“ถ้าความรู้สึกมันพูดออกมาได้ง่ายเหมือนการสั่งกาแฟสักแก้ว... ป่านนี้ฉันคงไม่ต้องมานั่งจมกองความเงียบแบบนี้หรอก เมษา”
รินรดาเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงเปียโนแจ๊สแผ่วเบาจากลำโพงในร้านกาแฟมุมตึก เธอไม่ได้มองหน้าเพื่อนสนิท แต่สายตากลับจดจ้องไปที่หยดน้ำที่กำลังเกาะตัวบนกระจกบานใส ราวกับจะแข่งกันว่าหยดไหนจะไหลลงสู่พื้นเบื้องล่างได้เร็วกว่ากัน
เมษาถอนหายใจยาว วางถ้วยลาเต้ลงบนโต๊ะไม้ขัดเงาเบาๆ ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้ น้ำเสียงของเธอเจือความหงุดหงิดที่เคลือบด้วยความเป็นห่วง “แต่ธามเขาก็ทำเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะริน เขานั่งอยู่ตรงนั้น ตรงหน้าแกมาห้าปีแล้วนะ ไม่ใช่ห้าวัน!”
“บางครั้งการไม่รู้... มันก็เป็นวิธีปกป้องตัวเองที่ดีที่สุดไม่ใช่เหรอ?” รินรดาแย้งเบาๆ นิ้วเรียวยาวลากไปบนขอบแก้วที่เริ่มเย็นชืด เธอพยายามซ่อนอาการสั่นที่ปลายนิ้วด้วยการกอดอกแน่น
“ปกป้องใคร? แกหรือเขา?”
คำถามนั้นกระแทกเข้ากลางใจรินรดาอย่างจัง เธอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้าหนีออกไปนอกหน้าต่าง ฝนที่เคยโปรยปรายเมื่อครู่เริ่มหนักเม็ดขึ้นจนบดบังทัศนวิสัยข้างนอกให้กลายเป็นเพียงกลุ่มก้อนสีเทาหม่น
“ฉันแค่... กลัว” รินรดากระซิบ น้ำเสียงแหบพร่า “ถ้าฉันพูดออกไป แล้วทุกอย่างมันพังลงมาล่ะ? ถ้าความสัมพันธ์ที่ฉันอุตส่าห์ประคองไว้มันหายไปเหมือนฝนที่ตกลงมานี่ล่ะ ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนในวันที่เราต้องเจอกันในฐานะเพื่อนเหมือนเดิม”
“แล้วการที่เป็น 'แค่เพื่อน' แบบนี้ มันไม่พังอยู่แล้วเหรอ?” เมษาสวนกลับด้วยความเจ็บปวดแทนเพื่อน “แกมองเขา แกเห็นภาพตัวเองอยู่ในอนาคตเขา แต่เขา... เขาเห็นแค่คนข้างๆ ที่เขาสบายใจจะเล่าเรื่องชีวิตที่แสนเจ็บปวดให้ฟังเท่านั้นนะริน”
รินรดานิ่งงัน บาดแผลจากอดีตของธามที่เขาเคยระบายให้เธอฟังนับครั้งไม่ถ้วนย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำ เขาเป็นเหมือนชายหนุ่มที่เดินอยู่ในเขาวงกตที่ไร้ทางออก และเธอ... เป็นเพียงแสงสว่างเพียงน้อยนิดที่เขาไม่ได้ต้องการจะหยิบฉวยเอามาไว้ในมือเพื่อส่องนำทาง เพียงแค่ต้องการเก็บเธอไว้ในที่ปลอดภัยที่เขาเข้าถึงได้เสมอ
ทันใดนั้น เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นพร้อมกับมวลอากาศเย็นที่พัดเข้ามาปะทะใบหน้าของผู้คนในร้าน ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีเทาเข้มที่เปียกชื้นบางส่วนก้าวเข้ามา ธามสะบัดร่มคันยาวในมือ ก่อนจะสอดส่ายสายตาไปรอบร้าน
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ เธอรีบหันหน้าเข้าหาหน้าต่าง แสร้งทำเป็นสนใจเม็ดฝนที่พร่างพรมกระจกอีกครั้ง
“นั่นไง... หัวข้อสนทนาที่แกอยากหลบหน้ามาถึงแล้ว” เมษากระซิบเสียงต่ำด้วยความระอา
ธามเดินตรงมาที่โต๊ะของพวกเธอ ใบหน้าคมสันที่มักจะนิ่งเฉยดุจแผ่นน้ำแข็งวันนี้ดูอ่อนล้าเป็นพิเศษ เขาดึงเก้าอี้ตัวข้างๆ รินรดาออกแล้วนั่งลงโดยไม่รอคำเชิญ กลิ่นอายของฝนและความอ้างว้างที่ติดตัวเขามา ทำเอาคนนั่งข้างๆ ใจสั่นจนต้องกลั้นหายใจ
“เย็นนี้ไม่มีรถเมล์สายไหนวิ่งผ่านเส้นนี้เลย ฝนตกหนักเกินไป” ธามกล่าวขึ้น เสียงทุ้มต่ำของเขามีเสน่ห์ในแบบที่รินรดาแพ้ทางมาตลอดหลายปี เขาทรุดตัวลงพิงพนักเก้าอี้ สายตาเหม่อมองไปยังพื้นที่ว่างเปล่า “ริน... ถ้าคืนนี้ผมขอติดรถคุณกลับไปส่งที่คอนโดจะได้ไหม?”
