กับดักหัวใจในกระท่อมไม้หอมกับจอมพลหนุ่มผู้หวงสวน•ตอนที่ 15

ค่ำคืนใต้แสงดาวที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"ถ้ารินยังดื้อดึงจะแบกฟืนกองนั้นเองอีกรอบ พี่คงต้องเอาโซ่ล่ามขาเจ้าไว้ในห้องนอนเสียจริง ๆ นะคะ" เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความระอาแกมเอ็นดูดังขึ้นชิดใบหู พร้อมกับท่อนแขนแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กที่เข้ามารวบเอวบางของฉันไว้จากด้านหลังอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายบุรุษผสมกลิ่นดินและป่าสนจาง ๆ ลอยเข้าแตะจมูก ปลุกหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะปกติให้รัวระสำจนแทบหลุดออกมานอกอก ฉันชะงักมือที่กำลังจะเอื้อมไปคว้าฟืนแห้งมัดโต เหลือบสายตาค้อนใส่ร่างสูงใหญ่ของอดีตจอมพลผู้เอาแต่ใจตัวเองคนนี้เล็กน้อย แม้ปากจะบอกว่าดุ แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับฉายแววห่วงใยจนแทบจะละลาย "ฉันไม่ใช่เด็ก ๆ นะคะพี่ศิลา ฟืนแค่นี้ทำไมฉันจะยกไม่ไหว อีกอย่าง มิติในตัวฉันก็ช่วยผ่อนแรงไปตั้งเยอะแล้วค่ะ" ฉันเอี้ยวตัวกลับไปเถียงเบา ๆ พลางส่งค้อนวงใหญ่มอบให้อีกฝ่าย ศิลาไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแต่ก้มลงมองหน้าฉัน นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นลึกล้ำเสียจนฉันต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาไปเสียเอง ชายหนุ่มขยับตัวเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของฉันแนบชิดกับอกแกร่งของเขา มือหนายื่นออกไปหยิบมัดฟืนจากมือฉันโยนไปกองรวมกันไว้ด้านข้างอย่างไร้ใยดี ก่อนจะรวบข้อมือทั้งสองข้างของฉันไปกุมไว้หลวม ๆ บรรยากาศยามค่ำคืนรอบกระท่อมไม้หอมช่างเงียบสงบ เสียงจิ้งจีดเรไรร้องระงมผสานกับเสียงสายน้ำจากลำธารไหลเอื่อยกระทบโขดหิน แสงดาวพราวระยับเต็มท้องฟ้าทอประกายระยิบระยับราวกับเพชรเม็ดงามที่ใครบางคนโปรยปรายลงมาบนผืนผ้าใบสีดำสนิท นี่คือตอนที่ 15 ของการเดินทางชีวิตบทใหม่ หลังจากที่ฉัน—เชฟอัจฉริยะจากโลกยุคปัจจุบัน—ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของหญิงสาวอาภัพ พร้อมกับมิติลับในตัวที่ใช้ปลูกผักเร่งโตและสะสมสมบัติ ฉันได้ใช้มันฟาดฟันตบหน้าญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อที่หวังจะฮุบสมบัติจนพวกมันต้องวิ่งหนีหางจุกตูดไปตาม ๆ กัน และที่สำคัญที่สุด... ฉันได้พบกับเขา ศิลา สามีหนุ่มบ้านไร่ผู้มีเบื้องหลังเป็นถึงอดีตจอมพลผู้เกรียงไกร จากความจำเป็นที่ต้องแต่งงานกันเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง วันเวลาผ่านไป ความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นในใจของพวกเราทั้งคู่กลับค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างเงียบเชเชียบ ลึกซึ้ง และมั่น "ริน" เสียงเรียกแผ่วเบาดังขึ้นเหนือศีรษะ ลมหายใจอุ่น ๆ ของเขารดอยู่แถวขมับของฉัน "คะ?" ฉันขานรับในลำคอ หัวใจเต้นแรงขึ้นอีกระลอกเมื่อสัมผัสได้ถึงความจริงจังที่ซ่อนอยู่ในน้ำเสียงนั้น ศิลาพลิกตัวฉันให้หันกลับไปเผชิญหน้ากับเขาเต็ม ๆ ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าของฉันทุกตารางนิ้ว ราวกับต้องการจดจำรายละเอียดทั้งหมดไว้ในความทรงจำ นิ้วหยาบกร้านจากการผ่านศึกสงครามและการจับจอบจับเสียมค่อย ๆ เกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นเต็มไปด้วยความทะนุถนอมที่ขัดกับรูปร่างกำยำราวกับยักษ์ปักหลั่นของเขาโดยสิ้นเชิง "สำหรับพี่แล้ว... รินไม่เคยเป็นแค่ภรรยาในนาม หรือคนที่เข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่มั่นคง แววตาไหววับสะท้อนภาพเงาของฉันที่อยู่ในนั้น "ตั้งแต่วินาทีแรกที่เธอเข้ามาในกระท่อมหลังนี้ หัวใจของพี่ก็ไม่มีพื้นที่เหลือให้ใครอีกแล้วค่ะ" คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของอดีตจอมพลผู้เย่อหยิ่งและเย็นชาต่อโลกภายนอก ทำให้สมองของเชฟสาวสตรีทสมองเพชรอย่างฉันถึงกับประมวลผลแทบไม่ทัน ความร้อนผ่าววิ่งพล่านขึ้นมาบนพวงแก้มจนต้องก้มหน้าหลบสายตา มือเรียวเล็กพยายามจะผละออกจากกุมมือของเขา แต่มีหรือที่คนตัวโตกว่าจะยอมปล่อย ศิลากลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น โน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากของเราชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนประสานกันท่ามกลางความหนาวเย็นของอากาศยามค่ำคืน "พ...พี่ศิลา พูดอะไรก็ไม่รู้ค่ะ อายฟ้าดินบ้างสิคะ" ฉันพึมพำเสียงเบาหวิว พยายามกลั้นยิ้มที่กำลังฉีกกว้างจนหูจะฉีก "พี่พูดความจริง" ศิลาหัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนอกแกร่งจนฉันรู้สึกได้ "คนอย่างศิลาไม่เคยพูดคำหวานพร่ำเพรื่อ... และวันนี้ พี่แค่อยากทำให้รินแน่ใจว่า ตำแหน่ง 'คนสำคัญ' ในชีวิตของพี่ มีไว้สำหรับผู้หญิงที่ชื่อรินรดาเพียงคนเดียวเท่านั้น" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาเอาไว้ ความหวานละมุนแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ ชัยชนะจากการทำธุรกิจและการเอาคืนพวกคนโลภในตลาดเมื่อวันก่อนยังไม่เท่ากับความรู้สึกอิ่มเอมใจในวินาทีนี้เลยแม้แต่น้อย ทันใดนั้นเอง ท้องของฉันก็ส่งเสียงร้อง "โครกคราก" ออกมาทำลายบรรยากาศโรแมนติกเสียสนิท! ใบหน้าของฉันร้อนผ่าวขึ้นไปอีกระดับ ยิ่งกว่าโดนพริกไทยเม็ดโตคั่วในกระทะร้อนเสียอีก ฉันรีบใช้มืออีกข้างตีเข้าที่แขนแกร่งของเขาเบา ๆ เป็นการกลบเกลื่อนความอาย "เพราะพี่นั่นแหละค่ะ มัวแต่มาพูดจาชวนเลี่ยนอยู่ได้ อาหารเย็นที่ฉันตั้งใจทำเลยเกือบจะเย็นชืดหมดแล้วนะคะ!" ฉันเฉไฉเปลี่ยนเรื่องทันที พลางทำท่าจะสะบัดตัวเดินหนีเข้าครัว แต่ศิลากลับคว้าเอวฉันไว้ทัน แล้วหัวเราะร่วนออกมาอย่างอารมณ์ดี ดวงตาคู่นั้นระยิบระยับด้วยประกายความสุขที่หาดูได้ยาก "ฮ่า ๆๆ ฝีมือการทำอาหารของเชฟรินรดาผู้โด่งดัง ต่อให้เย็นชืดแค่ไหน