หย่าให้ขาด แล้วอย่าคิดจะกลับมา•ตอนที่ 1

ใบหย่าที่รอคอย

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
กลิ่นอายจางๆ ของน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าราคาแพงยังคงลอยวนอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่กว้างราversoห้องชุดหรูหราบนชั้นเจ็ดสิบของตึกระฟ้าใจกลางเมือง ทว่ามันไม่ใช่กลิ่นกายของรินรดา... ภรรยาตามกฎหมายที่นั่งหลังตรงอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้มมานานนับสามชั่วโมงเต็ม บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ อคินทร์กำลังงלוอยู่กับการเซ็นแฟ้มเอกสารกองโต นิ้วเรียวยาวใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอกกดลงบนหน้าจอแท็บเล็ตสลับกับปากกาหมึกซึมราคาแพง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบขนตางอนหนายังคงจับจ้องแต่ตัวเลขผลกำไรและกราฟหุ้น โดยไม่มีทีท่าว่าจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผู้หญิงที่นั่งรออยู่เงียบๆ เลยแม้แต่น้อย ความเงียบงันภายในห้องช่างน่าอึดอัด ราวกับอากาศถูกสูบออกไปทีละน้อย เสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างเงียบเชียบยิ่งขับเน้นให้ความเย็นยะเยือกในความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่เด่นชัดขึ้น รินรดากวาดสายตามองแผ่นหลังกว้างที่เธอเคยใช้เป็นที่พักพิงใจมาตลอดสามปีเต็ม สามปีที่เธอทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อเป็นภรรยาที่สมบูรณ์แบบ เป็นเงาที่คอยรองรับอารมณ์และตารางงานอันยุ่งเหยิงของประธานหนุ่มผู้บ้างานคนนี้ แต่ในวันนี้... เงาตัวนี้หมดอายุการใช้งานแล้วค่ะ รินรดาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อนเบาหวิว แต่กลับดึงดูดสายตาคมกริบของอคินทร์ให้เงยขึ้นมองด้วยความหงุดหงิดระคนรำคาญใจ "ถ้าจะมาเดินไปเดินมาเพื่อเรียกร้องความสนใจ ผมบอกแล้วไงว่าผมยุ่ง คุณไม่เห็นหรือไงว่าโปรเจกต์ควบรวมกิจการกำลังจะปิดดีลในอีกสัปดาห์หน้า พราว... เอ๊ย งานทางนี้มันสำคัญแค่ไหน รินดา คุณควรจะกลับไปที่เรือนพักแล้วให้แม่บ้านจัดสำรับไว้ได้แล้ว อย่าทำตัวน่ารำคาญได้ไหม" น้ำเสียงราบเรียบ ไร้เยื่อใย และเต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่ายพ่นออกมาจากริมฝีปากหยักลึกที่เธอเคยโปรดปราน คำพูดที่จ-ว-กแทงใจดำจนเกือบจะเผลอหลุดชื่อของ ‘พราวพิชชา’ ออกมาเต็มประโยค ยิ่งทำให้รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เย็นชาเสียจนอคินทร์ต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ "ค่ะ ฉันรู้ว่าคุณยุ่ง... ยุ่งจนไม่มีเวลาแม้แต่จะเงยหน้ามามองใบหน้าของภรรยาคนนี้เลย" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ามั่นคง ผิดไปจากทุกครั้งที่เคยอ้อนวอนหรือร้องไห้ฟูมฟาย เธอเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานตัวใหญ่ วางซองเอกสารสีน้ำตาลอ่อนลงบนพื้นที่ว่างระหว่างกองเอกสารนับสิบชุด เสียงกระดาษกระทบพื้นโต๊ะเบาๆ แต่กลับดังก้องกังวานในความรู้สึกของคนฟัง อคินทร์ชะงักมือที่กำลังถือปากกา ดวงตาสีเข้มดุดันก้มมองซองเอกสารนั้นสลับกับใบหน้านิ่งงันของภรรยา คิ้วหนาขมวดเข้าหากันแน่น "อะไร... นี่มันอะไรกัน รินดา คุณเล่นเกมอะไรอีก?" "เปิดดูสิคะ... สิ่งที่คุณควรจะเซ็นมันมานานแล้ว แต่อาจจะลืมไปเพราะมัวแต่เอาเวลาไปใส่ใจกับคนอื่น" หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตที่เคยซ่อนความเจ็บปวดไว้เบื้องหลัง ตอนนี้กลับว่างเปล่าและเด็ดเดี่ยว เธอผ่านจุดที่ต้องมานั่งร้องขอความรักจากผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนี้มานานแล้ว สามปีที่ทนกลืนเลือดกินน้ำตาเพื่อรักษาคำว่า 'ครอบครัว' สิ้นสุดลงทันทีที่เธอได้รู้ความจริงอันน่าสะอิดสะเอียนเมื่อสัปดาห์ก่อน—ความจริงที่ว่าอคินทร์ไม่เคยมีพื้นที่ให้เธอและลูกตั้งแต่แรก อคินทร์ตวัดสายตาด้วยความไม่พอใจ เขายื่นมือไปหยิบซองเอกสารนั้นขึ้นมาด้วยท่าทีหงุดหงิด ก่อนจะดึงกระดาษแผ่นที่พับอยู่ออกมา กวาดสายตาอ่านข้อความบรรทัดแรกผ่านๆ ด้วยความรำคาญใจ ทว่า... ทันทีที่สมองประมวลผลข้อความบนกระดาษแผ่นนั้นได้ ดวงตาคมกริบก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างสูงสง่าชะงักค้างไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อสมองปฏิเสธที่จะเชื่อสิ่งที่ปรากฏต่อสายตา *‘หนังสือสัญญาหย่า’* ตัวอักษรสีดำเด่นหร่าบนหัวกระดาษ พร้อมด้วยลายเซ็นที่ถูกจรดลงไปเรียบร้อยแล้วโดยเจ้าตัว... รินรดา "คุณ... คุณหมายความว่ายังไง รินดา!" อคินทร์ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงาน ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าประชิดตัวภรรยาด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ความเย็นชาเมื่อครู่วันนี้ถูกแทนที่ด้วยความตกใจและระ1คณโทสะที่เริ่มคุกรุ่น "ใบหย่าบ้าอะไร ใครอนุญาตให้คุณเซ็น! ผมบอกคุณกี่ครั้งแล้วว่าผมไม่มีทางหย่า!" "ไม่มีทางหย่าเหรอคะ?" รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข แต่มันบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของประธานหนุ่ม "คุณต้องการให้ฉันเป็นแค่ฉากหน้า เป็นภรรยาในนามที่คอยต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองเพื่อเสริมภาพลักษณ์นักธุรกิจผู้แสนอบอุ่นของคุณ ในขณะที่คุณแอบไปกกกอดอยู่กับพราวพิชชา... ผู้หญิงที่คุณไม่เคยลืมได้อย่างนั้นเหรอคะคุณอคินทร์?" "คุณเอาอะไรมาพูด! พราวเขาก็แค่เพื่อนร่วมงานที่ต้องประสานงานกันช่วงนี้!" อคินทร์ปฏิเสธเสียงแข็ง แม้ว่าสันจมูกโด่งรั้นจะเริ่มกระตุกด้วยความร้อนรนอย่างปิดไม่มิด "เพื่อนร่วมงานที่ใช้ห้องนอนร่วมกันในคอนโดหรู ย่านสุขุมวิทเมื่อคืนก่อนเหรอคะ?" รินรดาย้อนถามด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดอาบน้ำผึ้ง เธอดึงหลักฐานภาพถ่ายในโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดโชว์ให้เห็นจะๆ เต็มสองตา ภาพอคินทร์กำลังโอบกอดเอวบางของพราวพิชชาเดินเข้าลิฟต์ส่วนตัวด้วยความสนิทสนม แนบชิด และเกินกว่าคำว่า 'เพื่อนร่วมงาน' ไปไกลลิบ อคินทร์ชะงักกึก ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดลงชั่วขณะ ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากหน้ากากต่อหน้าภรรยาผู้เงียบงันทำให้เขาพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมฉายแววตื่นตระหนกเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี "รินดา... ฟังผมก่อน มันไม่ใช่..." "ไม่ต้องอธิบายหรอกค่ะ เสียเวลาเปล่าๆ" รินรดาตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด เธอถอยหลังออกห่างหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างที่เหมาะสม ดวงตากลมโตจ้องมองสามีทางนิตินัยด้วยแววตาที่เยียบเย็นที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา "ฉันเหนื่อยแล้วค่ะคุณอคินทร์ ฉันให้เกียรติคุณมามากพอแล้ว และตอนนี้... ถึงตาคุณต้องให้เกียรติการตัดสินใจของฉันบ้าง" เธอยื่นปากกาหมึกซMราคาแพงด้ามเดิมกลับไปตรงหน้าเขา ปลายปากกาชี้ตรงไปยังช่องว่างสำหรับลายเซ็นของฝ่ายชาย "เซ็นซะเถอะค่ะ แล้วเราต่างคนต่างไป... หย่าให้ขาด แล้วอย่าคิดจะกลับมาข้องแวะกันอีกเลย" อคินทร์จ้องมองปากกาในมือสลับกับใบหน้าที่นิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงลึกของภรรยา หัวใจแกร่งกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแล่นพล่านขึ้นมาในอก—ไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความรำคาญ แต่มันคือ ‘ความกลัว’ กลัวว่าผู้หญิงคนนี้กำลังจะหายไปจากชีวิตเขาตลอดกาล... ตลอดไปจริงๆ ทว่า ในวินาทีที่อคินทร์กำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธและฉีกกระดาษแผ่นนั้นทิ้ง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของเลขานุการส่วนตัวที่เปิดประตูพรวดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "ท่านประธานคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! คุณพราวพิชชาบุกเข้ามาที่ห้องโถงชั้นล่างแล้ว เธออาละวาดบอกว่ามีสิทธิ์ในบริษัทนี้ และ... และเธอกำลังพาผู้สื่อข่าวสายบันเทิงบุกขึ้นมาที่นี่ค่ะ!" รินรดานิ่งฟังรายงานนั้นด้วยรอยยิ้มสมเพช ก่อนจะหันกลับมามองอคินทร์ที่ใบหน้ามืดมนลงด้วยความเกรี้ยวกราด "ดูเหมือนว่าโลกใบเล็กๆ ของคุณกำลังจะวุ่นวายแล้วสินะคะ... เชิญจัดการตามสบายเถอะค่ะ เพราะต่อจากนี้ไป มันไม่ใช่เรื่องของฉันอีกแล้ว" พูดจบรินรดาก็หมุนตัวเดินหันหลังให้ ทิ้งให้อคินทร์ยืนแข็งค้างอยู่กับกองกระดาษใบหย่าและเสียงฝีเท้าที่กำลังก้าวออกไปอย่างไม่คิดจะหันกลับมามองอีกเลย... *(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการเริ่มต้นใหม่ของรินรดานะคะ)*
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ขาด แล้วอย่าคิดจะกลับมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%