ร้อยบทกลอนซ่อนรอยเลือด•ตอนที่ 3

ร่องรอยในหมึกจีน

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
กลิ่นอายของหมึกซวนจื่อชั้นดีผสมผสานกับความชื้นของค่ำคืนในห้องทำงานใต้ดินลอยอบอวลจนน่าเวียนหัว แสงจากตะเกียงน้ำมันก๊าดกะพริบไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างบานแคบ ทอดเงายาวน่ากลัวของชั้นหนังสือให้ทาบทับลงบนร่างของคนทั้งสอง "เห็นไหมครับ... บทกวีบทที่สองเพิ่งจะเริ่มต้นบรรเลงขึ้นแล้วล่ะครับ" เสียงทุ้มต่ำเจือรอยยิ้มจางๆ ของไป๋จิ่นเฉิงยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของมู่หว่านเอิน อัยการสาวกัดริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด ดวงตากลมโตคมกริบจ้องมองแผ่นกระดาษสาตรงหน้า สลับกับชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มประดับใบหน้าแต่แววตาดำมืดราวกับหลุมพราง บนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง กระดาษสาสองแผ่นถูกกางออกเทียบเคียงกัน แผ่นหนึ่งคือจดหมายลาตายของเหยื่อรายล่าสุด ส่วนอีกแผ่นคือกลอนปริศนาที่ถูกทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ "ตรรกะของคุณพังไม่เป็นท่าแล้ว ไป๋จิ่นเฉิง" มู่หว่านเอินเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบเฉียบขาด เธอสวมถุงมือผ้าไหมสีขาว ปลายแหนบโลหะในมือคีบมุมกระดาษไว้อย่างระมัดระวัง "หมึกที่ใช้ในจดหมายลาตาย เป็นหมึกซุนอี้ว์รุ่นเก่าที่ผลิตจากมณฑลอันฮุยเมื่อสิบปีก่อน ส่วนหมึกในบทกลอนคือหมึกหง Hú จากโรงงานหลวง ทั้งความหนืด ค่า pH และปริมาณคาร์บอนต่างกันราวฟ้ากับเหว ทางนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันชัดเจนว่ามันถูกเขียนขึ้นโดยคนละคน และใช้พู่กันคนละเบอร์" ไป๋จิ่นเฉิงไม่โต้แย้ง เขายกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ ปล่อยให้น้ำชาอุ่นๆ ชะโลมลำคอ ท่าทางสบายๆ ของเขาตัดกับบรรยากาศเคร่งเครียดในห้องอย่างไร้รอยต่อ ราวกับพวกเขากำลังนั่งจิบชาชมดอกไม้ผลิใบ ไม่ใช่กำลังแกะรอยฆาตกรต่อเนื่องที่ไล่ล่าชีวิตผู้คน "ท่านอัยการมู่... คุณกำลังใช้กฎหมายและเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์วัด 'จิตวิญญาณ' ของกวีนะครับ" ไป๋จิ่นเฉิงวางถ้วยมากลงกระทบโต๊ะเบาๆ เกิดเสียงดัง *กริ๊ก* ที่บาดลึกในความเงียบ "วิทยาศาสตร์บอกความจริงได้ว่ากระดาษแผ่นไหนทำมาจากต้นสาอะไร หมึกหยดไหนผสมกาวหนังสัตว์ปริมาณเท่าไหร่ แต่วิทยาศาสตร์บอกท่านได้ไหมครับว่า... ทำไมฆาตกรถึงจงใจเลือกใช้หมึกที่เกรดต่ำกว่า ในจดหมายที่ควรจะมีความสำคัญที่สุด?" มู่หว่านเอินชะงัก ปลายแหนบในมือหยุดนิ่งกลางอากาศ "คุณหมายความว่า..." "ผมไม่ได้หมายความว่าอะไรทั้งนั้นครับ" ไป๋จิ่นเฉิงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปรสงในชุดคลุมผ้าไหมสีเข้มก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน ช้าๆ ราวกับเสือดาวกำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อ เขายื่นมือเรียวยาวออกไป ปลายนิ้วแตะลงบนขอบกระดาษแผ่นที่สองแผ่วเบา "ลองสังเกตลายเส้นตรงนี้นะครับ... น้ำหนักการกดทุกลากเส้น ความลังเลเสี้ยววินาทีตรงคำว่า 