เสียงหอบหายใจแผ่วเบาของเครื่องปรับอากาศในห้องพักขนาดกะทัดรัด ไม่สามารถกลบเสียงหัวใจที่เต้นรัวโครมครามของคนทั้งคู่ได้เลยแม้แต่น้อย
คีย์ ธันวา ยืนขวางประตูทางออก ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มยับยับบ่งบอกถึงการเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาอย่างยาวนานและเร่งรีบ ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววหยิ่งทะนงในฐานะทายาทหมื่นล้าน บัดนี้กลับมีร่องรอยความอ่อนล้าและความหวาดหวั่นฉายชัดอยู่ลึกๆ สายตานั้นจดจ้องมองผู้หญิงตรงหน้า ราวกับกลัวว่าเธอจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่จางหายไปหากเขากะพริบตา
"คุณเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง"
รินรดาเอ่ยถาม น้ำเสียงแม้จะพยายามบังคับให้ราบเรียบและเย็นชาเพียงใด แต่ความสั่นเครือที่ปลายเสียงก็ทรยศความรู้สึกของเธอจนหมดสิ้น เธอยืนกอดอก แผ่นหลังแนบชิดกับเคาน์เตอร์ครัวเล็กๆ เพื่อเว้นระยะห่างระหว่างเขากับเธอให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววท้าทาย ปัจจุบันกลับเบือนหนีไปทางอื่น ไมยอมสบตาคมคู่นั้นโดยตรง
"ลูกน้องคุณไม่ได้บอกเหรอครับ ว่าผมใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะตามหาคุณเจอ" คีย์เค้นเสียงหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันที่ปรากฏบนริมฝีปากหยักลึกไม่ได้ไปถึงดวงตาเลย "คิดเหรอครับว่าหนีมาไกลถึงต่างประเทศแล้ว ผมจะตามคุณไม่พบ... รินรดา"
"ฉันไม่ได้หนี" เธอกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะหันขวับกลับมาจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง ความโกรธที่สะสมมาหลายสัปดาห์เริ่มพุ่งพล่านขึ้นมากลบความอ่อนแอ "ฉันแค่มาพักผ่อน มาหาอากาศบริสุทธิ์หายใจ โดยที่ไม่มีคนปากร้ายคอยมาตามจิกกัดหรือพูดจาดูถูกเหยียดหยามเหมือนอย่างที่คุณชอบทำไงคะ!"
"แล้วที่ผมพูด มันไม่ใช่เรื่องจริงหรือไง" คีย์สวนกลับทันควัน ความซึนและสัญชาตญาณการป้องกันตัวของเขายังคงทำงานอย่างรวดเร็ว ปากหนาพลั้งพรูคำพูดเชือดเฉือนออกไปตามความเคยชิน "การดั้นด้นหนีปัญหามาซ่อนตัวอยู่เงียบๆ แบบนี้ มันแสดงให้เห็นว่าคุณขี้ขลาดแค่ไหน รินรดา!"
เพียะ!
เสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับแก้วสากของชายหนุ่มดังสนั่นก้องห้องแคบๆ
คีย์หน้าหันไปตามแรงตบ ใบหน้าคมคายขึ้นรอยแดงจางๆ แต่เขากลับไม่ได้แสดงอาการโกรธเคือง หรือแม้แต่จะยกมือขึ้นกุมแก้มข้างนั้น ดวงตาคมหันกลับมามองเธอช้าๆ มีเพียงความเจ็บปวดร้าวลึกที่ฉายวาบผ่านนัยน์ตา ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัด
รินรดายกมือสั่นเทาของตัวเองขึ้นมามอง เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความรู้สึกผิดแล่นริ้วขึ้นมาในอก แต่ทิฐิและบาดแผลในใจที่ยังไม่ทันตกสะเก็ดก็ทำให้เธอเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้น
"ถ้าฉันมันขี้ขลาดนัก แล้วคุณจะตามมาหาฉันทำไมล่ะคะคุณคีย์!" เสียงของเธอเริ่มสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้าแต่พยายามกลั้นไว้สุดชีวิต "กลับไปซะ! กลับไปที่โลกของคุณ ไปบริหารบริษัทของคุณ ไปใช้ชีวิตที่คุณดูถูกฉันนักหนา ปล่อยฉันไว้ตรงนี้เถอะค่ะ... เราต่างคนต่างอยู่กันแค่นี้ไม่พอหรือไง"
คีย์ไม่ตอบ เขาไม่ยอมขยับเขยื้อนเคลื่อนกายไปไหน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคงราวกับเสาเข็ม รินรดาถอยหลังหนีจนสะโพกชนติดขอบเคาน์เตอร์ ไร้ซึ่งทางถอย
ชายหนุ่มโน้มตัวลงมา ใบหน้าอยู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยผสมผสานกับกลิ่นอายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลยิ่งทำให้หัวใจของหญิงสาวสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้
"ถ้าผมทำแบบนั้นได้... ผมคงไม่ต้องทนทรมานอยู่คนเดียวที่กรุงเทพฯ ตลอดหลายวันที่ผ่านมาหรอกครับ"
น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป จากความเกรี้ยวกราดกลายเป็นความนุ่มนวลทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความร้าวรานอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน
รินรดาชะงัก เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่มักจะมองเธอด้วยความเย่อหยิ่งและประชดประชัน บัดนี้กลับฉายชัดถึงความเวทนาและอ้อนวอนอย่างน่าประหลาด
"คุณ... พูดบ้าอะไรของคุณ" เธอเบือนหน้าหนีความใกล้ชิดที่อันตรายต่อหัวใจดวงนี้ "อย่ามาใช้ไม้นี้กับฉันนะคีย์ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงโง่คนเดิมที่จะยอมให้คุณหลอกให้อยายใจแล้วก็เหยียบย่ำเล่นอีกแล้ว"
"ผมไม่ได้หลอก และผมไม่เคยเหยียบย่ำคุณ... มีแต่คุณนั่นแหละที่ใจร้าย" คีย์เอื้อมมือหนาขึ้นมาหมายจะแตะแก้มนวล แต่รินรดาเบี่ยงหน้าหลบอย่างรวดเร็ว มือของเขาจึงค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ลดมือลงอย่างเจียมตัว "ผมยอมรับว่าผมปากร้าย ผมยอมรับว่าผมมันคนอีโก้สูงจนน่ารังเกียจ... แต่ริน... มองหน้าผมแล้วฟังให้ดีๆ นะครับ"
เขาสูดหายใจเข้าลึกราวกับรวบรวมความกล้าทั้งหมดในชีวิต
"ผมขอโทษ... สำหรับทุกคำพูด ทุกการกระทำที่ทำร้ายจิตใจคุณ"
ความเงียบโรยตัวปกคลุมไปทั่วห้อง รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อย เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะได้ยินคำว่า 'ขอโทษ' จากปากผู้ชายที่อีโก้สูงส่งทะฟ้าอย่างคีย์ ธันวา
แต่นั่น... มันยังไม่เพียงพอที่จะลบล้างความเจ็บปวดที่ผ่านมาได้
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอดันอกกว้างของเขาออกห่างเบาๆ แม้แรงนั้นจะไม่สามารถทำให้เขาขยับได้มากนัก แต่อย่างน้อยก็สร้างระยะห่างระหว่างกันได้พอสมควร
