เสียงเปรี้ยงปร้างของฟ้าผ่าราวกับจะฉีกกระชากโครงสร้างเหล็กกล้าของไซต์งานให้พังครืนลงมาในพริบตาเดียว เม็ดฝนฤดูมรสุมกระหน่ำซัดสาดใส่แผ่นกระจกเทมเปอร์กั้นห้องควบคุมชั่วคราวอย่างบ้าคลั่ง ทว่าเสียงพายุภายนอกยังไม่น่าหนวกหูเท่าความเงียบงันที่กำลังกัดกินบรรยากาศภายในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้
อคิราห์ยืนนิ่งเป็นรูปปั้น หูอื้ออึงชั่วขณะ ร่างโปร่งในชุดสูททำงานเข้ารูปของสถาปนิกชื่อดังชะựngค้างอยู่กับที่ สายตาคมกริบมองสลับระหว่าง "ปกรณ์" อดีตแฟนเก่าที่เพิ่งก้าวเข้ามาหลบฝนด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน กับ "ธันวา" วิศวกรหนุ่มร่างสูงใหญ่ผู้เป็นเจ้าของโครงสร้างไซต์นี้ ซึ่งยืนกอดอกพิงเสาคอนกรีตอยู่มุมห้อง ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงสนิท ดวงตาสีเข้มคู่นั้นดุดันและเย็นชาเสียจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงฮวบฮาบราวกับติดลบ
“ผมคิดว่าพื้นที่ตรงนี้ เป็นเขตห้ามบุคคลภายนอกเข้าในช่วงเวลาวิกฤตนะครับ คุณปกรณ์” ธันวาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่กดต่ำจนน่ากลัว รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัววิศวกรหนุ่มจนแทบจะมองเห็นเป็นไอสีดำจางๆ
ปกรณ์หัวเราะแห้งๆ พยายามฉีกยิ้มฝื่อนส่งให้อคิราห์ “พอดีผมผ่านมาแถวนี้แล้วเจอพายุเข้า เห็นคิราห์ติดอยู่ในไซต์งาน เลยแวะเข้ามาดูด้วยความเป็นห่วงครับ... ไม่คิดว่าธันวา วิศวกรคุมงานจะยังอยู่ดึกดื่นด้วย”
“ความเป็นห่วงของคุณ มันรบกวนเวลาทำงานของสถาปนิกของผม” ธันวายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่ไปไม่ถึงดวงตา ขายาวก้าวเดินเข้ามาประชิดตัวอคิราห์อย่างถือวิสาสะ มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือเรียวของอีกฝ่ายไว้หลวมๆ แต่หนักแน่นพอที่จะดึงให้สถาปนิกคนเก่งขยับเข้าไปยืนหลบอยู่ด้านหลังแผงอกกว้างของตนโดยปริยาย
อคิราห์สะดุ้งเล็กน้อย หัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยความตกใจ ไม่ใช่เพราะสัมผัสจากธันวา แต่เป็นเพราะความอึดอัดที่ถูกหยิบยกให้กลายเป็น “ของหวง” ต่อหน้าแฟนเก่าที่เพิ่งบอกเลิกรากันไปไม่นาน
“ธันวา... ปล่อยแขนผมก่อน” อคิราห์กระซิบเสียงลอดไรฟัน พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่แรงบีบกลับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เป็นสัญญาณเตือนเงียบๆ ว่า *อย่าดื้อ* จากผู้ชายปากร้ายคนนี้
“ยืนนิ่งๆ ครับ คุณกำลังทำให้งานผมเสียสมาธิ” ธันวาตอบเสียงเรียบ แต่สายตายังคงจดจ้องไปยังปกรณ์ราวกับเสือจ้องเหยื่อ
ปกรณ์หน้าเสียไปถนัดตาเมื่อเห็นท่าทีแสดงความเป็นเจ้าของอย่างโจ่งแจ้งของวิศวกรหนุ่ม เขาเม้มปากแน่นก่อนจะพยายามหาทางลง “เอ่อ... งั้นผมไม่กวนแล้วครับ พอดีแค่จะแวะมาเคลียร์เรื่องที่เราคุยกันค้างไว้... ไว้ค่อยคุยกันนะคิราห์”
ประโยคสุดท้ายปกรณ์จงใจทิ้งท้ายด้วยสายตาออดอع้อนและอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปจากห้องควบคุมชั่วคราว พร้อมกับเสียงปิดประตูกระแทกเบาๆ ตามแรงลมพายุภายนอก
ครั้นเมื่อประตูปิดสนิท ความเงียบก็กลับมาปกคลุมอีกครั้ง ทว่ามันอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันที่แทบจะหายใจไม่ออก
“ปล่อยได้แล้วมั้งครับ ท่านวิศวกร” อคิราห์สะบัดข้อมือออกอย่างแรงเมื่อหลุดพ้นจากรัศมีสายตาของคนนอก ดวงตากลมโตตวัดมองหน้าธันวาอย่างเอาเรื่อง “คุณมีสิทธิ์อะไรมาดึงผมไปหลบข้างหลังแบบนั้น?”