'ความตาย' ฆาตกรไม่ได้แค่พยายามเลียนแบบลายมือ แต่มันกำลัง 'แสดงละคร' ให้เครื่องมือตรวจพิสูจน์ของคุณตายใจต่างหาก" ดวงตาของอัยการสาวหรี่ลงอย่างใช้ความคิด สมองอันปราดเปรื่องประมวลผลข้อเท็จจริงอย่างรวดเร็ว หากหมึกและกระดาษถูกพิสูจน์แล้วว่าเป็นทางตัน... หรือนั่นจะเป็นสิ่งที่ฆาตกรต้องการตั้งแต่แรก? ออกแบบหลักฐานให้ "ชี้ชัด" ว่ามาจากคนละแหล่ง เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากโครงสร้างที่แท้จริงของคดี? "ถ้ามันเป็นการตบตา..." มู่หว่านเอินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความท้าทายและความหวาดระแวงระคนกัน "แล้วเบาะแสที่แท้จริงซ่อนอยู่ตรงไหน? หรือทั้งหมดนี้เป็นเพียงเกมจิตวิทยาที่คุณกุขึ้นมาเพื่อสนุกบนความพินาศของคนอื่น?" ไป๋จิ่นเฉิงหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข เต็มไปด้วยเศษซากความทรงจำอันมืดมนที่ถูกฝังกลบไว้ "ท่านอัยการคิดว่าผมว่างงานขนาดนั้นเชียวหรือครับ? คดีนี้... เดิมพันด้วยลมหายใจของผมเช่นกัน" เขาก้มตัวลงกระซิบข้างใบหูเธอ กลิ่นจางๆ ของสนิมและชาอู่หลงลอยแตะจมูก "ลองดมดูสิครับ... กลิ่นหมึกแผ่นนั้น ไม่ได้มาจากมณฑลอันฮุย หรือโรงงานหลวงอะไรทั้งสิ้น" มู่หว่านเอินขมวดคิ้ว เธอก้มลงโน้มใบเข้าใกล้กระดาษแผ่นนั้นอีกนิดสูดดมกลิ่นจางๆ ที่ติดอยู่บนเนื้อกระดาษสา ท่ามกลางกลิ่นฉุนของเคมีตรวจพิสูจน์ ยังมีกลิ่นอับชื้นเฉพาะตัว... กลิ่นของกระดาษโบราณที่ถูกเก็บรักษาไว้ในห้องใต้ดินที่ปราศจากแสงแดดเป็นเวลานานหลายปี "กลิ่นอับของ... หอสมุดหลวงชั้นใน?" มู่หว่านเอินเบิกตากว้าง หอสมุดที่ถูกปิดตายหลังเหตุเพลิงไหม้ปริศนาเมื่อสิบปีก่อน! "ถูกต้องครับ" ไป๋จิ่นเฉิงผละตัวออก รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าที่น่ากลัว "และคนเดียวที่มีกุญแจเปิดห้องเก็บเอกสารลับนั้น... คือคนที่กำลังนั่งเซ็นแฟ้มคดีอยู่บนศาลสูงสุดในตอนนี้" *ปัง!* เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวจากชั้นบน ตามด้วยเสียงฝีเท้าเร่งรีบหลายคู่ที่กำลังวิ่งกรูลงมาตามบันไดไม้ เสียงหอบหายใจและเสียงตะโกนโกลาหลดังทะลุผนังเข้ามา "ท่านอัยการ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงของเจ้าหน้าที่ศาลดังลั่นด้วยความตื่นตระหนก "ศาลายา... พยานปากเอกในคดีนี้เพิ่งถูกพบเป็นศพในห้องพัก! สภาพศพ... ถูกกรีดหน้าอกและจัดฉากให้เป็นบทกลบทกวีบทที่สาม... เหมือนกับในสำนวนไม่มีผิดเพี้ยน!" มู่หว่านเอินหน้าถอดสี เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หันขวับกลับไปมองไป๋จิ่นเฉิงทันที ทว่า... เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกลับว่างเปล่า เหลือไว้เพียงรอยหมึกสีดำหยดสุดท้ายที่ค่อยๆ ซึมลงบนกระดาษสา และเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ยังคงลอยวนอยู่ในอากาศราวกับภูตผี *"ระวังตัวไว้นะครับ... เพราะคนต่อไป อาจไม่ใช่พยาน... แต่เป็นคุณ"* --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในกลลวงนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้อยบทกลอนซ่อนรอยเลือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%