เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นพร้อมกับเสียงบิดลูกบิดโลหะที่ส่งเสียง *แกร๊ก...* ยาวนานราวกับเข็มนาฬิกาที่กำลังกรีดลงบนผิวเนื้อ
ดร.อคินไม่แม้แต่จะหันไปมองบานประตูเหล็กกล้าที่กำลังจะถูกผลักเปิดออก ร่างโปร่งในชุดเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตาของแพทย์นิติเวชยังคงยืนนิ่งสนิทอยู่หน้าโต๊ะสเตนเลสเย็นเฉียบ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะจ้องมองแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำที่ถูกทิ้งไว้บนร่างไร้ชีวิตของเหยื่อ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบดำผสมอำพันยังคงลอยวนเวียนอยู่ปลายประสาทสัมผัส ราวกับร่องรอยจางๆ ของปีศาจที่เพิ่งหายตัวทะลุกำแพงไปเมื่อเสี้ยววินาทีก่อน
*ปัง!*
ประตูห้องชันสูตรเปิดผางออกอย่างแรง แสงไฟฉุกเฉินสีส้มสาดส่องกระทบกับร่างของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยวัยกลางคน ที่ยืนหอบหายใจโยนตัวอยู่หน้ากรอบประตู พร้อมกับไฟฉายแรงสูงสาดส่องกราดไปทั่วห้อง
"ดร.อคิน! คุณ... คุณทำอะไรอยู่คนเดียวในนี้ครับ? ผมได้ยินเสียง..." รปภ. หนุ่มละลำละลักถามด้วยความตกใจ ขณะที่ดวงตาสอดส่องมองไปทั่วห้องว่างเปล่าที่ไม่มีใครอื่นนอกจากแพทย์หนุ่มและศพบนเตียง
อคินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจที่กระหน่ำรัวให้อยู่ภายใต้การควบคุม เขายกมือขึ้นจัดกรอบแว่นช้าๆ สีหน้ายังคงราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกโปรแกรมมาให้ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก
"ไม่มีอะไรครับ... เอ่อ ไม่มีอะไรค่ะ" อคินแก้ไขสรรพนามในใจอย่างรวดเร็วเมื่อนึกถึงกฎเหล็กของความเงียบงันที่เขาต้องรักษา "ฟิวส์หลุดน่ะ ระบบไฟสำรองทำงานผิดพลาด คุณกลับไปปฏิบัติหน้าที่เถอะ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงทางนี้" น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้ที่ติจนอีกฝ่ายพยักหน้ารับอย่างงقๆ ก่อนจะค่อยๆ ถอยหลังและปิดประตูลงตามเดิม
ความเงียบสงบอันน่าอึดอัดกลับมาปกคลุมห้องชันสูตรอีกครั้ง อคินก้มลงมองแฟ้มเอกสารปริศนาบนอกของศพ นิ้วเรียวยาวสวมถุงมือยางสีขาวยื่นออกไปเปิดหน้าแรกของมันอย่างระมัดระวัง
ภายในแฟ้มนั้นไม่มีสำนวนคดีของตำรวจ ไม่มีภาพถ่ายที่เกิดเหตุแบบที่ทนายความทั่วไปใช้ แต่มันกลับเป็นบันทึกการชันสูตรย้อนหลังเมื่อห้าปีก่อน—คดีการเสียชีวิตของครอบครัวเขาเอง!