รินรดาหันไปมองเขา แววตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้มีความสุขเหมือนวันที่เขาเล่าเรื่องความสำเร็จในงาน แต่มันกลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัวบางอย่างที่เขาไม่เคยเผยให้ใครเห็น... ยกเว้นเธอ
“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าธาม?” เธอถามด้วยความกังวลลืมเรื่องความประหม่าไปชั่วขณะ
ธามนิ่งไปนาน ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักว่าจะพูดหรือไม่พูด มือหนาของเขาขยำชายเสื้อเชิ้ตที่เปียกโชกแน่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตารินรดา สายตาคู่นั้นเย็นชาและลึกซึ้งจนคนถูกมองรู้สึกเหมือนถูกดูดลงไปในก้นบึ้งของมหาสมุทร
“คนที่ผมเคยเล่าให้ฟัง... คนที่ทิ้งผมไปเมื่อสามปีก่อน...” ธามเว้นจังหวะ เสียงของเขาสั่นพร่าเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าว “เขาเพิ่งส่งข้อความมาหาผมเมื่อสักครู่ เขาบอกว่าเขากำลังจะกลับมา... และเขาอยากคุยกับผมเรื่อง ‘เรา’ อีกครั้ง”
โลกของรินรดาหยุดหมุนไปทันที ความเย็นวาบแล่นปราดไปทั่วไขสันหลัง เธอเหลือบไปเห็นเมษาที่นั่งอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ในขณะที่ธามยังคงจ้องมองเธอด้วยแววตาที่หาคำตอบอะไรบางอย่าง เหมือนกับเขากำลังรอคอยให้ใครสักคนช่วยตัดสินใจว่า เขาควรจะก้าวเข้าไปหาอดีตที่กัดกินหัวใจ หรือยอมปล่อยมันให้จมหายไปกับฝนที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกนี้
ธามเอื้อมมือมาแตะหลังมือของเธอเบาๆ สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่กลับหนักอึ้งในความรู้สึก “ริน... คุณช่วยบอกผมทีว่าผมควรทำยังไง... เพราะสำหรับผม ตอนนี้คุณคือคนเดียวที่ผมเชื่อใจได้มากที่สุดในโลก”
รินรดากลั้นใจ เธอรู้ดีว่าคำตอบที่เธอจะพูดออกไปในวินาทีนี้ อาจเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของทั้งเขาและเธอไปตลอดกาล เธอเงยหน้าขึ้น สบตาชายหนุ่มที่เธอแอบรักหมดหัวใจ ก่อนจะขยับริมฝีปากที่สั่นเทาเตรียมจะเอ่ยคำพูดที่อาจจะทำลายทุกอย่างลง
“ถ้าเขากลับมา... ธามจะยังต้องการ ‘ความเชื่อใจ’ จากฉันอยู่ไหม?”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหยาดฝนไปกับรินรดาและธามในตอนแรกนี้ครับ - สายลมแผ่วเบา
ในห้วงคำนึงที่ฝนโปรยปราย•ตอนที่ 1
สายลมที่พัดผ่าน
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในห้วงคำนึงที่ฝนโปรยปราย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!