“หากเจ้าปรารถนาจะให้ข้าดื่มมันลงไปจริงๆ จงวางถ้วยชาใบนี้ลงบนโต๊ะด้วยมือของเจ้าเองเถิด... อวิ๋นเอ๋อร์”
หลินซูเหยียนเอ่ยขึ้นด้วยสุ้มเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานดุจคมกระบี่ที่กรีดผ่านความเงียบงันภายในห้องหออันโอ่อ่า ดวงตาเรียวหงส์ของนางจับจ้องไปที่ร่างของสาวใช้คนสนิทที่ยืนสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยที่อบอวลอยู่ในห้องบัดนี้กลับแฝงไว้ด้วยไอสังหารที่สัมผัสได้ด้วยสัญชาตญาณของหมอผู้เจนจัด
อวิ๋นเอ๋อร์ชะงักงัน มือที่ถือถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตาพลันสั่นระริก สายตาของนางหลบวูบไม่กล้าสบกับดวงตาที่ราวกับจะล่วงรู้ความลับดำมืดในใจของหลินซูเหยียนได้ทุกตารางนิ้ว
“คุณหนู... บ่าวเพียงแต่... เห็นท่านตรากตรำมาทั้งวัน จึงได้ต้มน้ำแกงบำรุงจากโอสถทิพย์ที่ท่านอ๋องประทานมาให้เจ้าค่ะ” น้ำเสียงของสาวใช้ขาดห้วง ทว่าแววตาที่ฉายออกมานั้นคือความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด
หลินซูเหยียนก้าวเท้าช้าๆ เข้าไปใกล้ นางมิได้มีความเกรงกลัวต่อไอพิษที่ลอยกรุ่นออกมาจากถ้วยน้ำแกงแม้แต่น้อย กลิ่นของ ‘ดอกราตรีสีเลือด’ ที่ผสมเจือจางอยู่นั้นช่างชัดเจนสำหรับจมูกของหมอหลวงอัจฉริยะอย่างนาง พิษชนิดนี้หาใช่ยาบำรุงที่ชินอ๋องจ้าวเฟยหลงจะประทานให้สตรีที่เขาเพิ่งแต่งเข้าจวน แต่มันคือเครื่องมือปลิดชีพที่แยบยลเพื่อใส่ร้ายเจ้าของเรือนในภายหลัง
นี่ไม่ใช่แค่การลอบสังหารนาง แต่นี่คือกลอุบายที่วางไว้เพื่อบีบให้ชินอ๋องต้องกลายเป็นฆาตกรที่สังหารภรรยาตนเองต่อหน้าธารกำนัล เป็นหมากกระดานที่โหดเหี้ยมยิ่งนัก
“เจ้าบอกว่านี่คือยาบำรุงที่ท่านอ๋องประทานมางั้นหรือ?” หลินซูเหยียนเหยียดยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เย็นเยียบจนคนมองต้องหนาวสะท้านถึงกระดูกสันหลัง “งั้นข้าคงต้องขอให้เจ้าพิสูจน์ความปรารถนาดีของท่านอ๋องสักหน่อย... ดื่มมันสิ อวิ๋นเอ๋อร์”
“ทะ...ท่านว่าอย่างไรนะเจ้าคะ?”
“ข้าบอกให้เจ้าดื่มเสีย!” หลินซูเหยียนตวาดกร้าว สายตาของนางแปรเปลี่ยนเป็นดุร้ายราวกับพยัคฆ์ที่จ้องขย้ำเหยื่อ นางกระชากข้อมือสาวใช้เข้ามาใกล้แล้วประคองคางของอีกฝ่ายบังคับให้เปิดปาก “หากมันเป็นโอสถทิพย์จริง เจ้าในฐานะสาวใช้ผู้ซื่อสัตย์ย่อมได้รับอานิสงส์จากมันด้วยมิใช่หรือ?”
