“คุณกำลังทำลายงานศิลปะชิ้นเอกของผม พริมา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของธันวาสั่นพร่าด้วยแรงโทสะที่พยายามสะกดกลั้น เขาไม่ได้ตะโกน แต่ความเงียบที่กดทับอยู่ในห้องประชุมไซต์งานกลับทำให้ประโยคนั้นดังราวกับเสียงฟ้าผ่า ดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่นสายตาจ้องมองวิศวกรสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
พริมาไม่ได้สะทกสะท้าน เธอวางปากกามาร์กเกอร์สีแดงฉานลงบนพิมพ์เขียวแผ่นโตที่ถูกขีดฆ่าด้วยเครื่องหมายกากบาทนับสิบจุดอย่างไม่ใยดี ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ดูยียวนกวนประสาทที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา
“ศิลปะเหรอคะคุณธันวา? นี่คืออาคารสำนักงาน ไม่ใช่แกลเลอรีให้คุณเอาอีโก้ไปแขวนไว้บนยอดตึก โครงสร้างรับน้ำหนักตรงจุดนี้มันคือระเบิดเวลาชัดๆ ถ้าคุณอยากเห็นอาคารพังครืนลงมาเป็นอนุสาวรีย์แห่งความงามของคุณในอนาคต ก็เชิญเซ็นชื่อรับรองไปคนเดียวเลยค่ะ ดิฉันไม่เอาชีวิตวิศวกรในทีมไปแขวนไว้กับความเพ้อฝันของคุณแน่”
“คุณไม่เข้าใจคอนเซปต์! น้ำหนักที่ถ่วงลงมามันผ่านการคำนวณแบบสถาปัตยกรรมชั้นสูงมาแล้ว...”
“ชั้นสูงหรือชั้นต่ำไม่สำคัญเท่าความปลอดภัยค่ะ” พริมาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอเดินอ้อมโต๊ะไม้ตัวยาวเข้าไปหาเขา ระยะห่างระหว่างเราลดน้อยลงจนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นกาแฟเข้มข้นจากตัวเขา “คุณมันก็แค่อัจฉริยะที่หลงตัวเองจนลืมโลกความเป็นจริง ความสวยงามที่ไม่มีฟังก์ชันรองรับ มันก็แค่ขยะประดับเมือง”
ธันวาขยับตัวเข้าหาอย่างลืมตัว มือแกร่งตบลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่นจนพริมาสะดุ้ง แต่เธอก็ไม่ถอยหนี เขาโน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับใบหน้าของเธอ ดวงตาของเขาฉายแวววูบไหวราวกับเปลวไฟที่กำลังเต้นเร่า
“ถ้าผมจะยืนยัน... ว่าผมจะไม่แก้” เขาเน้นทีละคำ น้ำเสียงแหบพร่า “คุณจะทำยังไง? จะลาออก? หรือจะใช้วิธีเดิมๆ คือไปฟ้องกวินให้เอาคนอื่นมาแทนผม?”
หัวใจของพริมากระตุกวูบ เธอรู้ดีว่ากวินจ้องจะเล่นงานธันวาอยู่แล้ว และถ้าเธอเผลอไผลไปเข้าข้างกวินเพียงเพราะความขัดแย้งส่วนตัว นั่นเท่ากับเธอเป็นคนชักศึกเข้าบ้าน... แต่สายตาที่เขามองเธอมันมีอะไรบางอย่างที่มากกว่าแค่ความเกลียดชัง มันคือความโหยหาที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้ความปากจัดและท่าทีถือดี
“ดิฉันมีวิธีกำราบปีศาจเขียนแบบอย่างคุณโดยไม่ต้องพึ่งใครค่ะ” เธอเว้นจังหวะ เสียงของเธออ่อนลงแต่ยังคงความเยือกเย็น “พรุ่งนี้เช้า... ถ้าคุณยังไม่ยอมแก้โครงสร้างตามที่ดิฉันมาร์กไว้ ดิฉันจะยื่นเรื่องขอระงับการก่อสร้างชั่วคราวต่อบอร์ดบริหารทันที ถึงตอนนั้นคุณคงได้รู้ว่าระหว่างอีโก้ของคุณกับกำหนดการส่งมอบงาน... อะไรที่กวินจะเลือก”
บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาเปลี่ยนจากดุดันเป็นความสับสนที่น่าค้นหา เขาจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาคู่สวยของเธอราวกับจะค้นหาคำตอบว่าทำไมเธอถึงกล้าขัดใจเขาถึงเพียงนี้
“คุณมันตัวอันตรายจริงๆ พริมา” เขากระซิบเสียงเบา “คุณไม่ได้แค่พยายามจะแก้แบบ... คุณพยายามจะทำลายเกราะกำบังทุกอย่างที่ผมสร้างขึ้น”
“ถ้าเกราะนั่นมันหนาจนคนข้างในจะขาดใจตาย ดิฉันก็ยินดีจะเป็นคนพังมันเองค่ะ”
พริมาหมุนตัวจะเดินออกจากห้อง แต่จังหวะที่เธอกำลังจะผ่านตัวเขาไป มือแกร่งก็คว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงแต่กลับกักขังเธอไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เธอหันกลับมาจะเอ่ยปากด่า แต่กลับต้องชะงักเมื่อเห็นกวินยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูห้องประชุมตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
เขาสวมสูทเนี้ยบกริบ รอยยิ้มที่เคลือบไปด้วยยาพิษปรากฏขึ้นบนใบหน้าขณะมองมาที่คนทั้งคู่
“คุยกันเรื่องโครงสร้างอยู่เหรอครับ... ดูท่าทางจะเคร่งเครียดกันน่าดูเลยนะ” กวินก้าวเข้ามาในห้อง สายตาเขามองพิมพ์เขียวบนโต๊ะก่อนจะเลื่อนมาหยุดที่ข้อมือของพริมา “ธันวา... คุณนี่เสน่ห์แรงไม่เปลี่ยนเลยนะ ขนาดพริมาที่ว่าดุๆ ยังยอมให้คุณจับมือถือแขนถึงในห้องทำงานเลยเหรอ?”
