"ตราประทับอินทรีย์คู่ดาบไขว้... ของหน่วยข่าวกรองหลวงในรัชกาลก่อน ทำไมถึงมาอยู่บนคานไม้ไผ่เก่าคร่ำครึแห่งนี้ได้"
รินรดากลั้นหายใจ นิ้วเรียวยาวที่ถือตะหลิวเหล็กสั่นระริกเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นสัญชาตญาณของเชฟอัจฉริยะที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนในโลกเก่า กำลังร้องเตือนภัยเสียงดังลั่น สัญลักษณ์นั้นถูกแกะสลักอย่างประณีตด้วยรอยมีดสั้น ทว่าถูกอำพรางไว้ด้วยคราบเขม่าควันจนแทบกลืนไปกับเนื้อไม้ หากไม่ใช่เพราะสายตาเฉียบคมระดับเซียนยาและเครื่องเทศ เธอก คงมองข้ามมันไปอย่างน่าเสียดาย
ทว่า เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ย่ำลุยหิมะนอกประตูกลับดึงสติเธอกลับมาเสียก่อน
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
จังหวะการเคาะประตูสามครั้งมั่นคง ทรงพลัง และเต็มไปด้วยการควบคุมน้ำหนักอย่างผู้ฝึกยุทธ์ ไม่มีเสียงลังเล ไม่มีความเกรงใจ มีเพียงความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก3วินาที ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยไร้พิรุธ ก่อนจะเอื้อมมือไปปลดสลักไม้เก่าๆ ออกอย่างไม่รีบร้อน
แอ๊ด...
บานประตูไม้ไผ่ถูกผลักเปิดออก กลิ่นอายความหนาวเหน็บของป่าสนยามค่ำคืนพัดกรูเข้ามาปะทะใบหน้าเนียนใสทันที ทว่าสิ่งที่ทำให้รินรดารู้สึกสะดุดยิ่งกว่าความหนาว คือร่างสูงสง่าของบุรุษผู้ยืนบังแสงจันทร์เสียมิด ศิลา—อดีตจอมพลผู้ปลดประจำการมาใช้ชีวิตสันโดษ เขาสวมเสื้อคลุมหนังตัวหนาที่เปียกชื้นเล็กน้อย หยาดน้ำค้างเกาะพราวบนเส้นผมสีดำสนิท ใบหน้าคมคายดั่งสลักจากหินผามีร่องรอยบาดแผลจางๆ เพิ่มความดุดันน่าเกรงขาม ทว่านัยน์ตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกลับกวาดมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรวดเร็วรากับสแกนเนอร์
"ดึกดื่นค่ำคืนเช่นนี้... เหตุใดไฟในครัวของแม่นางถึงยังสว่างอยู่เล่า"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงก้อนหินกระทบกันในลำธารดังขึ้น มันไม่ได้เจือแววหาเรื่อง แต่เต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ที่ยากจะปิดมิด ศิลายืนกอดอกพิงกรอบประตู สายตาคมกวาดเลยผ่านไหล่บางเข้าไปสำรวจภายในห้องครัวขนาดกะทัดรัด กลิ่นหอมฉุนของขิงแก่และพริกไทยเสฉวนที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศทำให้จมูกโด่งเป็นสันของเขาขยับเล็กน้อย
รินรดากระตุกยิ้มมุมปากอย่างเหนือชั้น เธอไม่ได้ก้าวถอยหลังหนีแม้แต่นصفก้าว กลับเอียงคอมองเขาด้วยแววตานิ่งสงบ ท่าทีสุขุมเกินกว่าหญิงสาวชาวบ้านทั่วไปควรจะเป็น
"ถ้าข้าบอกว่า หิวจนนอนไม่หลับ ท่านจอมพลผู้ยิ่งใหญ่จะเชื่อคำโกหกของสตรีตัวเล็กๆ คนนี้ไหมล่ะคะ" รินรดาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงประกายท้าทายในดวงตาคู่สวยอย่างเปิดเผย
ศิลาชะงักไปชั่วขณะ มุมปากหยักลึกกระตุกขึ้นนิดหน่อยอย่างนึกขัน นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่มีใครกล้าต่อปากต่อคำกับเขาด้วยสายตานิ่งสนิทไร้ความยำเกรงเช่นนี้ หญิงสาวตรงหน้าแต่งกายด้วยชุดผ้าฝ้ายเรียบง่าย มวยผมลวกๆ มีปอยผมเคลียข้างแก้มเนียน แต่กลับมีรัศมีบางอย่างที่ทำให้คนมองละสายตาไม่ได้ ยิ่งกลิ่นหอมเย้ายวนจากหม้อดินบนเตายิ่งทำให้ท้องของเขาที่รอนแรมในป่ามาครึ่งค่อนวันส่งเสียงประท้วงขึ้นมาเงียบๆ
"หิว... ถึงกับต้องจุดไฟทำอาหารกลางดึกในป่าลึกเช่นนี้เชียวหรือ" ศิลาเลิกคิ้วหนาขึ้นข้างหนึ่ง ขายยาวก้าวล้ำเข้ามาในเขตกระท่อมโดยไม่รอให้อนุญาต ร่างสูงใหญ่ทำให้ห้องครัวแคบๆ ดูแคบลงไปถนัดตา กลิ่นอายบุรุษเพศแผ่ซ่านกดดันจนคนใจไม่แข็งพออาจจะเข่าอ่อน แต่สำหรับรินรดาแล้ว เขาก็เป็นแค่ 'วัตถุดิบชั้นดี' ที่เข้ามาในเวลาที่เธอกำลังอยากทดฝีมือพอดี
"คนเราเวลาท้องกิ่ว สมองมักจะคิดอะไรฟุ้งซ่านค่ะ ท่านศิลา... ว่าแต่ท่านเถอะ เดินวนเวียนอยู่แถวเขตอาคมของข้าตั้งแต่หัวค่ำ มีธุระอันใดกับสะใภ้กำมะลอผู้นี้ หรือว่า..." รินรดาจงใจเว้นจังหวะ ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับขณะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ "...คิดจะมาขโมยเสบียงของข้ากินกันแน่คะ"