อวิ๋นเอ๋อร์เบิกตากว้าง ความหวาดกลัวพุ่งถึงขีดสุด นางพยายามขัดขืนแต่กลับพบว่าแรงมหาศาลของสตรีที่ดูอ่อนแอตรงหน้าช่างดุจคีมเหล็กที่ไม่อาจสลัดหลุด หลินซูเหยียนอาศัยจังหวะที่สาวใช้เผยอปากร้องขอชีวิต กรอกน้ำแกงสีขุ่นครึ่งถ้วยลงไปในลำคอของนางอย่างรวดเร็ว
“แค๊กๆ... อึก... ท่าน! ท่านทำอะไรลงไป!” อวิ๋นเอ๋อร์สำลักไอออกมา เลือดสีคล้ำเริ่มซึมออกมาจากมุมปากของนางเพียงไม่กี่อึดใจ ร่างของสาวใช้ทรุดฮวบลงกับพื้น ขาที่ไร้เรี่ยวแรงเริ่มกระตุกเกร็ง
หลินซูเหยียนวางถ้วยเปล่าลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับนิ้วมือที่เปื้อนคราบพิษด้วยความใจเย็น นางก้มลงมองสาวใช้ที่ดิ้นทุรนทุรายอยู่แทบเท้าด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความอาดูร
“พิษดอกราตรีสีเลือด... ออกฤทธิ์เร็วและรุนแรง ผู้ดื่มจะสิ้นลมในสามเค่อ แต่น่าเสียดายที่ข้ารู้จักวิธีแก้พิษนี้ดียิ่งกว่าใคร” นางย่อตัวลงกระซิบข้างหูของสาวใช้ที่เริ่มหายใจติดขัด “บอกมา... ใครเป็นคนสั่งให้เจ้าทำเช่นนี้? หากเจ้าพูดชื่อออกมา ข้าอาจจะเมตตาหยิบยื่นโอสถถอนพิษให้เจ้าก่อนที่หัวใจจะหยุดเต้น”
อวิ๋นเอ๋อร์เบิ่งตาค้าง ลมหายใจรวยริน นางพยายามตะเกียกตะกายคว้าชายกระโปรงของหลินซูเหยียนไว้ “มะ...มู่... ฉี... กุ้ย... เฟย...”
สิ้นคำพูดนั้น อวิ๋นเอ๋อร์ก็หมดสติไป หลินซูเหยียนยืดกายขึ้นยืน สายตามองออกไปนอกหน้าต่างที่มืดมิด พายุฝนเริ่มก่อตัวขึ้น ราวกับท้องฟ้ากำลังร่ำไห้ให้กับแผนการที่กำลังจะดำเนินไปตามครรลองที่นางขีดไว้
ยังไม่ทันที่หลินซูเหยียนจะได้ไตร่ตรองถึงแผนการถัดไป เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงของบุรุษผู้หนึ่งก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องหอ จังหวะก้าวที่กดดันดุจเสียงม้าศึกในสนามรบหยุดลงที่เบื้องหลังนาง
“เจ้าช่างกล้าหาญนัก ที่ต้อนสาวใช้ของข้าจนถึงแก่ความตายภายในห้องของเจ้าเอง” เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจของ ‘ชินอ๋องจ้าวเฟยหลง’ ดังขึ้นพร้อมกับไอเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปทั่วห้อง เขาไม่ได้ก้าวเข้ามาทันที ทว่ารังสีอำนาจนั้นกลับทำให้หลินซูเหยียนต้องหันไปเผชิญหน้า
ในมือของชินอ๋องถือตราประทับลับสีทองที่ยังคงมีรอยเลือดสดๆ ติดอยู่ เขาจ้องมองนางด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก ราวกับกำลังประเมินว่าสตรีตรงหน้าคือมิตรหรือศัตรูที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในยามนี้
“ท่านอ๋อง...” หลินซูเหยียนเอ่ยเบาๆ ขณะที่ประตูด้านหลังของจ้าวเฟยหลงถูกผลักออกอย่างแรงโดยองครักษ์ผู้หนึ่งที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามา “ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... พระราชโองการลับจากในวังหลวงถูกส่งมาถึงจวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ... ว่าด้วยเรื่องการประหารชีวิตพระชายาภายในคืนนี้!”
จ้าวเฟยหลงขมวดคิ้วแน่น สายตาที่เคยเฉยเมยพลันเปลี่ยนเป็นดุร้ายขณะมองไปยังตราประทับในมือขององครักษ์ ซึ่งสลักตราลัญจกรที่ไม่มีทางเป็นของฮ่องเต้ได้อย่างชัดเจน
นี่คือกับดัก... ไม่ใช่แค่ของนาง แต่มันคือกับดักที่คนทั้งจวนกำลังติดหล่มอยู่ด้วยกัน!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาพร้อมกับข้าพเจ้าในบทนี้ด้วยความเคารพครับ
หมากรุกกระดานสุดท้าย กับยอดหัตถาผู้พลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 2
โอสถทิพย์กับดักมรณะ
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกกระดานสุดท้าย กับยอดหัตถาผู้พลิกแผ่นดิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
