กลิ่นหอมกรุ่นของแป้งเด็กและไออุ่นจากร่างกายเล็กๆ ที่ซุกซบอยู่ตรงซอกคอ คือเครื่องยืนยันว่าปาฏิหาริย์มีจริง... รินรดายกมือขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มสลวยของเด็กชายวัยสามขวบผู้เป็นดั่งดวงใจ ขณะที่สายตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ เบื้องล่างคือสวนหย่อมร่มรื่นที่ถูกเนรมิตขึ้นมาใหม่เพื่อรอยยิ้มของลูกชาย และร่างสูงโปรดของใครบางคนกำลังก้มลงเก็บลูกบอลสีสดใสขึ้นมาส่งให้เด็กน้อยอีกคนด้วยความทะนุถนอม
ภาพอดีตอันแสนเจ็บปวดเคยกรีดลึกในหัวใจจนแทบแหลกสลาย วันที่เธออุ้มท้องเดินออกมาจากคฤหาสน์หลังโตอย่างไร้ค่า วันที่น้ำตาคือเพื่อนแท้เพียงหนึ่งเดียวและความตายดูเหมือนจะเป็นทางออกที่ง่ายดายที่สุด แต่หยาดน้ำตาในวันนั้นได้กลเป็นสายเลือดบริสุทธิ์ที่หล่อเลี้ยงให้รินรดาลุกขึ้นยืนหยัดได้ด้วยลำแข้งของตนเอง
ทว่า... มรสุมชีวิตที่พัดผ่านไม่ได้ทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพัง หากแต่มันคือเครื่องคัดกรองหัวใจ
อคินทร์ในวันนี้ ไม่ใช่ประธานหนุ่มผู้เย็นชาและเย่อหยิ่งคนเดิมที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี ผู้ชายที่เคยถือดีว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง พ่ายแพ้ราบคาบให้กับความว่างเปล่าในวันที่สูญเสียเธอและลูกไปจริงๆ รอยแผลเป็นจากอดีตที่เขาเพียรพยายามชดเชย ไม่ใช่ด้วยคำหวานฉาบยาพิษ แต่เป็นการกระทำที่พิสูจน์ด้วยกาลเวลาตลอดสามปีที่ผ่านมา
ก๊อกๆ...
เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ ดึงเธอกลับมาจากห้วงภวังค์ ร่างสูงของอคินทร์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยความระมัดระวังราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะสลายหายไป เขาอยู่ในชุดลำลองสบายๆ ไร้ซึ่งสูทราคาแพงระยับ ทว่าแววตาที่ทอดมองมายังเธอกลับเปี่ยมล้นด้วยความรักและความนอบน้อมที่คนอื่นไม่มีวันได้เห็น
"อลันง่วงแล้วเหรอครับคนเก่งของป๋า" อคินทร์กระซิบถามเสียงนุ่ม พลางหย่อนกายลงนั่งคุกเข่าข้างโซฟาที่เธอนั่งอยู่ ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการทำงานหนักเพื่อไถ่บาปบรรจงเกลี่ยปอยผมที่ระแก้มให้อย่างทะนุถนอม
"ยังครับป๋า! อลันยังอยากเล่นกับป๋าอยู่เลย" เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบเงยขึ้นเถียง พลางคว้าข้อมือหนาของพ่อไว้แน่น ดวงตากลมโตคู่นั้นถอดแบบมาจากอคินทร์ราวกับพิมพ์เดียวกัน เป็นกระจกเงาสะท้อนความผิดพลาดและการเริ่มต้นใหม่ที่งดงามที่สุด
รินรดามองภาพสองพ่อลูกด้วยหัวใจที่อิ่มเอม ความเคียดแค้นชิงชังที่เคยกัดกินวิญญาณถูกชะล้างจนหมดสิ้นด้วยความจริงใจที่อคินทร์แสดงออกอย่างเสมอต้นเสมอปลาย พราวพิชชาผู้หญิงที่เคยเข้ามาสร้างความร้าวฉาน ถูกตัดขาดจากสังคมไฮโซและโลกของเขาอย่างเด็ดขาดด้วยกฎหมายและอำนาจที่เขาใช้ปกป้องครอบครัว ไม่มีความเมตตาใดๆ เหลือให้คนทรยศอีกต่อไป เพราะบทเรียนราคาแพงสอนให้อคินทร์รู้ว่า... สิ่งใดควรค่าแก่การรักษา และสิ่งใดควรปล่อยให้สูญหายไปกับสายลม
"ดึกมากแล้วนะครับลูก พรุ่งนี้เราต้องไปสวนสนุกกันไม่ใช่เหรอ ถ้าอลันไม่นอน พรุ่งนี้ตื่นสายอดเล่นเครื่องเล่นนะ" อคินทร์ใช้วิธีเจรจาต่อรองที่ได้ผลชะงัดกับเด็กชาย
"เย้! ไปสวนสนุก! อลันจะนอนแล้วครับ!" เด็กน้อยรีบหลับตาปี๋ลงทันทีเรียกเสียงหัวเราะเบาๆ จากคนเป็นพ่อและแม่ อคินทร์อุ้มร่างเล็กขึ้นแนบอก พาไปนอนบนเตียงเด็กที่จัดเตรียมไว้อย่างดีอย่างคล่องแคล่ว มือหนาตักตวงความอบอุ่นนี้ด้วยความทะนุถนอมราวกับกลัวว่ามันจะเป็นความฝัน