คำพูดหยอกเย้าแกมทิ่มแทงนั้นทำให้ศิลาถึงกับหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนอกเสื้อจนรินรดาแอบรู้สึกร้อนวูบวาบที่ใบหน้าอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขาไม่ได้ตอบคำถามทันที แต่กลับสาวเท้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นอายสนป่าและกลิ่นจางๆ ของดินปืนผสมผสานกับกลิ่นหอมละมุนของสมุนไพรในครัวอย่างประหลาด
"ข้าไม่ได้มาขโมย..." ศิลาโน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย สายตาคมกวาดมองหม้อดินที่ส่งเสียงเดือดปุดๆ พลางกระซิบด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่ริมหูเธอ "...แต่ถ้าแม่นางรินรดาใจกว้างพอ จะแบ่งซุปไก่ป่าหม้อนั้นให้คนที่เพิ่งกลับจากการตรวจตราชายแดนสักถ้วย เกรงว่า... ข้าคงต้องขอชิมฝีมือเชฟจำเป็นคนนี้เสียหน่อยแล้ว"
รินรดาแอบสบถในใจเบื้องล่าง ประสาทสัมผัสของอดีตจอมพลผู้นี้ดีเกินไปแล้ว แค่กลิ่นจางๆ ยังแยกแยะได้ว่าเป็นซุปไก่ป่า! ทว่า ในเมื่อมิติลับในห้วงสำนึกของเธอกำลังกักเก็บสมุนไพรวิเศษไว้นับร้อยชนิด การจะปรุงซุปไก่ป่าสักหม้อให้สะท้านสะเทือนกระเพาะอาหารของชายหนุ่มร่างยักษ์ตรงหน้า จึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย
"อยากกินก็ได้ค่ะ..." รินรดาผถายมือออกอย่างไม่ยี่ห้อ รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มปรากฏบนเรียวปากอิ่ม ทว่าแววตากลับซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้เต็มเปี่ยม "แต่กฎของกระท่อมไผ่ริมธารมีอยู่ว่า คนที่จะกินอาหารฝีมือข้า ต้องแลกเปลี่ยนด้วย 'ข้อมูล' ที่ข้าอยากรู้... ท่านศิลา กล้าพอที่จะแลกเปลี่ยนไหมล่ะคะ"
ศิลาหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างนึกสนุก ผู้หญิงคนนี้ช่างน่าสนใจยิ่งนัก นางไม่ใช่แค่สตรีชาวบ้านที่ถูกรังแกจนหนีเข้าป่าอย่างที่ชาวบ้านเล่าลือ แต่นางมีเขี้ยวเล็บ ซ่อนคมดาบไว้ภายใต้รอยยิ้ม และที่สำคัญ... นางกำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาของผู้ล่า ไม่ใช่ผู้ถูกล่า
"ตกลง" ศิลาตอบรับสั้นๆ น้ำเสียงหนักแน่นไร้ความลังเล
รินรดาหันกลับไปหยิบชามกระเบื้องเคลือบสีนวล สองมือบรรจงตักซุปไก่ป่าที่เคี่ยวจนเนื้อไก่เปื่อยนุ่ม น้ำซุปสีทองใสแจ๋วส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้อง ขิงแก่บุบพอแตก โกจิเบอร์รี่สีแดงสดที่ถูกเร่งการเติบโตด้วยพลังมิติลับลอยเด่นอยู่เหนือผิวน้ำซุป พร้อมด้วยเห็ดป่าหายากที่เธอเพิ่งเก็บมาจากหลังเขาเมื่อช่วงบ่าย ทันทีที่ไอร้อนระอุพวยพุ่งขึ้นมา กลิ่นหอมหวานกลมกล่อมของสมุนไพรก็พุ่งเข้ากระแทกจมูกของศิลาเต็มแรง จนอดีตจอมพลผู้ผ่านศึกมาโชกโชนถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
เธอยื่นชามซุปควันฉุยส่งให้เขา พร้อมกับรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษกลายๆ
"เชิญค่ะ... ซุปไก่ป่าสูตรพิเศษ ที่รับรองว่ากินแล้วท่านจะไม่มีวันลืมคนที่ทำมันให้กินไปตลอดชีวิต"
ศิลารับชามกระเบื้องมาถือไว้ สัมผัสอุ่นร้อนแผ่ซ่านจากฝ่ามือเข้าสู่ร่างกาย เขายังไม่ทันได้ยกซด น้ำซุปคำแรก สายตาคมกริบของเขากลับเหลือบไปเห็นรอยแผลเป็นที่ข้อมือซ้ายของรินรดา ซึ่งโผล่พ้นชายเสื้อขึ้นมาวูบหนึ่ง รอยแผลนั้น... เป็นสัญลักษณ์รูปวงแหวนหนามทุเรียน ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ลับของกลุ่มมือสังหารใต้ดินที่ทางการกำลังตามล่าตัวข้ามแผ่นดิน!
ชามซุปในมือของจอมพลหนุ่มชะงักค้างกลางอากาศ บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบในพริบตา...
กับดักหัวใจในกระท่อมไม้หอมกับจอมพลหนุ่มผู้หวงสวน•ตอนที่ 3
ซุปไก่ป่าสูตรลับฉบับคนเหงา
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในกระท่อมไม้หอมกับจอมพลหนุ่มผู้หวงสวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!