ธันวาไม่ตอบทันที เขายังคงยืนค้ำหัวร่างโปร่งด้วยความสูงที่ได้เปรียบ ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำด้วยความโกรธ แววตาของวิศวกรหนุ่มฉายประกายบางอย่างที่อ่านยาก—ทั้งหงุดหงิด ไม่พอใจ และ... เจ็บปวดลึกๆ ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา
“สิทธิ์ในฐานะหัวหน้าโครงการ ที่ไม่อยากให้ลูกน้องเสียสมาธิกับเรื่องไร้สาระนอกเวลางาน” ธันวาตอบเสียงห้วนจัด ปราดเปรียวและเฉียบคม “หรือว่าคุณยังอาลัยอาวรณ์มันอยู่ ถึงได้ทำหน้าเหมือนคนวิญญาณหลุดแบบนั้นตอนที่มันเดินเข้ามา?”
“คุณพูดจาบ้าอะไรของธันวา!” อคิราห์โต้กลับทันควัน ความเย่อหยิ่งและศักดิ์ศรีถูกกระตุ้นจนพุ่งปรี๊ด สถาปนิกหนุ่มก้าวเข้าไปประชิดตัวธันวาบ้าง นิ้วเรียวชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว “ผมจะรู้สึกยังไง มันก็เรื่องส่วนตัวของผม คุณไม่มีสิทธิ์มาล้ำเส้นชีวิตส่วนตัวของผมแบบนี้!”
“ส่วนตัวเหรอ?” ธันวาทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นเบาๆ แต่ไร้ซึ่งความขบขัน ร่างสูงก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะ แต่สายตายังคงล็อกเป้าหมายไว้อย่างมั่นคง “ถ้ามันเป็นเรื่องส่วนตัว ทำไมเวลาที่มันมาป้วนเปี้ยนใกล้คุณ ดวงตาตื่นตระหนกของคุณถึงฟ้องว่าคุณจัดการมันไม่ได้ล่ะ?”
อคิราห์ชะงัก คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ความจริงที่ว่าเขายังสะเทือนใจกับเงาอดีตทำให้เถียงไม่ออก และนั่นยิ่งทำให้สถาปนิกเพอร์เฟกต์ชันนิสต์อย่างเขาหัวเสียหนักเข้าไปใหญ่
“ผมจัดการได้! ผมไม่ใช่เด็กอมมือนะธันวา!”
“ถ้าจัดการได้ ป่านนี้คุณคงไล่มันกลับบ้านไปตั้งแต่แรกแล้ว ไม่ใช่ยืนแข็งทื่อให้มันมาทำสายตากะลิ้มกะเหลี่ยใส่แบบนั้นหรอก” ธันวายังคงรุกไล่ด้วยวาจาเชือดเฉือน ปากหนาเอ่ยคำพูดที่ซ่อนความหึงหวงไว้อย่างแนบเนียนภายใต้คราบความดุดัน “จำไว้ว่าไซต์นี้เป็นพื้นที่ความรับผิดชอบของผม และผมไม่ชอบให้ใครเอาขยะส่วนตัวมาทิ้งเรี่ยราดในเขตพื้นที่ของผม”
“คุณ!” อคิราห์โกรธจนตัวสั่น มือเรีย้าง้างขึ้นทำท่าจะประทับรอยฝ่ามือลงบนใบหน้าหล่อเหลานั่นสักที แต่ทว่า... จังหวะที่เงื้อมมือขึ้น พายุภายนอกก็โหมกระหน่ำซัดเข้าใส่หม้อแปลงไฟฟ้าหลักของไซต์งานจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น *ตูม!*
พรึบ!
