"ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอเธอที่นี่... ไอริส"
เสียงของผมหลุดลอดออกจากริมฝีปากท่ามกลางเสียงคำรามต่ำของสายลมที่พัดผ่านยอดสนโบราณในเขตแดนรกร้าง แสงสลัวสีครามจากดวงจันทร์คู่ในเกม VRMMO 'Eternity Online' สาดกระทบลงบนเกราะหนังสีดำสนิทของหญิงสาวเบื้องหน้า เผยให้เห็นเส้นผมสีเงินยวงที่พลิ้วไหวตามแรงลม ดวงตาคู่คมกริบของเธอยังคงนิ่งสงบราวกับผืนน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งร่องรอยความประหลาดใจ แม้ว่าเราจะไม่ได้พบกันมานานนับตั้งแต่เกมภาคก่อนปิดตัวลงก็ตาม
ไอริสปรายตามองดาบยาวประดับลวดลายวิจิตรในมือของผม ก่อนจะขยับมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มจางๆ ที่มีเพียงเราเท่านั้นจะเข้าใจความหมาย
"นายยังคงมีนิสัยชอบเดินสำรวจในมุมอับของแผนที่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนนะ คิน" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยอำนาจแฝงดังขึ้น "คิดว่าจะเลิกเล่นไปตั้งแต่ตอนที่บริษัทเกมปรับลดสมดุลแพץช์ใหญ่ปีกลายเสียอีก"
"คนเราถ้าทิ้งสิ่งที่รักไปได้ง่ายๆ คงไม่มานั่งวิเคราะห์โค้ดระบบจนดึกดื่นทุกคืนหรอกครับ" ผมยิ้มตอบ พลางเก็บดาบเข้าฝักที่ข้างเอวอย่างเป็นระเบียบ สายตาสอดส่องประเมินสภาพแวดล้อมรอบตัวโดยอัตโนมัติ ตามสัญชาตญาณของอดีตนักวิเคราะห์เกมมือทอง รอบตัวเราเวลานี้คือซากปรักหักพังของวิหารโบราณ 'เทอร์ราเวีย' พื้นที่ระดับห้าสิบที่ผู้เล่นทั่วไปมักหลีกเลี่ยงเนื่องจากอัตราการเกิดของมอนสเตอร์ประเภทโกเล็มหินที่ดุร้ายและมีเกราะหนาเป็นพิเศษ
"ภารกิจระดับ A 'เงาแห่งเทอร์ราเวีย' สินะครับ ที่ดึงตัวคุณมาถึงเขตชายแดนรกร้างนี้" ผมเอ่ยขึ้น พร้อมกับเรียกหน้าต่างอินเทอร์เฟซส่วนตัวขึ้นมาตรวจสอบข้อมูลเควสต์ที่ได้รับมอบหมายเมื่อช่วงบ่าย
ไอริสพยักหน้ารับช้าๆ เธอยกมือขึ้นแตะที่แหวนเวทมนตร์บนนิ้วชี้ แสงสีฟ้าอ่อนสว่างวาบขึ้นเบาๆ ก่อนจะปรากฏม้วนคัมภีร์เก่าคร่ำคร่าลอยออกมา "ใช่... ข้อมูลจากสมาคมนักสำรวจบอกว่า มีการเคลื่อนไหวผิดปกติของบอสประจำเขตนี้ แต่วิเคราะห์จากรูปแบบการเดินทัพของฝูงโกเล็มแล้ว มันไม่ใช่การอพยพตามธรรมชาติ มีใครบางคนกำลังตั้งใจเปิดประตูมิติเพื่อปลุกกองทัพศิลาขึ้นมาใหม่"
คำพูดของเธอทำให้ผมนิ่งคิดไปครู่ใหญ่ สมองเริ่มประมวลผลข้อมูลตัวเลข อัตราการเกิด และความหนาแน่นของศัตรูในพื้นที่ทันที นี่ไม่ใช่ภารกิจล่ามอนสเตอร์ธรรมดา แต่มันคือดันเจี้ยนจำกัดเวลาที่มีกลไกซับซ้อนซ่อนอยู่ หากลุยเดี่ยว โอกาสพลาดท่ามีสูงถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ แม้กระทั่งผู้เล่นระดับท็อปของเซิร์ฟเวอร์ก็ยังต้องคิดหนัก
"ถ้าอย่างนั้น..." ผมเงยหน้าขึ้นสบตาเธอลึกซึ้ง แววตาฉายความมุ่งมั่นที่เจือรอยยิ้มอบอุ่น "คงจะดีไม่น้อยถ้าเราลองร่วมมือกันทำภารกิจนี้ให้ลุล่วง... ในฐานะคู่หู ไม่ใช่ในฐานะอาจารย์กับลูกศิษย์เหมือนเมื่อก่อน"
ไอริสตinuนิ่งไปชั่วอึดใจ ดวงตาสีเงินคู่นั้นกวาดมองสำรวจใบหน้าของผมราวกับกำลังค้นหาความจริงจัง ก่อนที่เธอจะถอนหายใจเบาๆ ออกมา พร้อมกับเสียงหัวoาะในลำคอที่ดูผ่อนคลายลงกว่าเดิม
"ตามใจนายสิ... แต่บอกไว้ก่อนนะว่า ฉันไม่ชอบรอใครที่เดินช้ากว่าจังหวะดาบของฉันหรอกนะ คิน"
"ผมจะพยายามวิ่งตามให้ทันก็แล้วกันครับ"
เมื่อข้อตกลงถูกก aระทำอย่างเงียบเชียบผ่านสายตา หน้าต่างระบบสีทองจึงเด้งขึ้นตรงหน้าเราทั้งสองคนพร้อมกัน เป็นสัญญาณยืนยันการสร้างปาร์ตี้ชั่วคราว เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาท
[ระบบ: ผู้เล่น 'คิน' และผู้เล่น 'ไอริส' ทำการรวมกลุ่มสำเร็จ]
[ระบบ: ปลดล็อกภารกิจพิเศษคู่หู 'เส้นทางแห่งศิลาและเงา' (ระดับความยาก: S)]
บรรยากาศรอบตัวราวกับเปลี่ยนไปทันทีที่ระบบบันทึกสถานะปาร์ตี้ ความเงียบงันของซากปรักหักพังถูกแทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากเบื้องล่าง พื้นดินใต้เท้าเริ่มสั่นไหว ฝุ่นละอองร่วงหล่นลงมาจากซุ้มประตูหินผุพัง
"มาแล้วสินะครับ" ผมกระชับด้ามดาบในมือแน่น สายตาคมกريบจ้องมองไปยังความมืดเบื้องหน้าซึ่งเป็นทางเข้าสู่ห้องโถงชั้นในของวิหาร
ไอริสไม่ได้พูดอะไร เธอเพียงแต่ก้าวเท้าขึ้นมายืนเคียงข้างผม มือเรียวบางตวัดเบาๆ กลางอากาศ เรียกคทาเวทมนตร์ปลายแหลมสีนิลกาฬออกมาถือไว้ ประกายไฟสีม่วงเข้มเริ่มล้อมรอบตัวเธอทีละนิด อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
"ระวังตัวด้วย คิน... แหล่งพลังงานของพวกมันไม่ได้มาจากมานาธรรมดา แต่มาจากคอร์พลังงานโบราณที่ถูกดัดแปลง" เสียงกระซิบของเธอเบาหวิวแต่ชัดเจนท่ามกลางเสียงคำรามที่ดังสนั่นขึ้นเรื่อยๆ
"วางใจเถอะครับ" ผมตอบรับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น มั่นคงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ "ผมคำนวณมุมบอดของพวกมันไว้หมดแล้ว หน้าที่ของคุณคือโจมตีเบี่ยงเบนความสนใจ ส่วนการเจาะเกราะ... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเอง"
สิ้นคำพูดนั้น ร่างเงาดำมหึมานับสิบตัวก็ก้าวทะลักออกมาจากความมืดมิด ดวงตาสีแดงฉานนับคู่จับจ้องมาที่เราทั้งสองราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ สมรภูมิแรกของเราเริ่มต้นขึ้นแล้วในวินาทีนั้น
แต่ทว่า... ในขณะที่ดาบในมือของผมกำลังจะพุ่งทะยานเข้าปะทะกับแนวหน้าของศัตรู เสียงกระดิ่งเตือนภัยระดับวิกฤตที่ไม่ได้มาจากมอนสเตอร์ตรงหน้า กลับดังแทรกขึ้นมาในระบบโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
*ติ๊ง!*
[ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินระดับสูงสุด: ตรวจพบการแทรกแซงจากผู้เล่นภายนอกเซิร์ฟเวอร์...]
[คำเตือน: ID ปริศนา 'Null_Pointer' กำลังพยายามเข้าถึงฐานข้อมูลส่วนตัวของคุณ...]
ผมชะงักฝีเท้าลงทันที ข้อมูลทุกอย่างในหัวที่เคยเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบพลันปั่นป่วนราวกับถูกพายุพัดกระหน่ำ ไอริสที่ยืนอยู่ข้างๆ หันขวับมามองผม สีหน้าของเธอนิ่งสนิทแต่แววตากลับไหววูบด้วยความตกใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นรหัสแจ้งเตือนสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของผม
"คิน... นั่นมันรหัสอะไรทำไมถึง..." เสียงของเธอดับลงทันทีเมื่อหน้าต่างอินเทอร์เฟซทั้งหมดของเราถูกย้อมด้วยสีเลือด และข้อความสั้นๆ เพียงบรรทัดเดียวก็ปรากฏขึ้นตรงกลางหน้าจอของทั้งคู่ ขัดจังหวะการต่อสู้ที่กำลังจะระเบิดขึ้นอย่างสิ้นเชิง
[ยินดีต้อนรับสู่การทดสอบลับ... ผู้สังเกตการณ์ทั้งสองท่าน]
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครในทุกๆ บทตอนนะครับ
เซียนเกมสายวิเคราะห์กับมาสเตอร์สาวผู้เร้นลับ•ตอนที่ 5
มิตรภาพท่ามกลางสมรภูมิ
ผลงานโดย แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายวิเคราะห์กับมาสเตอร์สาวผู้เร้นลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!