"คำขอโทษของคุณ... มันง่ายเกินไปค่ะคุณคีย์" รินรดายิ้มหยันให้กับตัวเอง แววตาว่างเปล่าจนน่าใจหาย "เวลาที่คุณพูดจาทำร้ายความรู้สึกฉัน คุณไม่เคยคิดถึงใจฉันเลยสักนิด พอมันพังจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว คุณถึงเพิ่งจะมาสำนึกผิดงั้นเหรอคะ? สายไปแล้วล่ะค่ะ... ฉันไม่พร้อม... และคิดว่าคงไม่มีวันพร้อมที่จะกลับไปยืนจุดเดิมกับคุณอีก"
ประโยคพูดคุยที่เชือดเฉือนแต่แฝงด้วยความเปราะบางกำลังดำเนินไปถึงจุดแตกหัก คีย์ขบกรามแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาเล็กน้อย ความดื้อรั้นในตัวเขาเริ่มตีรวนขึ้นมาอีกครั้งเมื่อถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
"แล้วคุณต้องการอะไร รินรดา? จะให้ผมกราบขอร้องคุณตรงนี้ไหม ถึงจะพอใจ?" เขาเค้นเสียงถามด้วยความอัดอั้น
"ต่อให้คุณคุกเข่าลงตรงนี้ มันก็เรียกความรู้สึกเดิมกลับมาไม่ได้หรอกค่ะ!" รินรดาตอกกลับเสียงดัง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงหล่นลงมาอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ "ทางที่ดีที่สุดคือคุณกลับไปซะ... อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีกเลย"
ความโกรธและความน้อยใจพุ่งทะยานถึงขีดสุด คีย์หมดความอดทน มือหนาคว้าข้อแขนเรียวของเธอไว้แน่นด้วยความรั้ง ไม่ยอมให้เธอหันหลังหนีไปไหนอีก ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัว บดบังทัศนียภาพรอบด้านจนเธอตกอยู่ในอ้อมแขนของเขาโดยปริยาย
"ผมไม่กลับ!" เขาประกาศกร้าว ดวงตาแดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจ "จำไว้เลยนะรินรดา ต่อให้คุณจะเกลียดผม ไล่ผม หรือเอาตบหน้าผมอีกสักกี่ครั้ง ผมก็จะไม่มีวันไปไหนทั้งนั้น จนกว่าคุณจะยอมฟังเหตุผลของผมให้จบ!"
ทั้งคู่ยืนจ้องตากันด้วยความดื้อรั้น ไฟอารมณ์และแรงดึงดูดประหลาดหลอมรวมกันจนบรรยากาศรอบตัวร้อนระอุ หัวใจของทั้งสองดวงเต้นระรัวในจังหวะที่แทบจะไม่ต่างกัน ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนเกินความจำเป็นทำให้ความโกรธเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความโหยหาอย่างช้าๆ
คีย์โน้มใบหน้าลงมาหาเธอช้าๆ สายตาคมกอดกุมริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริก รินรดารู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดอยู่ริมฝีปาก เธอใจเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก สมองสั่งให้ผลักเขาออกไป แต่ร่างกายกลับไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้าน
ระยะห่างระหว่างริมฝีปากลดลงเหลือเพียงไม่ถึงเซนติเมตร...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเป็นความตายของบรรยากาศแสนพะว้าพะวังในห้องอย่างกะทันหัน ตามมาด้วยเสียงหวานใสของหญิงสาวคนสนิทที่คีย์ทิ้งไว้เบื้องหลังและบินตามเขามาติดๆ ดังทะลุบานประตูเข้ามา
"พี่คีย์คะ! อยู่ข้างในหรือเปล่าคะ ทำไมเปิดประตูช้าจัง นลินเป็นห่วงนะคะเนี่ย!"
คีย์ชะงักกึก ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจระคนหงุดหงิดสุดขีด ส่วนรินรดาพลันสะดุ้งสุดตัว สีหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อได้ยินชื่อและเสียงนั้น ก่อนที่รอยยิ้มสมเพชตัวเองจะผุดขึ้นที่มุมปากของเธอ
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและเดินทางข้ามผ่านทุกอุปสรรคไปด้วยกันนะครับ โครโนสทริกเกอร์
เล่ห์ร้ายพ่ายรักคุณชายปากแข็ง•ตอนที่ 33
โอกาสครั้งที่สอง
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายพ่ายรักคุณชายปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!