แสงไฟนีออนในห้องควบคุมดับวูบลงทันที ความมืดมิดเข้ากลืนกินทุกสรรพสิ่งรอบตัว เหลือเพียงแสงวาบจากสายฟ้าที่ฟาดผ่านหน้าต่างเป็นระยะ ส่องให้เห็นเงาสะท้อนของกันและกันในระยะประชิด
อคิราห์อุทานเบาๆ ด้วยความตกใจ แรงสะดุ้งทำให้ร่างโปร่งเสียหลักก้าวถอยหลัง แต่ทว่า... เอวบางกลับถูกวงแขนแกร่งคว้าหมับเข้าอย่างจัง ดึงรั้งให้เข้ามาปะทะกับแผงอกกว้างตามสัญชาตญาณของการปกป้อง
ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดรดต้นคอและแก้มนวล กลิ่นอายความเป็นผู้ชายผสมผสานกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้ามารุกรานประสาทสัมผัส ท่ามกลางความมืดที่เงียบงัน มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวโครมคราม—ไม่รู้ว่าของใครดังกว่ากัน
“ระวังหน่อยสิครับ... สถาปนิกคนเก่ง” เสียงกระซิบพร่าต่ำดังขึ้นชิดริมหู น้ำเสียงดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มลึกอย่างน่าประหลาด จนอคิราห์รู้สึกได้ถึงความสั่นไหวแปลกๆ ในช่องท้อง
“ปล่อย...” อคิราห์พยายามดันแผงอกอีกฝ่ายออก แต่ทว่ายิ่งดัน วงแขนที่โอบกอดรอบเอวก็ยิ่งกระชับแน่นขึ้น ไอร้อนจากตัวของธันวาแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาจนผิวเนื้อแทบจะหลอมละลาย
“มืดขนาดนี้ ยังจะดื้ออีกเหรอครับคิราห์” ธันวาเอ่ยชื่อเล่นของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างหาได้ยาก ดวงตาสีเข้มในความมืดที่สะท้อนแสงแฟลชจากฟ้าแลบไม่ได้ดุดันอย่างเคย หากแต่เต็มไปด้วยประกายความห่วงใยที่ถูกปิดบังไว้ใต้ความปากแข็งมาตลอด
อคิราห์นิ่งงัน หัวใจที่เคยพองโตด้วยความโกรธกลับหล่นวูบลงไปกองที่ตาตุ่ม ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนได้ยินเสียงจังหวะลมหายใจของกันและกัน ทำให้กำแพงที่สถาปนิกหนุ่มสร้างขึ้นพังทลายลงทีละน้อย ความเงียบรอบตัวไม่ได้น่ากลัวอีกต่อไป แต่มันกลับบีั้นทอนความรู้สึกข้างในจนแทบจะทานทนไม่ไหว
“คุณ... ทำไมต้องทำตัวใจร้ายใส่ผมตลอดเวลาด้วยล่ะธันวา” น้ำเสียงของอคิราห์อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว เจือความตัดพ้อที่เก็บกดมานานเล็ดลอดออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
ธันวาชะงัก ลมหายใจของวิศวกรหนุ่มสะดุดกึก ร่างสูงนิ่งค้างไปชั่วขณะราวกับไม่คิดว่าคนปากเก่งอย่างอคิราห์จะยอมปริปากพูดคำนี้ออกมาในบรรยากาศแบบนี้
นิ้วมือหนายกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อและละอองฝนออกจากหน้าผากมนอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับบุคลิกดิบเถื่อนโดยสิ้นเชิง ทำให้คนถูกกระทำถึงกับขนลุกซู่
“เพราะถ้าผมใจดีกว่านี้...” ธันวาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่สั่นระริกในความมืด “คุณอาจจะไม่มีวันรู้เลยว่า... ผมหวงคุณมากแค่ไหนเวลาที่ไอ้เวรนั่นมันเข้าใกล้คุณ”
คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การป้องกัน ทำให้โลกทั้งใบของอคิราห์หยุดหมุนทันที
*- - - - - - - - - - - - - - - -*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาเติมพลังใจให้กันเสมอนะครับ
เซียนสถาปัตย์กับวิศวกรสายเถื่อน: ปฏิบัติการกู้คืนพื้นที่หัวใจ•ตอนที่ 7
กับดักความเงียบ
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสถาปัตย์กับวิศวกรสายเถื่อน: ปฏิบัติการกู้คืนพื้นที่หัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!