ท่านแม่ทัพผู้เกลียดการโอ้อวดกับสตรีขี้โอ่แห่งเมืองหลวง•ตอนที่ 1

บทละครที่นำพาความซวย

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
"หากพวกท่านยังกล้าส่งเสียงเจี๊ยวจ้าวรบกวนสมาธิในการตรวจทานต้นฉบับบทที่สี่ ข้าจะให้เฒ่าแก่โรงน้ำชาหักเบี้ยเลี้ยงของพวกท่านทั้งหมดเสียให้เข็ด!" เสียงตบโต๊ะดัง *ปัง* สนั่นห้องโถงชั้นสองของหอสุราเมฆาคล้อย เรียกให้บรรดานักแสดงในคณะละคร ‘บุปผาวสันต์’ ถึงกับหุบปากฉับในทันที เซี่ยฉีหยุน ในชุดบุรุษผ้าแพรสีครามปักลายไผ่เขียวเพื่อความคล่องตัว ยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ ปอยผมหยักศกหลุดลุ่ยเคลียกรอบหน้าขาวเนียนที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อจากความเครียด นางไม่ได้มีเวลามาใส่ใจสายตาหวาดหวั่นของเหล่าลูกคณะ เพราะสิ่งที่ดึงดูดสายตาของนางในยามนี้คือกระดาษร่างบทละครร่วมสามสิบหน้าที่กองอยู่ตรงหน้า นี่คือผลงานชิ้นเอก ‘มหาแม่ทัพผู้เกียรติยศค้ำฟ้า แต่หลังฉากกลับควักกระเป๋าซื้อแป้งผัดหน้าให้ฮูหยินสิบคน’ บทละครล้อเลียนขุนนางระดับสูงที่นางกลั่นกรองมาจากจินตนาการอันบรรเจิด (และข้อมูลลับวงในที่ได้มาจากองค์ชายสาม) มันควรจะเป็นผลงานสร้างชื่อที่ทำเงินถุงเงินถังให้ตระกูลเซี่ยที่กำลังตกอับ แต่นางลืมคิดไปว่า... โลกนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ความบันเทิง ยังมีกฎหมายบ้านเมือง และมีบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าไร้ความปรานีที่สุดในแคว้นต้าฉี "คุณหนู... ข้าว่าเราหยุดซ้อมฉากนี้เถอะเจ้าค่ะ เสียงซอข้างนอกดูแปลกๆพิกล เหมือนมีคนมากดดันอยู่แถวประตูทางเข้า" สาวใช้คนสนิทวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาดึงชายเสื้อของนาง มือสั่นเทาจนแทบทำถาดน้ำชาหล่น "กลัวอะไรกัน ข้าใช้เงินปิดปากคนคุมกฎของอำเภอไปหมดแล้ว..." *โครม!* ประตูไม้แกะสลักอย่างดีถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบ เสียงไม้แตกหักดังสนั่นประสานกับเสียงกรีดร้องของเหล่านางรำ เซี่ยฉีหยุนสะดุ้งสุดตัว ดีดกายลุกขึ้นยืนโดยสัญชาตญาณ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อภาพตรงหน้าปรากฏร่างของกลุ่มทหารองครักษ์ในชุดเกราะเหล็กสีดำสนิท ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ไร้ซึ่งความปรานี และแผ่ไอสังหารออกมาราวกับยกกองทัพออกศึก และผู้ที่ก้าวล่วงเข้ามาเป็นคนแรกคือบุรุษร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีดำปักดิ้นเงินลายพยัคฆ์เหินหาว ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวน้ำสลัก ทว่าเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองลงมาจากความสูงที่เหนือกว่า กวาดสายตาผ่านกองกระดาษบทละครบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าซีดเผือดของเซี่ยฉีหยุน กู้หมิงหยาง... ท่านแม่ทัพใหญ่ผู้กุมอำนาจครึ่งแผ่นดิน และเป็น ‘เหยื่อ’ ในบทละครล้อเลียนเรื่องล่าสุดของนางเอง! บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงในฉับพลัน ชนิดที่ว่าแม้แต่เสียงลมหายใจยังแทบไม่ได้ยิน เซี่ยฉีหยุนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองอันชาญฉลาดที่เคยแล่นฉิวราวติดติดจรวดในยามปกติ ตอนนี้กลับว่างเปล่าขาวโพลน นางพยายามแย้มรอยยิ้มการค้าที่คิดว่าหวานหยาดเยิ้มที่สุดออกไป เพื่อกลบเกลื่อนความซวยระดับหายนะที่กำลังโถมเข้าใส่ "ทะ... ท่านแม่ทัพ ลมหวนอันใดจึงพัดท่านมาถึงหอสุราประชาชีเช่นนี้เล่าเจ้าคะ หรือว่าสนใจจะมารับบทเป็นตัวประกอบรับเชิญในละครตลกของเราพอดี?" คำพูดแก้เก้อที่ไร้ชั้นเชิงสิ้นดีนั้น ทำให้นัยน์ตาคมกริบของกู้หมิงหยางหรี่แคบลง ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคงและทรงพลัง จนเซี่ยฉีหยุนต้องถอยหลังกรูดไปจนชิดติดผนังห้อง กลิ่นอายบุรุษเพศอันตรายและกลิ่นอายสงครามจางๆ ลอยมาปะทะนาสิก ยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะกระโดดออกมานอกอก กู้หมิงหยางหยุดยืนตรงหน้าing ห่างกันเพียงคืบเดียว นิ้วมือเรียวยาวดั่งหยกขาวเอื้อมไปหยิบแผ่นกระดาษบทละครบนโต๊ะขึ้นมาพลิกอ่านผ่านๆ สายตาคมกวาดมองข้อความที่นางเขียนบรรยายสรรพคุณความ ‘ขี้โอ่’ และ ‘เรื่องมาก’ ของเขาอย่างละเอียด มุมปากหยักสวยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันกลับทำให้คนมองรู้สึกเสียวสันหลังวาบราวกับถูกคมดาบจ่อที่ลำคอ "บทละครสนุกดีนี่..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลังจนกดทับสรรพสิ่งรอบข้างให้เงียบงัน "เจ้าคงเหนื่อยมากสินะ ที่ต้องมานั่งจินตนาการเรื่องราวส่วนตัวของข้าในยามวิกาลเช่นนี้..." เซี่ยฉีหยุนหัวใจหล่นวูบไปถึงตาตุ่ม นางหัวเราะแห้งๆ ออกมา "ท่านแม่ทัพเข้าใจผิดแล้วเจ้าค่ะ ข้าเพียง... แค่ได้รับแรงบันดาลใจจากนิทานพื้นบ้านเท่านั้น หาได้เจตนาพาดพิงถึงท่านแม้แต่น้อย!" "นิทานพื้นบ้าน?" กู้หมิงหยางทวนคำ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนางราวกับต้องการจะทะลวงเข้าไปถึงก้นบึ้งความคิด "ในนิทานพื้นบ้านของเจ้า ระบุชื่อ ตำแหน่ง และรอยแผลเป็นที่หัวไหล่ขวาของข้าด้วยอย่างนั้นหรือ?" ตายแน่... เซี่ยฉีหยุนร่ำไห้อยู่ในใจ นางลืมรายละเอียดปลีกย่อยข้อนี้ไปได้อย่างไรกัน! ในจังหวะที่เซี่ยฉีหยุนกำลังคิดหาข้อแก้ตัวร้อยแปดพันเก้าเพื่อเอาตัวรอด ทันใดนั้นเอง กู้หมิงหยางก็โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียน ปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านพวงแก้มของนางไปเพียงนิดเดียว มือหนาคว้าเอวบางของนางเอาไว้แน่นไม่ให้ถอยหนี "ในเมื่อเจ้าขยันเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับข้านัก..." น้ำเสียงพร่าต่ำกระซิบชิดริมฝีปากของนางอย่างจงใจยั่วเย้า "คืนนี้... เรามาเริ่มซ้อม ‘บทจริง’ กันโดยไม่ต้องใช้กระดาษบทละครสียทีดีกว่าไหม แม่นางเซี่ย?" เสี่ยวเถาฮวาขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความฟินปนความแสบสันนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เกลียดการโอ้อวดกับสตรีขี้โอ่แห่งเมืองหลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%