สยบมารฟ้า ล่าบัลลังก์เซียน•ตอนที่ 18

ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
กลิ่นอายโลหิตและไอปราณมังกรเพลิงที่เพิ่งมอดดับยังคงอบอวลอยู่ภายในถ้ำศิลาโบราณ ทว่าสิ่งที่น่าอึดอัดยิ่งกว่าบรรยากาศโดยรอบ กลับเป็นความเงียบงันที่ทาบทับอยู่ระหว่างคนทั้งสอง "เจ้า... รู้ได้อย่างไรว่าวิชา 'กระบี่ผ่าดารา' ของตระกูลมู่ มีจุดตายอยู่ที่ชีพจรจุดที่เจ็ดใต้ซี่โครงซ้าย?" เสียงหวานใสที่เคยเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งบนยอดเขาหิมะเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบลง ทว่าแววตาของมู่หรั่นชิงในยามนี้ไร้ซึ่งรังสีสังหาร มีเพียงความฉงนสนเท่ห์และประกายความไหววูบรากับผิวน้ำในลำธารยามต้องลม ไป๋เฉินมิได้หันกลับไปมองทันที เขากำลังใช้ผ้าแพรสีขาวสะอาดเช็ดคราบโลหิตบนคมกระบี่เหล็กนิลอย่างเชื่องช้า ท่าทีนั้นเปี่ยมด้วยความสุขุมและสงบนิ่งราวกับบุรุษผู้ผ่านโลกมาแล้วนับพันปี ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองไปยังเปลวเพลิงกองเล็กที่ยังคงปะทุเสียงดังเปรี๊ยะปร๊ะในความมืด "วิชาของสำนักกระบี่เมฆา สืบทอดมาจาก 'เซียนกระบี่เก้าสวรรค์' ในยุคบรรพกาล..." ไป๋เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง ทว่าทุกคำกลับหนักแน่นดั่งค้อนเหล็กที่ตอกลงบนผืนแผ่นดิน "น่าเสียดายที่คนรุ่นหลังหลงลืมแก่นแท้ มัวแต่ยึดติดกับกระบวนท่าที่หวือหวาจนละเลยรากฐาน ยิ่งเจ้าฝึกฝนมันด้วยความเร่งรีบเพื่อบรรลุขอบเขตวิญญาณยุทธ์เร็วเกินไป ชีพจรจุดนั้นจึงกลายเป็นจุดอ่อนที่ย้อนกลับมาทำร้ายผู้ใช้เอง หากไม่ระวัง เกรงว่ายามที่เจ้าทะลวงสู่ขอบเขตเซียนแท้จริงในอนาคต อวัยวะภายในของเจ้าคงแหลกสลายเป็นจุลก่อนที่กระบี่จะทันได้ชักออกจากฝักเสียอีก" คำพูดนั้นเรียบง่าย ทว่าสะเทือนลึกถึงจิตวิญญาณ มู่หรั่นชิงถึงกับลมหายใจสะดุด นางเป็นถึงศิษย์เอกผู้สืบทอดแห่งสำนักกระบี่เมฆา ผู้คนต่างก้มหัวให้ด้วยความยำเกรงและเรียกขานนางว่า 'นางเซียนไร้ใจ' ไม่มีผู้ใดกล้าสั่งสอนนาง แม้กระทั่งผู้อาวุโสในสำนักยังต้องเอ่ยปากด้วยความระมัดระวัง แต่วันนี้... บุรุษผู้เป็นเพียงศิษย์สวะที่ผู้คนดูแคลน กลับมองทะลุปรุโปร่งถึงแก่นแท้เคล็ดวิชาประจำสำนักของนางได้อย่างทะลุปรุโปร่ง เพียงแค่ชำเลืองมองยามนางร่ายรำกระบี่เมื่อยามค่ำคืนก่อนเพียงคราเดียวเท่านั้น! ความเย่อหยิ่งและเย็นชาที่นางใช้สร้างเป็นเกราะกำบังหัวใจมาตลอดหลายปี คล้ายกำลังถูกความอบอุ่นลึกล้ำและความคมความคิดของบุรุษผู้นี้หลอมละลายลงทีละน้อยอย่างช้าๆ มู่หรั่นชิงก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกครึ่งก้าว กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวนางคล้ายบุปผาเหมันต์โชยปะทะนาสิกของไป๋เฉิน นางจ้องมองใบหน้านิ่งสงบนั้นด้วยแววตาที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา "เจ้าเป็นใครกันแน่... ไป๋เฉิน? แววตาและคำพูดของเจ้าในยามนี้ ราวกับผู้สูงศักดิ์ที่กำลังมองดูเด็กน้อยเล่นสนุก ไม่มีทางที่ศิษย์ตระกูลตกอับในเมืองเล็กๆ จะมีความรู้ลึกซึ้งถึงระดับเคล็ดวิชาบรรพกาลเช่นนี้ได้" ไป๋เฉินชะงักมือที่กำลังเช็ดกระบี่เล็กน้อย เขาดึงสายตากลับมาสบประสานกับดวงตากลมโตคู่สวยที่สะท้อนเงาของตนเองอยู่ภายในนั้น แววตาคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัว ไม่มีเล่ห์เพทุบาย มีเพียงความจริงใจที่บริสุทธิ์และห่วงใยซึ่งถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเยือกเย็นอย่างแนบเนียน รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของไป๋เฉิน เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้เย้ยหยัน แต่มันช่างอ่อนโยนและทรงพลังจนทำให้หัวใจของนางเซียนผู้ไร้พ่ายกระตุกวูบอย่างรุนแรง "หากข้าบอกว่า... ข้าคือผู้ที่เคยร่วมดื่มสุรากับเซียนกระบี่เก้าสวรรค์ผู้นั้นในอดีตล่ะ เจ้าจะเชื่อหรือไม่?" ไป๋เฉินเอ่ยกระซิบ น้ำเสียงราบเรียบทว่าจริงจังอย่างยิ่ง มู่หรั่นชิงนิ่งงันไปชั่วขณะ นางควรจะหัวเยาะเย้ยคำพูดที่ฟังดูเหลวไหลไร้สาระนี้ แต่น่าแปลกที่เมื่อนางมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น กลับพบเพียงความเวิ้งว้างลึกล้ำดั่งห้วงจักรวาล ราวกับว่าคำพูดที่ดูโอ้อวดนั้น คือความจริงแท้ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ความเย็นชาที่เคยพิทักษ์หัวใจของนางมาเนิ่นนาน บัดนี้กลับพังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงความรู้สึกบางเบาที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน... ความรู้สึกที่เรียกว่า 'ความไว้ใจ' และความโหยหาที่นางไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิตเซียนอันโดดเดี่ยว "ข้า... เชื่อเจ้า" เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบาแทบไม่ต่างจากเสียงกระซิบของสายลม นางหลบสายตาคู่นคมกริบนั้นด้วยความเขินอายที่หาได้ยากยิ่ง พวงแก้มขาวเนียนปรากฏริ้วสีแดงเรื่อจางๆ ดั่งกลีบเหมันต์ยามต้องแสงอาทิตย์อัสดง ไป๋เฉินมองท่าทีที่เปลี่ยนไปของนางด้วยความเอ็นดู เขากำลังจะเอ่ยปากพูดบางอย่างเพื่อทำลายบรรยากาศที่เริ่มอบอุ่นเกินไปนี้ ทว่า... *เปรี้ยง! ครืนนน—!* จู่ๆ ผืนป่าด้านนอกถ้ำก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ ท้องฟ้ายามราตรีที่ควรจะมืดสนิท กลับถูกย้อมด้วยสีแดงฉานดั่งโลหิต แรงกดดันจากปราณมหาศาลระดับ 'ราชันย์ยุทธ์' กดทับลงมาจากเบื้องบนจนหินผาภายในถ้ำร้าวระแหง! มู่หรั่นชิงแปรเปลี่ยนสีหน้าอย่างฉับพลัน ดาบในมือถูกชักออกจากฝักทันทีด้วยสัญชาตญาณ "แย่แล้ว... ปราณนี้คือ... ผู้อาวุโสใหญ่แห่งนิกายโลหิตทมิฬ! พวกมันตามรอยกลิ่นอายโลหิตของมารอสูรที่เจ้าสังหารเมื่อครู่มาพบแล้ว!" ไป๋เฉินมิได้ตื่นตระหนก เขายืนขึ้นช้าๆ แววตาทอประกายคมกล้าดั่งคมกระบี่ที่พร้อมจะทะลวงฟ้า ทว่าก่อนที่เขาจะได้ก้าวออกไปเผชิญหน้า เงาร่างสีดำสนิทนับสิบสายก็พุ่งทะยานเข้ามาปิด The Exit ของถ้ำไว้จนหมดสิ้น พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วผืนป่า "หึๆๆ ซ่อนตัวอยู่ที่นี่เองหรอ... แม่นางน้อยแห่งสำนักกระบี่เมฆา กับไอ้สวะตระกูลไป๋ วันนี้... พวกเจ้าไม่มีทางรอดเงื้อมมือข้าไปได้!" (ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับข้า ชิงเสวี่ยเหมันต์ นะคะ)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารฟ้า ล่าบัลลังก์เซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%