เมื่อลูกชายเข้าสู่ห้วงนิทรา อคินทร์จึงเดินกลับมาหารินรดาที่ยืนรออยู่ริมระเบียง สายลมยามค่ำคืนพัดพาเอาความเย็นสบายเข้ามา แต่ความอบอุ่นที่แท้จริงกลับมาจากอ้อมแขนแข็งแกร่งที่สวมกอดเธอจากด้านหลัง ปลายคางได้รูปเกยลงบนลาดไหล่มนสูดดมกลิ่นกายหอมละมุนที่คุ้นเคย
"คิดอะไรอยู่หรือเปล่าครับริน..." เสียงทุ้มต่ำเอמהชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกชัน
รินรดานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งไปกับสัมผัสที่เปี่ยมด้วยความหมาย เธอยกมือขึ้นสัมผัสทับมือหนาที่กุมประสานกันอยู่หน้าท้อง
"รินแค่กำลังคิดว่า... ชีวิตคนเรานี่ช่างมหัศจรรย์เหลือเกินค่ะคุณคิน" เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบา "จากวันที่เราต่างคนต่างเจ็บปวด จากวันที่รินคิดว่าความรักเป็นเรื่องหลอกลวง... ใครจะไปคิดว่าเราจะได้มีวันนี้"
อคินทร์กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ราวกับต้องการหลอมรวมเธอเป็นเนื้อเดียวกับร่างกาย ดวงตาคมกริบที่เคยเย็นชา บัดนี้ไหวระริกด้วยหยาดน้ำตาแห่งความตื้นตัน เขาจูบลงบนขมับบางซ้ำๆ อย่างรักใคร่
"พี่ขอโทษนะริน... ขอโทษสำหรับทุกสิ่งที่ผ่านมา ขอโทษที่เคยตาบอดและปล่อยให้มือคู่นี้ทำร้ายคนที่รักพี่ที่สุด" เสียงของเขาพร่าสั่น เจือความสำนึกผิดที่ฝังรากลึกในใจ "แต่ขอบคุณ... ขอบคุณที่ให้โอกาสผู้ชายเลวๆ คนนี้ได้กลับมาทำหน้าที่สามีและพ่อ... ขอบคุณที่ทำให้พี่รู้ว่าความสุขที่แท้จริงบนโลกใบนี้คืออะไร"
รินรดาหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตากลมโตสบประสานกับดวงตาคมที่ฉายชัดถึงความมั่นคงและความรักที่บริสุทธิ์ เธอไม่ได้ตอบรับด้วยคำหวานซึ้ง แต่ยกมือขึ้นสัมผัสแก้มสากของสามีด้วยความอ่อนโยน รอยยิ้มบางเบาที่ประดับบนริมฝีปากอิ่มคือคำตอบที่ชัดเจนยิ่งกว่าถ้อยคำใดๆ
"อดีตเราลบมันไม่ได้หรอกค่ะคุณคิน... รอยแผลมันยังอยู่ แต่มันคือน2เครื่องเตือนใจว่าเราผ่านอะไรกันมาบ้าง และวันนี้... เราเลือกที่จะเดินหน้าต่อไปด้วยความเข้าใจและอภัยให้แก่กัน" เธอยิ้มกว้างขึ้น "ตราบใดที่คุณคินยังจับมือรินแน่นแบบนี้... รินก็พร้อมที่จะเดินเคียงข้างคุณไปจนแก่เฒ่าค่ะ"
อคินทร์ไม่รอช้า เขาก้มลงประกบเรียวปากลงบนกลีบปากนุ่มของภรรยาด้วยความรักทั้งหมดที่มี เป็นจูบที่ไม่มีความเร่าร้อนหรือเห็นแก่ตัว มีเพียงความทะนุถนอม ความซาบซึ้ง และคำสัญญาแห่งรักนิรันดร์ที่สลักลึกลงในดวงวิญญาณ
ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา ครอบครัวที่เคยแตกสลาย บัดนี้ถูกประกอบขึ้นใหม่ด้วยความรัก ความเข้าใจ และสายอวบอุ่นของสายเลือด ท่ามกลางเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของลูกน้อยในห้องนอน รินรดารู้สึกได้ทันทีว่า... นี่คือบทสรุปที่สมบูรณ์แบบที่สุดของชีวิต และเป็นจุดเริ่มต้นของความสุขที่แท้จริง ที่จะไม่มีวันปล่อยมือจากกันอีกตลอดกาล
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง หัวเราะ ร้องไห้ และโอบกอดตัวละครทุกตัวมาจนถึงบรรทัดสุดท้ายนี้นะคะ
หย่าให้ขาด แล้วอย่าคิดจะกลับมา•ตอนที่ 30
หย่าขาดจากอดีต สู่รักนิรันดร์
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ขาด แล้วอย่าคิดจะกลับมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!