กลิ่นอายของฟอร์าลินและสนิมเหล็กเจือจางในอากาศเย็นเยียบของห้องชันสูตร ร่างของดร.อคินยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะสเตนเลสไร้เงาสะท้อน นิ้วเรียวยาวในถุงมือยางสีขาวยังคงคีบชิ้นเนื้อเยื่อชิ้นเล็ก ๆ ไว้ภายใต้แสงไฟนีออนสีขาวโพลน แม้ภายนอกเขาจะรักษาความเยือกเย็นและยึดมั่นในตรรกะแห่งวิทยาศาสตร์มาตลอดชีวิต แต่เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียงจากความมืดเบื้องหลัง กลับทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจใต้เสื้อกาวน์สีขาวของเขา ริเริ่มผันแปรไปจากความปกติอย่างสิ้นเชิง
เรย์ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระคนกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้ชายที่เติบโตมาในความมืดมิดลอยวนอยู่รอบตัว ทนายความหนุ่มผู้ไร้เงาไม่ได้สวมสูททางการในยามวิกาลเช่นนี้ มีเพียงเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแกร่งและรอยแผลเป็นจาง ๆ ที่ซ่อนอยู่ ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นมองตรงมาที่แผ่นหลังของนิติเวชหน้ารูปสลักด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดา
"เกมเริ่มต้นขึ้นแล้วค่ะ... ดร.อคิน"
คำพูดที่ถูกทิ้งไว้จากตอนที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แต่วันนี้... เรย์ไม่ได้มาเพื่อเล่นเกมผ่านตัวอักษรหรือหลักฐานในสำนวนคดีอีกต่อไปแล้ว
อคินวางเครื่องมือในมือลงอย่างเชื่องช้า เขาถอดถุงมือยางออกทีละข้างอย่างประณีตราวกับต้องการซื้อเวลาเพื่อควบคุมลมหายใจที่เริ่มติดขัด ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับผู้บุกรุกยามวิกาล ดวงตาหลังกรอบแว่นสายตาสะท้อนความเย็นชาและระแวดระวัง แต่ในขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... มีบางอย่างในตัวเรย์ที่ดึงดูดสติสัมปชัญญะของเขาให้ดิ่งลึกราวกับถูกสะกดจิต
"คุณล้ำเส้นเข้ามาในเขตพื้นที่ควบคุมแล้วนะฃคะ คุณเรย์" อคินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงแรงกดดัน "ห้องนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับทนายความที่เก่งกาจเรื่องการบิดเบือนความจริง"
เรย์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุบทำลายความเงียบงันของห้องชันสูตรจนแหลกละเอียด เขาก้าวเข้าไปอีกก้าว จนกระทั่งระยะห่างระหว่างเขากับอคินเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น
"ผมไม่ได้มาที่นี่ในฐานะทนายความค่ะ ดร.อคิน" เรย์กระซิบ เสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยกระแสความเร่าร้อนที่อันตราย "และผมก็ไม่ได้สนใจคดีฆาตกรรมบนโต๊ะนั่นด้วย... สิ่งเดียวที่ผมสนใจในตอนนี้ คือความรู้สึกที่ติดค้างอยู่ข้างในตัวคุณต่างหาก"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก อคินขยับถอยหลังเล็กน้อยจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะสเตนเลสเย็นเฉียบ แต่เรย์กลับใช้มือข้างหนึ่งยันขอบโต๊ะไว้ กักขังร่างของนิติเวชหนุ่มให้อยู่ในอาณัติของตนอย่างสมบูรณ์ สายตาสีเทาของเรย์กวาดมองใบหน้าคมคายที่พยายามแสดงออกว่าไร้ความรู้สึก แต่กลับซ่อนความสั่นไหวไว้ภายใต้ขนตางอนยาว
"คุณกำลังพูดเรื่องอะไร..." อคินพยายามรักษาเกราะป้องกันของตนเองไว้ แต่มือที่กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวกลับฟ้องความจริงที่ต่างออกไป
"คุณรู้ดีกว่าใครค่ะ" เรย์โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกับใบหูของอีกฝ่าย น้ำเสียงของเขาพร่าต่ำและลุ่มลึก "คุณใช้ชีวิตอยู่กับความตาย ความจริง และตรรกะ เพื่อหลบหนีความรู้สึกผิดในอดีต... ครอบครัวของคุณ ความลับของพิธีกรรมโบราณที่คุณพยายามลืม แต่มันกลับติดค้างอยู่ในทุก ๆ ศพที่คุณผ่า ทุก ๆ ครั้งที่คุณมองกระจก คุณเห็นเงาของตัวเองที่แปดเปื้อน... เหมือนกับผม"
ราวกับถูกเข็มพิษแทงเข้าที่จุดเปราะบางที่สุดในจิตใจ อคินนิ่งงัน ร่างกายแข็งทื่อ ความทรงจำอันดำมืดที่เขาพยายามฝังกลบไว้ใต้กองเอกสารและคดีความนับร้อยถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างง่ายดายด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำของชายตรงหน้า ความโกรธเกรี้ยว ความหวาดกลัว และความโหยหาที่ถูกกดทับไว้ผสมปนเปกันจนเกิดเป็นแรงปะทะทางอารมณ์ที่รุนแรง
อคินเงยหน้าขึ้นสบตา นัยน์ตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความดุดันที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก มือเรียวย้าวเอื้อมไปคว้าปกเสื้อเชิ้ตสีดำของเรย์แล้วกระชากเข้ามาประชิดอย่างแรง แรงปะทะนั้นทำให้ลมหายใจของทั้งคู่หลอมรวมกัน
"คุณรู้อะไรเกี่ยวกับผม..." อคินเค้นเสียงลอดไรฟัน ความเยือกเย็นทั้งหมดพังทลายลงเหลือเพียงตัวตนที่แท้จริงที่ถูกขับเคลื่อนด้วยแรงปรารถนาอันดำมืด "อย่ามาทำเป็นรู้ดีในสิ่งที่แม้แต่ตัวคุณเองก็ยังซ่อนมันไว้ใต้หน้ากากทนายไร้เงาคนนั้น!"
