"ถ้าสมองของคุณมีรอยหยักเท่ากับมูลค่าความเสียหายที่เพดานห้องประชุมของผมร่วงลงมา... คุณคงไม่ต้องมายืนหน้าซีดเป็นไก่ต้มน้ำปลาอยู่ตรงนี้หรอกครับ คุณรินรดา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่แฝงไว้ด้วยกระแสความเยียบเย็นดังขึ้น ทะลุผ่านความเงียบสงบของห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง คีย์ ธันวา ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองคู่กรณีที่ยืนกำมือแน่นอยู่เบื้องโต๊ะทำงานตัวใหญ่ นิ้วเรียวยาวของเขายังคงเคาะลงบนหน้าจอแท็บเล็ตอย่างใจเย็น ราวกับชีวิตของหญิงสาวตรงหน้ามีค่าไม่ต่างจากฝุ่นละอองบนพื้นรองเท้า
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนแทบจะกลายเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตฉายแววพยศและขุ่นเคืองอย่างปิดไม่มิด เธอยกแขนขึ้นกอดอกเพื่อซ่อนอาการสั่นเทาเล็กน้อยจากความโกรธ ไม่ใช่เพราะเธอกลัวอำนาจเงินมหาศาลของเขา แต่เพราะสถานการณ์บัดซบในตอนนี้มันบังคับให้เธอต้องตกเป็นฝ่ายจำยอมต่างหาก
"ฉันไม่ได้ตั้งใจทำมันพังซะหน่อยค่ะ... เอ้ย! ผมไม่ได้ตั้งใจ..." รินรดาเผลอหลุดคำลงท้ายแบบผู้หญิงออกไปก่อนจะรีบเปลี่ยนเสียงกระแอมแก้เก้อ เมื่อสายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีของคนตรงหน้าเงยขึ้นมาจ้องเขม็ง "หมายถึง... อุบัติเหืตุค่ะ อุบัติเหตุ! คุณก็เห็นว่าสายแลนมันรุงรังเหมือนรังนกกระจาบ แล้วใครจะไปรู้ว่าขาเก้าอี้มันจะไปเกี่ยวจนแจกันราคาแปดหลักของคุณหล่นลงมาแตกละเอียดไม่เป็นชิ้นดีล่ะคะ!"
"ครับ... สวยงามมาก คำแก้ตัวที่ดีเยี่ยม" คีย์วางแท็บเล็ตในมือลง เสียงโลหะกระทบกระจกโต๊ะดังขึ้นเบาๆ แต่กลับทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายภายใต้สูทสั่งตัดเข้ารูปดูน่าเกรงขามจนคนตัวเล็กต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "แปดหลักที่คุณพูดถึง มันคือแจกันโบราณราชวงศ์ชิงที่ประมูลมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของผม ไม่ใช่เศษแก้วตามตลาดนัดโบ๊เบ๊ที่คุณคุ้นเคย"
"นี่คุณ! จะดูถูกกันมากเกินไปแล้วนะ!" รินรดาปรอทแตก เผลอขึ้นเสียงใส่ประธานบริหารหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล "ถึงฉันจะเป็นแค่พนักงานฟรีแลนซ์ฝ่ายจัดอีเวนต์ตกอับในสายตาคุณ แต่ฉันก็มีศักดิ์ศรีพอนะคะ! จะให้ชดใช้ค่าเสียหายบ้าบออะไรนั่น ฉันไม่มีปัญญาจ่ายเงินล้านหรอก อยากจะฟ้องล้มละลายหรือส่งตำรวจจับก็เชิญเลย!"
