม่ให้มันรับน้ำหนักได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ ประธานไคเรน" คริสตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบสบตากับอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว "การปล่อยให้เสาต้นนี้รับแรงกดทับแบบเดิมจะทำให้โครงสร้างชั้นใต้ดินพังทลายลงในอีกสามปีข้างหน้า การคำนวณของฉันเป็นการซ่อมแซมเชิงป้องกัน ไม่ใช่การทำลาย"
"กฎข้อที่เจ็ดสิบสามของสสถาบันระบุไว้ชัดเจน ห้ามมิให้นักเรียนคนใดปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางกายภาพของอาคารสถานที่ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตประทับตราสามดวงจากสภาคณาจารย์ล่วงหน้าเจ็ดวันทำการ" ไคเรนก้าวเข้ามาใกล้ ชand ระยะห่างระหว่างเขากับคริสแคบลงจนได้กลิ่นจางๆ ของสนิมเหล็กและกลิ่นอายมานาบริสุทธิ์ที่กดดันจนผิวหนังรู้สึกชา "คุณไม่มีใบอนุญาตนั้น และคุณกำลังใช้เวทมนตร์ไร้ธาตุที่อยู่นอกเหนือหลักสูตรมาแทรกแซงสถาปัตยกรรมของโรงเรียน"
"ถ้าฉันไม่ทำ เสาต้นนี้จะถล่มทับห้องจัดเก็บตำราโบราณในคืนที่ฝนตกหนักสัปดาห์หน้า" คริสวางปากกาลงบนโต๊ะ เสียงไม้กระทบกับผิวโต๊ะดังสะท้อนในความเงียบ "คุณเลือกอะไรคะระหว่างการทำผิดกฎระเบียบกระดาษแผ่นเดียว กับการรักษาประวัติศาสตร์ของสถาบันเอาไว้?"
ไคเรนหรี่ตาลงเล็กน้อย ประกายแสงสีฟ้าในดวงตาคู่นั้นวาบขึ้นวับหนึ่ง ร่างสูงก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อมองตัวเลขและสมการที่ถูกเขียนด้วยลายมือเป็นระเบียบเรียบร้อยในสมุดของคริส นิ้วมือที่สวมถุงมือหนังขยับเข้าใกล้ขอบกระดาษราวกับจะหยิบมันขึ้นมาฉีกทิ้ง แต่แล้วเขาก็หยุดชะงัก
สายตาของประธานสภานักเรียนกวาดผ่านสูตรคณิตศาสตร์เวทมนตร์เหล่านั้น ความนิ่งงันฉายชัดบนใบหน้าคมคาย ไคเรนรู้ดีกว่าใครว่าโครงสร้างเวทไร้ธาตุของคริסมีความซับซ้อนและแม่นยำแค่ไหน มันไม่ใช่เวททำลายล้าง ไร้ซึ่งความฉูดฉาด แต่เป็นเวทที่ ‘เข้าใจ’ รากฐานของมานาและสสารอย่างถ่องแท้—สิ่งซึ่งขุนนางสายเลือดบริสุทธิ์ส่วนใหญ่เหยียดหยามว่าเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวความไร้ค่า
"คุณมีความมั่นใจสูงมากนะ คริส" ไคเรนเอ่ยเสียงกระซิบ ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "แต่กฎก็คือ... กฎ"
สิ้นคำพูดนั้น ปลายนิ้วของไคเรนก็แตะลงบนเสาหินที่คริสเพิ่งปรับแต่ง มานาสีฟ้าเข้มพวยพุ่งออกมาจากปลายนิ้วของเขา รุนแรงและเยือกเย็นจนเกล็ดน้ำแข็งเกาะกุมผิวหินในพริบตา ไคเรนกำลังจะใช้เวทมนตร์ของตนเองลบล้างโครงสร้างที่คริสเพิ่งคำนวณมาทั้งคืน เพื่อคืนสภาพมันให้กลับไปเป็นแบบดั้งเดิมที่ผุพังตามระเบียบ
คริสขยับตัวตามสัญชาตญาณ มือเรียวคว้าข้อมือของไคเรนเอาไว้โดยไม่ทันคิด สัมผัสแรกที่ปลายนิ้วปะทะกับถุงมือหนังคือความเย็นยะเยือกที่แทรกซึมผ่านเนื้อผ้า ทว่าสิ่งที่ทำให้คริสชะงักไม่ใช่ความเย็นนั้น... แต่เป็น ‘คลื่นมานา’ ที่ไหลย้อนกลับจากร่างกายของไคเรนเข้าสู่มือของเธอ
มันเป็นมานาที่ปั่นป่วน ผิดรูป และเต็มไปด้วยรอยร้าวราวกับกระจกที่กำลังจะแตกละเอียด—สัญญาณอันตรายของ ‘คำสาปตระกูลขุนนางเก่าแก่’ ที่ไคเรนพยายามปิดบังมาตลอด
ไคเรนชะงักกึก ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักว่าคริสไม่ได้แค่หยุดเขา แต่เธอกำลัง ‘อ่าน’ ความผิดปกติในกระแสมานาของเขาผ่านการสัมผัสเพียงชั่วเสี้ยววินาทีนั้น
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา ไคเรนมองหน้าคริสด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความเยือกเย็นเป็นความระแวงระวังขั้น极 ขณะที่มือของเขายังคงคาอยู่บนเสาหิน และมือของคริsก็ยังคงกุมข้อมือของเขาไว้แน่น
"คุณ..." ไคเรนเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน "รู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่"
ก่อนที่คริสจะได้ทันเอ่ยปากตอบ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงเคาะไม้เท้าของอาจารย์ฝ่ายปกครองก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดนอกห้องสมุด พร้อมกับแสงไฟจากคบเพลิงที่สาดส่องเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
"มีรายงานว่ามีการใช้มานาผิดกฎระเบียบในเขตหอสมุด ใครอยู่ตรงนั้น!"
ไคเรนไม่รอช้า เขาสลัดมือของคริsออกอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมคายกลับมาเรียบสนิทอย่างไร้ความรู้สึกในเสี้ยววินาที ทว่าก่อนที่อาจารย์ฝ่ายปกครองจะก้าวเข้ามาถึงมุมโต๊ะ ไคเรนกลับโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของคริสด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ
*"พรุ่งนี้เช้า... เจอกันที่ห้องทำงานประธานสภานักเรียน เตรียมตัวรับบทลงโทษสำหรับกฎข้อที่เจ็ดสิบสี่ได้เลย... หรือถ้าไม่อยากให้ใครรู้ความลับที่คุณเพิ่งสัมผัสเมื่อกี้ ก็ลองหาทางต่อรองกับฉันดูสิครับ... เอFre, ค่ะ"*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับโครงสร้างเวทอันซับซ้อนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ ❤️
สถาปนิกเวทไร้ธาตุกับนายท่านผู้กุมกฎเหล็ก•ตอนที่ 2
กฎข้อที่เจ็ดสิบสามของสถาบัน
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกเวทไร้ธาตุกับนายท่านผู้กุมกฎเหล็ก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
