รอยจารึกในม่านหมอก•ตอนที่ 49

การตัดสินใจครั้งใหญ่

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
กลิ่นอายฝนที่เพิ่งซาลงทิ้งความชื้นแฉะไว้บนพื้นหินอ่อนขัดมันเบื้องหน้าคฤหาสน์ตระกูลวรกุล แต่สิ่งที่เย็นเยียบยิ่งกว่าหยาดน้ำค้างบนยอดหญ้า คือบรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ที่ไร้ซึ่งสรรพเสียงใดๆ นอกจากเสียงลมหายใจแผ่วเบาที่พยายามสะกดกลั้นความสั่นไหวของเจ้าของร่างระหง รินรดายืนนิ่งอยู่ ณ จุดกึ่งกลางของห้องนั้น ปลายส้นรองเท้าคัทชูสีดำสนิทเหยียบย่ำลงบนรอยแยกของกระเบื้อง ราวกับเธอกำลังยืนอยู่บนรอยร้าวของอดีตที่พยายามกลบฝังมาเนิ่นนาน เรือนร่างในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มขับเน้นให้เห็นถึงความสง่างามที่เปราะบาง ทว่าดวงตากลับคมกริบดั่งใบมีดที่อาบยาพิษ เธอมองตรงไปยังเบื้องหน้า—ร่างของคุณหญิงมณีนั่งสงบนิ่งอยู่บนเก้าอี้บุสักหลาดสีแดงก่ำ ราวกับราชินีผู้ตกบัลลังก์แต่ยังคงถือดีในศักดิ์ศรีครั้งสุดท้าย "เธอคิดจริงๆ หรือรินรดา ว่ากระดาษไม่กี่แผ่นในมือของเธอ จะล้างมลทินให้ตระกูลที่ตายตกไปตามกันเมื่อสิบปีก่อนได้?" เสียงของคุณหญิงมณีแหบพร่าแต่บาดลึก ทว่าแววตาที่จ้องมองมานั้นไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเย้ยหยันที่เคลือบด้วยคราบน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ที่ถูกเก็บงำ รินรดายังไม่ตอบในทันที ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่กัดกินพื้นที่อากาศระหว่างพวกเธอ นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำค่อยๆ บีบเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอกวาดสายตามองไปรอบห้อง—ห้องที่เคยพรากเสียงหัวเราะของมารดา และดับลมหายใจสุดท้ายของบิดา ภาพเหตุการณ์คืนนั้นซ้อนทับขึ้นมาในม่านตา หยดเลือดบนพรม ผนังสีขาวที่เปื้อนรอยเขม่า และแววตาเย็นชาของผู้หญิงตรงหน้า "กระดาษพวกนั้นอาจไม่มีค่าพอจะซื้อลมหายใจของใครคืนมาค่ะคุณหญิง..." รินรดาเอื้อnเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าก้องกังวานทุกพยางค์ "แต่มันมากพอที่จะทำให้คนที่ยังมีชีวิตอยู่... ต้องชดใช้ด้วยทุกสิ่งที่เรียกว่าความสุข" ธันวาซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่เงียบๆ ทางด้านหลัง ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อส่งสัญญาณเตือน ทนายความหนุ่มใช้สายตาคมกราบกรานมองประเมินสถานการณ์ มือหนาแตะเบาๆ ที่แฟ้มเอกสารในมือของตนเพื่อย้ำเตือนว่าหลักฐานชิ้นสุดท้าย—พินัยกรรมฉบับจริงที่ถูกซ่อนไว้ในเซฟนิรภัยของธนาคาร—อยู่ในกำมือของพวกเขาอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ไม่มีช่องว่างให้กฎหมายหรืออิทธิพลใดๆ บิดพลิ้วได้อีกต่อไป คุณหญิงมณีแค่นหัวเราะในลำคอ รอยย่นรอบหางตาไหวระริกตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน "ความสุขงั้นหรือ? เด็กน้อยเอ๋ย... เธอคิดว่าชัยชนะที่เธอไขว่คว้ามาได้ด้วยหยาดน้ำตาและคราบเลือด จะทำให้เธอหลับตาลงได้อย่างสนิทใจจริงๆ หรือไง? ลองหันไปมองกระจกด้านหลังเธอบสิ... ดูซิว่าตอนนี้เงาที่สะท้อนออกมา มันยังหลงเหลือความเป็นมนุษย์อยู่สักกี่ส่วน" คำพูดนั้นสะท้อนก้องในโสตประสาท รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกแน่นอยู่ที่ลำคอ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล รอยร้าวในใจที่ธันวาเคยพยายามใช้ความเข้าใจเยียวยา กลับถูกกรีดซ้ำด้วยมือของผู้หญิงคนนี้อีกครั้ง เธอกำลังจะทำลายล้างทุกอย่าง—ทำลายตระกูลที่ทำร้ายเธอ ทำลายความแค้นที่กัดกินวิญญาณ... แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็กำลังจะทำลายเศษเสี้ยวสุดท้ายของความอบอุ่นในหัวใจตัวเองเช่นกัน "พอเถอะครับคุณริน" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่นพอจะดึงสติของหญิงสาวกลับมา "เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อแลกเปลี่ยนความเจ็บปวดกับคนแบบท่าน... เรามาเพื่อทวงคืนความยุติธรรม" รินรดาสูดหายใจเข้าลึก 1 ปอด กลิ่นอายความอับชื้นและกลิ่นฝนช่วยเรียกสติให้กลับคืนมา เธอก้าวเข้าไปใกล้เก้าอี้ของคุณหญิงมณีอีกหนึ่งก้าว วางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้สักตรงหน้าด้วยจังหวะที่หนักแน่นและเด็ดขาด "คุณหญิงคะ..." รินรดาก้มลงกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบยิ่งกว่าสายลมภายนอก "เกมนี้... ถึงเวลาต้องจบลงแล้วค่ะ" ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วเรียวกำลังจะเปิดแฟ้มหน้าสุดท้ายเพื่อประกาศคำพิพากษาของชีวิต เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นอย่างกะทันหันจากทางประตูด้านหลังห้องโถง—ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของตำรวจตามที่พวกเขานัดแนะไว้ แต่เป็นเสียงของกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทที่กรูเข้ามาปิดล้อมทางออกทุกด้านอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดปรานในเงาสลัวของบุคคลที่รินรดาไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นอีกในชาตินี้... ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ เมื่อร่างนั้นก้าวพ้นม่านเงาออกมา พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก—บุคคลที่ควรจะนอนสงบนิ่งอยู่ใต้ดินลึกเมื่อสิบปีก่อนอย่างไร้ลมหายใจ! "แปลกใจมากสินะรินรดา... ลูกสาวตัวน้อยของฉัน" เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กลับมาปกคลุมอีกครั้ง พร้อมกับเอกสารตัวจริงในมือของอีกฝ่ายที่ถูกโยนลงมาแทบเท้าของเธอ กำมะหยี่สีแดง ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกแห่งความล้างผลาญนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%