เรย์ไม่ได้ขัดขืน รอยยิ้มที่มุมปากกลับกว้างขึ้นแววตาสีเทาสะท้อนประกายความพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด มือข้างที่ว่างเอื้อมขึ้นไปสัมผัสกรอบหน้าของอคินอย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วอุ่นจัดตัดกับผิวแก้วที่เย็นเยียบของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน สัมผัสที่กำกวมระหว่างการคุกคามและความอ่อนโยนทำให้หัวใจของนิติเวชหนุ่มกระตุกวูบ
"ถ้าผมเป็นคนสวมหน้ากาก..." เรย์กระซิบตอบ ริมฝีปากห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร "ทำไมคุณถึงตัวสั่นล่ะคะ ดร.อคิน... คุณไม่ได้กลัวผมหรอก คุณกำลังกลัวใจตัวเองต่างหาก"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องมือแพทย์และหยดน้ำยาที่ค่อย ๆ หยดลงในถาดสเตนเลส เคมีอันตรายระหว่างผู้ชายสองคนที่ยืนอยู่บนขอบเหวของความถูกต้องและศีลธรรมปะทะกันอย่างรุนแรง อคินจ้องมองริมฝีปากที่กำลังเอื้อiนเอ่ยถ้อยคำยั่วยวนนั้น ความรู้สึกที่ติดค้างมาเนิ่นนานนับปีได้รับการปลดปล่อยออกมาผ่านแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่ไม่อาจต้านทาน
ในวินาทีที่อคินกำลังจะพ่ายแพ้ให้กับแรงอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ และโน้มใบหน้าเข้าไปเพื่อทำลายระยะห่างระหว่างกัน เสียงโลหะกระทบพื้นดัง *เคร้ง!* จากมุมมืดของห้องเก็บศพด้านในก็ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในพริบตา
ทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณดิบ อคินดึงสติกลับมาพร้อมกับคว้าประแจโลหะบนโต๊ะขึ้นมาถือไว้ในมืออย่างระแวดระวัง ขณะที่เรย์หรี่ตาลง มองไปยังความมืดสลัวเบื้องหน้าด้วยแววตาคมกริบที่เปลี่ยนเป็นความเย็นชาเยือกเย็นทันที
ฝีเท้าแผ่วเบาย่างก้าวออกมาจากเงามืดของตู้แช่ศพ หมายเลข 13 ร่างเงาดำทมิฬหยุดยืนอยู่ใต้แสงไฟสลัว พร้อมกับสิ่งของบางอย่างที่ถูกโยนกลิ้งมาหยุดอยู่แทบเท้าของอคิน
นั่นคือแฟ้มเอกสารคดีเก่าเมื่อสิบปีก่อน... คดีการเสียชีวิตปริศนาของครอบครัวอคินเอง ที่หน้าปกมีรอยเปื้อนคราบเลือดสีน้ำตาลแห้งกรัง และตราสัญลักษณ์พิธีกรรมโบราณที่เรย์เคยพูดถึงสลักไว้ด้วยรอยมีดสด ๆ!
เรย์ก้มลงหยิบแฟ้มนั้นขึ้นมา เปิดดูหน้าแรกด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปเป็นเคร่งเครียด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอคินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงระคนสงสัย "ดร.อคิน... ดูเหมือนว่าคนที่ฆ่าครอบครัวคุณไม่ได้ตายไปพร้อมกับไฟกองนั้น... และมันกำลังยืนมองเราอยู่ตรงนี้ค่ะ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปพร้อมกับดิฉันนะคะ... แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
นิติเวชหน้าตายกับทนายความไร้เงา•ตอนที่ 18
ในห้องขังที่ไร้กำแพง
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหน้าตายกับทนายความไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!