หัวใจของแพทย์หนุ่มกระตุกวาบ เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา แววตาสีเทาเข้มไหววูบด้วยความโกรธเกรี้ยวและรอยแผลเป็นในอديتที่ถูกกระชากให้เปิดออกอย่างไร้ความปรานี เรย์ไม่ได้เป็นแค่ทนายความรับจ้างทั่วไป แต่หมอนั่น... กำลังเล่นเกมทางจิตวิทยาที่อันตรายที่สุดกับเขา
"รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว... และยังกล้าหยิบเอาปมชีวิตมาเป็นเดิมพันเหรอครับ ทนายความไร้เงา" อคินพึมพำกับความว่างเปล่า มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยาะหยันตัวเอง ความเยือกเย็นที่เคยมีถูกกัดกร่อนด้วยเปลวเพลิงแห่งความแค้นที่แผดเผาอยู่เบื้องลึก
ยี่สิบนาทีต่อมา ณ ห้องทำงานส่วนตัวของหัวหน้าแพทย์นิติเวช แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องให้เห็นเงาทอดตัวยาวของอคินที่กำลังยืนกอดอกพิงขอบหน้าต่าง บานกระจกสะท้อนใบหน้าด้านข้างที่คมคายราวกับถูกแกะสลักจากหินอ่อน แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธที่ยากจะปิดมิด
เสียงเปิดประตูเบาหวิวราวกับเสียงปีกผีเสื้อขยับดังขึ้นด้านหลัง อคินไม่จำเป็นต้องหันไปมอง เขารู้ดีว่าผู้มาเยือนคือใครจากกลิ่นน้ำหอมกลิ่นเดิมที่ลอยเข้ามาแตะจมูก
"การย่องเบาเข้าห้องชันสูตรยามวิกาล และทิ้งแฟ้มประวัติส่วนตัวของผมไว้บนศพ... นี่คือมารยาทของทนายความยุคใหม่หรือครับ คุณเรย์" อคินเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมา น้ำเสียงเยียบเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลก
เรย์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยฝีเท้าเงียบกริบ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิททิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้างบนโซฟาหนังสีเข้มอย่างไร้ความเกรงอกเกรงใจ ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายเจ้าเล่ห์และเย้ายวนในคราเดียวกัน รอยยิ้มมุมปากของทนายความหนุ่มเต็มไปด้วยความท้าทาย
"ถ้าผมไม่ทำแบบนั้น ดร.อคินผู้เคร่งครัดในกฎเกณฑ์และตรรกะทางวิทยาศาสตร์อย่างคุณ คงไม่มีวันยอมสละเวลาอันมีค่ามานั่งคุยกับทนายความตกอับอย่างผมหรอกครับ" เรย์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มชวนฟัง แฝงความเย้าหยอกที่เจือด้วยความอันตรายอย่างยิ่งยวด
อคินหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาสองคู่ประสานกันในความมืดสลัวราวกับแม่เหล็กขั้วเดียวกันที่พยายามผลักไสแต่ก็ดึงดูดเข้าหากันอย่างรุนแรง
"ตรรกะและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์คือความจริงเดียวที่เชื่อถือได้ ไม่ใช่เกมจิตวิทยาไร้สาระที่คุณกำลังพยายามชักจูงผม" อคินก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกาย "ศพบนโต๊ะนั่นมีรอยกรีดรูปวงกลมซ้อนทับกันสามชั้น รอยแผลนั้นเกิดจากมีดผ่าตัดรุ่นโบราณที่ไม่ใช้กันมานานกว่าสามสิบปี มันคือหลักฐานทางกายภาพที่บอกว่าฆาตกรมีความรู้ด้านการแพทย์ แต่คุณกลับทิ้งเรื่องนั้นไว้ แล้วเอาเรื่องส่วนตัวของผมมาวางบนอกศพ... คุณต้องการเบี่ยงเบนประเด็นอะไรกันแน่ เรย์?"