ธันวารีบปล่อยมือพริมาทันทีราวกับโดนของร้อน ใบหน้าคมสันกลับไปนิ่งเรียบเป็นหินอีกครั้ง ต่างจากพริมาที่ยืนตัวแข็งทื่อด้วยความประหม่า กวินไม่ได้มาดีแน่ๆ และเรื่องที่พวกเขาเถียงกันเมื่อครู่... เขาน่าจะได้ยินไปไม่น้อย
“คุณกวินมีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?” พริมาเอ่ยทำลายความเงียบ พยายามดึงความเยือกเย็นกลับมา
“ผมแค่จะมาแจ้งข่าวดี” กวินยิ้มกว้าง แต่นัยน์ตาไม่มีความอบอุ่นเลยแม้แต่น้อย “บอร์ดบริหารตัดสินใจแล้วว่า โครงการยอดตึกนี้จะต้องเสร็จก่อนกำหนดหนึ่งเดือน และถ้ามีความขัดแย้งเรื่องการออกแบบเกิดขึ้นจนทำให้งานสะดุด... คนที่ต้องรับผิดชอบก็คือพวกคุณทั้งสองคน... ร่วมกัน”
พริมาและธันวาสบตากันชั่วขณะ ความรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านร่าง ทั้งคู่รู้ดีว่านี่ไม่ใช่ข่าวดี แต่มันคือกับดักที่กวินขุดเอาไว้ให้พวกเขาตกลงไปพร้อมๆ กัน
“หมายความว่ายังไงคะ?”
“หมายความว่า...” กวินเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานก่อนจะหยิบพิมพ์เขียวแผ่นนั้นขึ้นมาดู “ต่อให้พริมาจะสั่งรื้อ หรือธันวาจะยืนกรานจะใช้แบบเดิม แต่ถ้ามีข้อผิดพลาดแม้แต่มิลลิเมตรเดียว... ผมจะถือว่าพวกคุณจงใจทุจริตโครงการนี้ และเตรียมตัวรับโทษทางกฎหมายได้เลยครับ”
กวินวางกระดาษลง ก่อนจะหันมามองคนทั้งคู่ด้วยสายตาเหยียดหยาม
“หวังว่าการ ‘ร่วมมือ’ ของพวกคุณ จะไม่ทำให้ตึกนี้พังลงมาก่อนที่ผมจะได้เปิดตัวนะ... อ้อ พรุ่งนี้เช้ามีประชุมด่วนกับบอร์ด เตรียมคำอธิบายเรื่องโครงสร้างให้ดีล่ะ โดยเฉพาะคุณ... ธันวา หวังว่าแบบของคุณมันจะแน่นพอที่จะไม่ทำให้พริมาต้องมาเสียน้ำตาภายหลังนะ”
กวินเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่หนักอึ้งกว่าเดิม พริมามองไปที่พิมพ์เขียวแผ่นนั้น สลับกับใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้าที่ตอนนี้ดูจะเคร่งเครียดจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับ
ธันวาถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้เธออีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้มองด้วยความโกรธ แต่เป็นความรู้สึกที่เธอยังแปลความหมายไม่ได้
“เราต้องคุยกันใหม่” ธันวาพูดเสียงเรียบ “ที่ห้องทำงานผม... คืนนี้”
พริมามองหน้าเขา ลังเลชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้ารับคำอย่างจำยอม ในใจของเธอสั่นไหวอย่างประหลาด นี่ไม่ใช่แค่เรื่องงานแล้ว แต่มันคือเกมที่เดิมพันด้วยชีวิต... และหัวใจ
หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่จนวางไม่ลงนะคะ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ!
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์ท้าตายบนยอดตึก•ตอนที่ 2
กฎเหล็กของคนคุมงาน
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์ท้าตายบนยอดตึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