พี่ก็กินหมดเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่น้ำซุปแน่นอนค่ะ" เขาว่าพลางยอมปล่อยมือแต่โดยดี แต่ยังไม่วายเอื้อมมือมาโอบไหล่ฉันให้เดินเคียงคู่กันไปที่โต๊ะไม้หน้ากระท่อม บนโต๊ะไม้ตัวยาว อาหารพื้นบ้านกลิ่นหอมกรุ่นถูกจัดเตรียมไว้อย่างน่ากิน เมนูเด็ดในค่ำคืนนี้คือ "ไก่บ้านต้มระกำซดน้ำร้อน ๆ" ที่ฉันแอบใส่สมุนไพรวิเศษจากมิติเพื่อบำรุงกำลัง และ "ปลาเผาเกลือสมุนไพร" ที่เนื้อปลาขาวอวบอ้วนส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งบริเวณชายป่า ตัดเลี่ยนด้วยน้ำจิ้มรสแซ่บจัดจ้านฝีมือเอกลักษณ์ของฉันเอง เราสองคนนั่งลงตรงข้ามกัน บรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเองเข้ามาแทนที่ความเขินอายเมื่อครู่ ศิลาจัดการแกะเนื้อปลาส่วนที่ดีที่สุดและไร้ก้างที่สุดใส่ลงในจานของฉันอย่างเอาอกเอาใจ ขณะที่ฉันก็ตักน้ำซุปร้อน ๆ รสชาติกลมกล่อมส่งให้เขาเช่นกัน ความสัมพันธ์ของเราในตอนนี้ ได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งของคำว่า "คนแปลกหน้า" และ "สามีภรรยาตามกฎหมาย" ไปไกลโขแล้ว มันคือความผูกพันที่เติบโตขึ้นจากรากฐานของความเข้าใจ ความจริงใจ และการร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาในดินแดนบ้านนอกแห่งนี้ ทว่า... ในขณะที่เรากำลังตักตวงความสุขสงบเรียบง่ายท่ามกลางเสียงจิ้งจีดและแสงดาวอยู่นั้นเอง *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงทุบประตูกระท่อมไม้หอมดังสนั่นหวั่นไหว รุนแรง และไร้มารยาท ทำลายบรรยากาศยามค่ำคืนลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี ตามมาด้วยเสียงตะโกนโวยวายโง่ ๆ ที่คุ้นเคยจนน่าสะอิดสะเอียนของญาติจอมแสบที่ควรจะสำนึกได้ตั้งนานแล้ว "อีริน!ไอ้ศิลา! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! พวกแกกินอยู่กันอย่างสุขสบาย แต่ปล่อยให้พวกฉันต้องเร่ร่อนไม่มีจะกินแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนวะ! เปิดประตูไม่งั้นฉันจะพังเข้ามา!" ศิลาชะงักมือที่กำลังจะตักข้าวเข้าปาก ใบหน้าหล่อเหลาที่เมื่อครู่ยังเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยน บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกริบทอประกายอำมหิตวาวโรจน์ขึ้นมาในความมืด ชายหนุ่มค่อย ๆ วางช้อนในมือลงอย่างช้า ๆ ฉันมองหน้าสามี เผยรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปากไม่ต่างกัน... ดูท่าทางว่า ค่ำคืนอันแสนหวานใต้แสงดาวของพวกเรา คงต้องมีรายการ "สั่งสอนหมาบ้า" เพิ่มเข้ามาเป็นของหวานหลังมื้ออาหารเสียแล้วกระมั้งคะ! ---------------------------------------- (ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างและสนับสนุน "กระท่อมไผ่ริมธาร" เสมอมานะคะ)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในกระท่อมไม้หอมกับจอมพลหนุ่มผู้หวงสวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%