เธอเชิดหน้าขึ้นท้าทาย ทั้งที่ในใจเริ่มนึกถึงเงินเก็บก้อนสุดท้ายในบัญชีที่เหลืออยู่ไม่ถึงห้าพันบาท ค่าห้องพักที่ยังค้างจ่าย และภาระหนี้สินของครอบครัวที่แบกไว้บนบ่า
คีย์หรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้าพินิจพิเคราะห์ ตั้งแต่เส้นผมที่มัดรวบไว้ลวกๆ แต่กลับขับให้ใบหน้าเรียวสวยดูโดดเด่น ดวงตาดุที่พยายามซ่อนความกลัวไว้ภายใต้ความอวดดี และริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างขัดใจ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ายัยตัวแสบคนนี้มีแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึก 'หงุดหงิด' จนสลัดภาพเธอออกไปจากหัวไม่ได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ปะทะคารมกันในห้องประชุม
มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความ
อบอุ่นแม้แต่น้อย หากแต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
"ใครบอกว่าผมจะให้คุณติดคุกครับ?" คีย์ก้าวเท้าเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาใกล้ทีละก้าว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านจนรินรดารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง เธอต้องถอยหลังจนสะโพชนิดติดกับขอบโต๊ะทำงานตัวรอง "คนระดับผมไม่นิยมส่งใครเข้าซังเตให้เสียเวลาหรอกนะ... เสียภาพลักษณ์องค์กรเปล่าๆ"
"แล้ว... แล้วคุณจะเอาอะไรจากฉัน?" รินรดาถามเสียงสั่นเล็กน้อยเมื่อระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว ใบหน้าหล่อเหลาคมคายอยู่ใกล้จนเธอเห็นขนตางอนยาวและเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น
คีย์โน้มตัวลงมา กระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่จงใจยั่วเย้าให้อีกฝ่ายสติหลุด
"เป็นหนี้ก็ต้องใช้... แต่เนื่องจากคุณไม่มีเงินสดมาจ่ายค่าแจกันแปดหลัก งั้นเรามาตกลงกันด้วยวิธีอื่น" เขายืดตัวขึ้น มองสำรวจปฏิกิริยาตื่นตระหนกของเธอด้วยความพึงพอใจ "เซ็นสัญญาฉบับนี้ซะ แล้วหนี้ทั้งหมดของคุณจะถูกลบล้างในพริบตา"
เอกสารฉบับหนึ่งถูกโยนลงบนโต๊ะตรงหน้ารินรดาอย่างไม่ไยดี เธอรีบก้มลงหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่านด้วยความรวดเร็ว ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ ทุกบรรทัดที่กวาดสายตามองผ่าน
*สัญญาจ้างปฏิบัติภารกิจส่วนตัว (คู่ควงจำเป็น)*
ข้อความในกระดาษระบุชัดเจนว่า เธอต้องทำหน้าที่เป็นคู่ควงออกงานสังคมและทำตามคำสั่งของคีย์ ธันวา ทุกประการ เป็นระยะเวลาสามเดือนเต็ม แลกกับการที่เขาจะยกหนี้ค่าแจกันและค่าเสียหายทั้งหมดให้ แถมยังมีเงินเดือนระหว่างปฏิบัติหน้าที่ให้ใช้สอยไม่ขาดมือ
"นี่มัน... สัญญาบ้าอะไรเนี่ย! คุณจะให้ฉันเป็นทาสรับใช้คุณรึไง!" รินรดาเงยหน้าขึ้นมาโวยวายทันที "ฉันเป็นผู้จัดงานอีเวนต์นะ ไม่ใช่ผู้หญิงขายบริการทางสังคมที่จะมาจ้างไปควงเล่นแก้เบื่อ!"
"ระวังปากของคุณด้วยนะครับ คุณรินรดา" คีย์เสียงเข้มขึ้น ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจกับคำเปรียบเปรยนั้น "ผมให้เกียรติคุณในฐานะ 'คู่ควง' ไม่ใช่ทาส และงานที่ต้องไปออกก็มีแต่พวกงานสังคมชั้นสูงที่พวกไฮโซชอบใส่หน้ากากเข้าหากัน... ถ้าคุณฉลาดพอ ก็น่าจะรู้ว่างานนี้นอกจากจะปลดหนี้แล้ว คุณยังจะได้คอนเนกชันกลับไปต่อยอดธุรกิจจัดอีเวนต์กระจอกๆ ของคุณอีกโข"
รินรดาเม้มปากแน่น สมองกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว ข้อเสนอนี้มันเหมือนดาบสองคม ด้านหนึ่งคือการเอาศักดิ์ศรีไปผูกติดกับผู้ชายปากร้ายเอาแต่ใจอย่างเขา แต่อีกด้านหนึ่ง... เธอกำลังจะจนมุมและไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้จริงๆ
"ถ้าฉันไม่เซ็นล่ะ?" เธอถามเสียงแข็ง
"ก็ตามสบายครับ..." คีย์ยักไหล่เบาๆ อย่างไม่ี่ใส่ใจ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาหมุนเล่นในมือ "พรุ่งนี้เช้า ทนายความส่วนตัวของผมจะยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งและอาญาฐานทำลายทรัพย์สินมูลค่าสูง ข้อหาลักทรัพย์โดยประมาท หรืออะไรทำทำนองนั้น... เตรียมตัวหาทนายเก่งๆ ไว้สู้คดีได้เลยครับ รับรองว่าคุณคงไม่ได้เหยียบออกไปทำงานอีเวนต์ที่ไหนอีกหลายปี"
"คุณมัน... คนเผด็จการ! หน้าเลือด! จอมบงการ!" รินรดาพรั่งพรูคำด่าออกมาเป็นชุดด้วยความคับแค้นใจ อยากจะหยิบแจกันอีกใบมาฟาดหัวคนตรงจริงๆ ให้ตายเถอะ!
