ท่านแม่ทัพผู้เกลียดการโอ้อวดกับสตรีขี้โอ่แห่งเมืองหลวง•ตอนที่ 10

บาดแผลที่ไม่มีใครเห็น

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
"ท่านแม่ทัพกู้... เลิกทำตัวเป็นสุนัขเฝ้าบ้านที่คอยเห่าใส่ข้าทุกครั้งที่หายใจเข้าออกเสียทีเถอะค่ะ" น้ำเสียงของเซี่ยฉีหยุนติดจะหงุดหงิดเล็กน้อย นางกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวสวยกดลงบนแผลสดบริเวณหัวไหล่หนาของกู้หมิงหยางอย่างจงใจ ความเจ็บแปลบทำให้ร่างสูงใหญ่กระตุกเกร็งเล็กน้อย แต่บุรุษผู้นี้กลับเม้มริมฝีปากแน่นสนิท ไม่ยอมเปล่งเสียงร้องครวญครางออกมาสักแอะสมกับเป็นแม่ทัพผู้ผ่านสมรภูมิเลือดมานับไม่ถ้วน ภายในเรือนรับรองหลังเก่าที่มืดสลัว แสงจากตะเกียงน้ำมันสั่นไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านหน้าต่างกระดาษ กลิ่นอายของสมุนไพรจีนคละคลุ้งผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ บรรยากาศรอบตัวช่างอึมครึมและชวนให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก "ถ้าเจ้ายังเอiel มือหนักใส่แผลข้าอีกนิดเดียว เกรงว่าข้าคงต้องไปนอนรอความตายที่สนามรบเร็วกว่ากำหนด" กู้หมิงหยางเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับต้นคอระหงของสตรีที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำแผลให้เขาโดยไม่รู้ตัว เซี่ยฉีหยุนชะงักมือที่กำลังถือผ้าพันแผล นางเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบที่มักจะซ่อนความเย็นชาเอาไว้เสมอ ทว่าในยามนี้ แววตาคู่นั้นกลับไหววูบคล้ายผิวน้ำในยามพายุโหมกระหน่ำ มันไม่ใช่สายตาดูแคลนอย่างที่เคยเป็น แต่มันคือความเปราะบางที่ถูกปิดตายไว้ภายใต้เกราะเหล็กหนา "ถ้ากลัวตายนัก เหตุใดจึงเอาตัวไปรับกระบี่แทนนางโลมหรือคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์คนนั้นเล่าคะ?" นางอดไม่ได้ที่จะเหน็บแนมตามนิสัยปากร้าย ทว่าแววตากลับอ่อนลงโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว "นางโลมอะไรกัน... นั่นคือสายลับที่องค์ชายสามส่งมาแทรกซึมในกองทัพต่างหาก" กู้หมิงหยางแค่นหัวเราะในลำคอ สีหน้าเย้ยหยันฉายชัดขึ้นมาวูบหนึ่ง "ข้าไม่ได้เอาตัวไปรับกระบี่แทนผู้ใดทั้งสิ้น ข้าแค่... พลาดท่าให้คนใกล้ตัวที่ไว้ใจที่สุดก็เท่านั้น" คำพูดนั้นสะกิดต่อมความสงสัยของเซี่ยฉีหยุนทันที นางวางผ้าในมือลงแล้วขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงขึ้นอีกนิด กลิ่นกายบุรุษแผ่ซ่านเข้ามาในโสตประสาทจนหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะ "คนใกล้ตัวหรือคะ? หรือจะเป็นสหายร่วมรบที่ท่านไว้ใจนักหนา..." "สหายร่วมรบงั้นหรือ?" กู้หมิงหยางทวนคำ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดลึกซึ้งที่ถูกกดทับไว้แรมปี ดวงตาคมมองตรงไปข้างหน้า ราวกับกำลังมองทะลุกำแพงห้องออกไปไกลแสนไกล ย้อนกลับไปยังอดีตวันที่โลหิตชะโลมแผ่นดิน "ในกองทัพ... คำว่า 'สหาย' มีราคาถูกยิ่งกว่าผงธุลี คนที่ข้าไว้ใจที่สุด คนที่ข้าเคยแบ่งน้ำดื่มและร่วมเป็นร่วมตายในสมรภูมิหุบเขาอสูร กลับเป็นคนเดียวกับที่แทงข้างหลังข้าเพื่อแย่งชิงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่" เซี่ยฉีหยุนนิ่งงังไปชั่วขณะ นางไม่เคยเห็นกู้หมิงหยางในมุมนี้มาก่อน แม่ทัพผู้แข็งกระด้าง เย่อหยิ่ง และถือดีผู้นี้ แท้จริงแล้วกำลังแบกรับรอยแผลเป็นที่ไม่มีใครมองเห็นเอาไว้มากมายเพียงใด "พวกเขาส่งจดหมายปลอมไปยังเมืองหลวง เพื่อกล่าวหาว่าบิดาของข้าคิดคดทรยศต่อแผ่นดิน" กู้หมิงหยางกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนบนหลังมือ "ในวันที่ตระกูลกู้ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏ ข้ากำลังรบอยู่แนวหน้าเพื่อปกป้องชายแดน แต่สิ่งที่ข้าได้รับกลับไม่ใช่เสบียงหรือกำลังพล ทว่าคือราชโองการประหารชีวิตคนในครอบครัวเก้าชั่วโคตร!" ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้อง บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง เซี่ยฉีหยุนรู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ ภาพลักษณ์ของสตรีขี้โอ่ ปากกล้า และชอบสร้างข่าวลือประชดประชันชีวิตที่นางสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองดูไร้ความหมายไปถนัดตา เมื่อเทียบกับความโศกนาฏกรรมที่ชายหนุ่มผู้นี้ต้องเผชิญ "แล้วท่าน..." นางเอ่ยเสียงแผ่วเบาอย่างลืมตัว "ท่านผ่านมาได้อย่างไรคะ?" กู้หมิงหยางหันมามองสตรีตรงหน้า แววตาคู่นั้นสะท้อนเงาของเซี่ยฉีหยุนที่กำลังจ้องมองเขาด้วยความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเกลียดชังที่สุด... แต่ยามนี้ มันกลับเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขากระตุกวูบ "ข้าต้องมีชีวิตอยู่ เพื่อล้างมลทินให้ตระกูลกู้ และกระชากหน้ากากไอ้สารเลวที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังความยุติธรรมจอมปลอมนั่น" กู้หมิงหยางโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เซี่ยฉีหยุนช้าๆ ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียนนุ่ม "รวมถึง... กำจัดคนที่คิดจะใช้ประโยชน์จากความอ่อนแอของข้า เช่นเดียวกับที่องค์ชายสามกำลังพยายามทำกับเจ้า" เซี่ยฉีหยุนสะดุ้งเฮือก หัวใจเต้นโครมครามราวกับกลองศึก นางรู้ว่ากู้หมิงหยางฉลาดเป็นกรด และเขาย่อมรู้ตัวมาตลอดว่านางเข้าหาเขาเพราะจุดประสงค์บางอย่าง ทว่าในยาระยะประชิดนี้ ระยะห่างระหว่างริมฝีปากของพวกเขามันสั้นเสียจนสติปัญญาอันเฉียบคมของนางเริ่มเลือนหาย "ท่าน... รู้?" นางถามเสียงสั่น พยายามจะถอยหลังหนี แต่ท่อนแขนแกร่งกลับรวบเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วด้วยความไวที่ขัดกับบาดแผลฉกรรจ์ "ข้ารู้ทุกอย่าง เซี่ยฉีหยุน" กู้หมิงหยางกระซิบชิดริมหู นางรู้สึกได้ถึงความอุ่นร้อนจากลมหายใจของเขา "รู้ว่าเจ้าฉลาดแกมโกงเพียงใด รู้ว่าเจ้าเขียนบทละครเสียดสีข้าเพื่อเรียกเสียงหัวเราะจากชาวเมือง และรู้ว่าองค์ชายสามจ้างให้เจ้ามาสืบความลับของข้า..." เขายกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมที่เคลียคลอข้างแก้มของนางออกอย่างอ่อนโยน สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับขนนก แต่มันกลับสร้างคลื่นความรัญจวนปั่นป่วนในอกของนางจนแทบหายใจไม่ออก "...แต่ที่ข้าไม่รู้ คือเหตุใดเจ้าจึงยังยืนอยู่ตรงนี้ แทนที่จะเอาความลับของข้าไปแลกกับเงินทองจากมัน" ดวงตากลมโตสบประสานเข้ากับนัยน์ตาคมกรามที่เต็มไปด้วยคำถาม ทว่าก่อนที่เซี่ยฉีหยุนจะทันได้อ้าปากหาข้อแก้ตัวใดๆ มากลบเกลื่อนความรู้สึกที่พุ่งพล่านในอก *ปัง!* ประตูเรือนรับรองถูกถีบกระเด็นเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่าเท้าของผู้มาใหม่ ร่างสูงสง่าในอาภรณ์หรูหราปักลายมังกรห้าเล็บก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก แววตาคู่นั้นกวาดมองคนทั้งสองที่อยู่ในท่าทางแนบชิดกันอย่างสนิทสนม "ดูเหมือนว่าข้าจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานระหว่างท่านแม่ทัพผู้เคร่งครัดกับ 'สายลับ' คนโปรดเข้าเสียแล้วกระมัง?" องค์ชายสามแย้มสรวลเหี้ยมเกรียม ขณะที่มือข้างหนึ่งยกขึ้นตบแปะๆ เป็นเชิงประชดประชัน ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและหัวใจเต้นแรงไปกับความซี้ยั๊วะของคู่กัดคู่นี้ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เกลียดการโอ้อวดกับสตรีขี้โอ่แห่งเมืองหลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%