เรย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทุ้มนุ่มนั้นสั่นสะเทือนประสาทสัมผัสของอคินอย่างประหลาด ทนายความหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปหาแพทย์นิติเวชทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่ากดดันจนอคินต้องถอยหลังไปชนกับขอบหน้าต่าง
"คุณหมอครับ... คุณฉลาดเกินไปจนน่ากลัวเลยรู้ไหม" เรย์โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ ปะทะเข้าที่ข้างแก้มของอคิน กลิ่นกุหลาบดำโอบล้อมรอบตัวพวกเขาไว้ "คุณมองเห็นรอยแผล รอยมีด คราบเลือด และตรรกะทางวิทยาศาสตร์ แต่นั่นมันเป็นแค่เปลือกนอกของคดีนี้... คุณคิดจริงๆ หรือครับว่าฆาตกรคนนี้ฆ่าเหยื่อเพราะความแค้นทั่วไป? เปล่าเลย... เขากำลังทำพิธี"
อคินขมวดคิ้วมุ่น แม้ร่างกายจะถูกต้อนจนมุมและหัวใจเต้นผิดจังหวะจากระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินงาม แต่นัยน์ตาสีเทาของเขากลับยังคงความเฉียบคม "พิธีงี่เง่าอะไร? อย่าเอาความงมงายมาอ้างเพื่อกลบเกลื่อนความบกพร่องในการสืบสวนของคุณ ทนายความอย่างคุณมีหน้าที่หาช่องโหว่ทางกฎหมาย ไม่ใช่มานั่งเพ้อเจ้อเรื่องไสยศาสตร์โบราณ"
"ความงมงายงั้นหรือครับ?" เรย์กระซิบแผ่วเบาข้างใบหู นิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นมาแตะเบาๆ ที่กรอบแว่นของอคิน ปัดผ่านสันจ้องโด่งคมอย่างถือวิสาสะ "ถ้ามันเป็นแค่ความงมงาย ทำไมคดีเมื่อห้าปีก่อนของครอบครัวคุณ ถึงมีรอยแผลแบบเดียวกันเป๊ะบนร่างของพ่อแม่คุณล่ะ... ดร.อคิน?"
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้องทำงานอันเงียบสงบ อคินแข็งค้างไปชั่วขณะ ร่างกายชาดิก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก มือหนาคว้าหมับเข้าที่ปกเสื้อสูทของเรย์อย่างลืมตัว แรงปะทะทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ขาดห้วง เคมีอันตรายและแรงดึงดูดทางอารมณ์พุ่งทะยานถึงขีดสุดในเสี้ยววินาทีนั้น
"คุณรู้อะไร... บอกผมมาเดี๋ยวนี้!" อคินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดและโกรธเกรี้ยวที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมา
เรย์ไม่ได้ขัดขืน เขากลับแย้มยิ้มบางเบา ดวงตาสีดำสนิทสะท้อนภาพใบหน้าตื่นตระหนกของแพทย์นิติเวชผู้ไม่เคยหวั่นไหวต่อสิ่งใด ทว่าก่อนที่เรย์จะได้เอื้อMคำตอบใดออกมา เสียงสัญญาณเตือนภัยไฟไหม้กะทันหันก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วตึกนิติเวช *หวีด... หวีด...* พร้อมกับระบบสปริงเกอร์บนเพดานที่พ่นละอองน้ำลงมาเปียกปอนร่างของทั้งสองคนในพริบตา
ในละอองน้ำที่โปรยปรายลงมา ท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยที่หนวกหู เรย์โน้มริมฝีปากกระซิบคำพูดสุดท้ายที่ข้างหูของอคินอย่างแผ่วเบา ทว่าชัดเจนแจ่มแจ้งในความเงียบงันของห้วงความคิด
*“หันไปมองที่หน้าต่างสิครับ... คุณหมอ... แขกที่ไม่ได้รับเชิญมาถึงแล้ว”*
อคินสะดุ้งสุดตัว ละสายตาจากเรย์แล้วหันขวับไปมองกระจกหน้าต่างใสที่สะท้อนภาพภายนอก... ท่ามกลางสายฝนและแสงไฟสลัวของลานจอดรถด้านล่าง มีเงาร่างสวมฮู้ดสีดำสนิทกำลังยืนนิ่งเงียบอยู่บนดาดฟ้าตึกฝั่งตรงข้าม ในมือข้างขวาของมันถือวัตถุด้ามยาวคล้ายมีดผ่าตัดโบราณที่สะท้อนแสงไฟวับวาว และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ... บนกระจกหน้าต่างบานนั้น มีรอยเลือดสดๆ ถูกเขียนลากผ่านเป็นสัญลักษณ์รูปวงกลมซ้อนทับกันสามชั้น ราวกับมันเพิ่งถูกกรีดสดๆ ลงบนกระจกจากภายนอกต่อหน้าต่อตาพวกเขาเมื่อวินาทีนี้เอง!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดและปริศนาอันลึกล้ำนี้ร่วมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
นิติเวชหน้าตายกับทนายความไร้เงา•ตอนที่ 3
ตรรกะปะทะเล่ห์เหลี่ยม
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหน้าตายกับทนายความไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!