"ขอบคุณสำหรับคำชมครับ" คีย์ตอบหน้าตาเฉย ยื่นปากกาหมึกซึมราคาแพงลิบลิ่วมาตรงหน้าเธอ "ว่าไงครับ? จะเซ็นเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ หรือจะเดินออกไปทางประตูแล้วเลือกเส้นทางอนาคตที่มืดมนดีล่ะ?"
รินรดากัดฟันกรอด ความโกรธแล่นพล่านจนมือสั่นเทา เธอจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจนั่นอย่างเจ็บใจ สุดท้ายเธอก็คว้าปากกาจากมือเขามาอย่างไร้ความปรานี เซ็นชื่อลงไปในกระดาษแผ่นนั้นด้วยแรงอารมณ์ที่เกือบจะทะลุทะลวงกระดาษให้ขาดเป็นสองท่อน
"พอใจคุณรึยังล่ะ!" เธอโยนปากกาคืนลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น
คีย์ก้มมองลายเซ็นหวัดๆ บนกระดาษ มุมปากหยักยิ้มเหยียดยอย่างผู้ชนะ เขาดึงเอกสารเข้ามาเก็บไว้ใกล้ตัวอย่างทะนุถนอม ราวกับเด็กได้ของเล่นชิ้นใหม่ที่ถูกใจที่สุด
"ยินดีต้อนรับสู่ทีมงานส่วนตัวของผมครับ... คุณคู่ควง"
รินรดาสบถเบาๆ ในลำคอ หันหลังเตรียมจะก้าวเดินหนีออกไปให้พ้นจากบรรยากาศน่าอึดอัดนี้ แต่เสียงทุ้มต่ำของเขาก็รั้งเธอไว้เสียก่อน
"เดี๋ยวครับ... คืนนี้มีงานเลี้ยงฉลองครบรอบบริษัทอสังหาฯ ของตระกูลผม คุณต้องไปในฐานะคู่ควงของผม เตรียมตัวให้พร้อม... อีกสิบลนาที รถจะมารอรับคุณที่หน้าตึก"
รินรดายืนแข็งทื่อ หันขวับกลับมามองหน้าเขาด้วยความตกใจ "เดี๋ยวสิ! ฉันยังไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลยนะ อีกอย่าง ชุดราตรีอะไรนั่นฉันก็ไม่มี..."
"เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงครับ..." คีย์พูดตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง "ผมสั่งให้คนเตรียมชุดและช่างแต่งหน้าไว้รอคุณที่คอนโดเรียบร้อยแล้ว"
คำพูดนั้นทำให้รินรดาถึงกับอ้าปากค้าง ประมวลผลไม่ทันว่าผู้ชายคนนี้วางแผนล่วงหน้าเอาไว้ตั้งแต่ตอนไหนกันแน่ เหมือนเขารู้ทุกฝีก้าวว่าเธอจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจำนน
ทว่า... ก่อนที่เธอจะได้อ้าปากเถียงอะไรกลับไป เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วและดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
ยังไม่ทันที่เจ้าของห้องจะอนุญาต ประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมสีแดงเพลิงก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตากลมโตเฉี่ยวคมกวาดมองคนทั้งคู่ด้วยแววตาร้ายกาจ ก่อนจะพ่นคำพูดที่ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงไปอีกหลายองศา
"ธันวา! นี่มันเรื่องอะไรกันคะ? ทำไมอีผู้หญิงโนเนมคนนี้ถึงได้ก้าวเข้ามามีชื่อเป็นคู่ควงของคุณในงานคืนนี้!"
**ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ บรรทัดนี้นะครับ**
เล่ห์ร้ายพ่ายรักคุณชายปากแข็ง•ตอนที่ 1
สัญญาฉบับหมาไม่กิน
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายพ่ายรักคุณชายปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!