"อย่าขยับ"
เสียงของไอริสกระซิบแผ่วเบา ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่กรีดผ่านความเงียบงัน ดวงตาสีอเทนนิสของเธอไม่ได้กวาดมองไปที่เงาร่างมหึมาตรงหน้า แต่กลับเหลือบมองสเตตัสบาร์ที่กะพริบเตือนสีแดงฉานบนมุมขวาของขอบเขตสายตา
คินสูดหายเข้าปอดลึกอย่างควบคุม อาการตื่นตระหนกที่เคยกัดกินหัวใจผู้เล่นหน้าใหม่ถูกสกัดกั้นไว้ด้วยความเป็นนักวิเคราะห์ เขากวาดสายตาผ่านเลนส์แว่นเสมือนจริง วิเคราะห์ข้อมูลมวลสารของศัตรูที่กำลังก้าวพ้นม่านหมอกหินผา
มอนสเตอร์ตัวนี้ไม่ใช่บอสตารางเวรประจำดันเจี้ยนระดับล่าง... มันคือ *‘โกลิธแห่งหุบผาอเวจี’ (Abyssal Goliath)* มอนสเตอร์ระดับอีลีท เลเวล 45 ที่ถูกซ่อนไว้ด้วยระบบสุ่มตรรกะของเกม *‘Chronicles of Aetheria’* ในโซนทดสอบความลึกระดับสอง ซึ่งตามทฤษฎีแล้ว ผู้เล่นเลเวลไม่ถึง 30 ไม่มีทางก้าวเข้ามาถึงจุดนี้ได้หากไม่มีกุญแจมิติ
"เลเวลต่างกันสิบห้าขั้น ค่าสถานะพลังป้องกันกายภาพต่างกันราวเจ็ดเท่า จุดอ่อนอยู่ที่รอยต่อกระดูกไหปลาร้าซ้าย ซึ่งเกิดจากข้อจำกัดในการเรนเดอร์โมเดลของเอนจิ้นรุ่นเก่า" คินพึมพำออกมาเบาๆ ราวกับกำลังอ่านรายงานวิจัยทางวิชาการ มากกว่าจะยืนอยู่ต่อหน้ามรณะที่กำลังเงื้อมือถือขวานหินยักษ์
ไอริสเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ แววตาของหญิงสาวฉายประกายระยิบระยับชั่วขณะ ในสถานการณ์ที่คนส่วนใหญ่กำลังขาอ่อนแรงจนก้าวไม่ออก ชายหนุ่มข้างกายเธอกลับกำลังคำนวณอัตราส่วนความเสียหาย (Damage Ratio) ออกมาเป็นตัวเลขได้อย่างแม่นยำ
"มีแผนอะไรไหมครับ อาจารย์?" คินเอ่ยถามโดยไม่ละสายตาจากเป้าหมาย น้ำเสียงของเขานิ่งสนิท ปราศจากความหวาดกลัว มีเพียงประกายความท้าทายในฐานะอดีตนักวิเคราะห์เกมมือทองที่กระหายการพิสูจน์ทฤษฎี
"ถ้าฉันบอกให้วิ่งหนีล่ะ นายจะทำตามไหม?" ไอริสแย้มยิ้มบางเบาที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ซ่อนความท้าทายเอาไว้เต็มเปี่ยม
"การถอยหลังในเกม VRMMO ที่มีระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์ คือการเปิดจุดบอดด้านหลังให้ศัตรูโจมตีแบบ Critical 100% ครับ... เพราะฉะนั้น ทางเดียวที่จะรอด คือการเดินหน้าเข้าไปในจุดอับสายตาของมัน"
สิ้นคำพูด คินก็พุ่งตัวออกไปด้านข้างทันทีราวกับลูกธนูที่หลุดจากแหล่ง เขาทิ้งระยะห่างจากไอริสเพื่อดึงดูดความสนใจของโกลิธ ขวานหินมหึมาฟาดลงมายังจุดที่เขายืนอยู่เมื่อเสี้ยววินาทีก่อน แรงกระแทกสร้างคลื่นกระแสลมจนเศษฝุ่นผงกระจายฟุ้งกระจาย บังเกิดเสียงระเบิดกัมปนาทสะท้อนไปทั่วผนังถ้ำ
*ตูมมม!*
แรงสั่นสะเทือนสะท้อนผ่านพื้นรองเท้าจนคินรู้สึกชาไปถึงข้อเท้า แต่เขาไม่มีเวลามาใส่ใจความเจ็บปวดจำลองเหล่านั้น นิ้วมือเรียวยาวกดเรียกหน้าต่างสกิลขึ้นมาอย่างรวดเร็ว สกิลเริ่มต้น *‘Quick Step’* ถูกใช้งานเพื่อเสริมความเร็วในการเคลื่อนที่ชั่วขณะ ตามด้วยการใช้ไอเทมชิ้นเล็กๆ ที่เขาเก็บตกมาจากมอนสเตอร์ขยะในชั้นแรก นั่นคือ ‘น้ำมันสนสกัดเข้มข้น’
คินปาสวดขวดน้ำมันสนพุ่งตรงไปยังรอยแตกบริเวณหัวเข่าขวาของโกลิธ ซึ่งเป็นจุดที่เกราะหินมีความหนาแน่นน้อยที่สุดจากการสึกหรอตามกาลเวลาของระบบ AI
"อาจารย์ครับ! รบกวนช่วยดึงความสนใจช่วงจังหวะที่สามให้ผมที!" คินตะโกนก้องท่าเสียงคำรามกึกก้องของบอส
ไอริสถอนหายใจยาวเบาๆ ราวกับกำลังตามใจเด็กดื้อ แต่ในพริบตานั้นเอง ร่างเพรียวบางของเธอก็พุ่งทะยานผ่านเงาร่างของโกลิธไปอย่างรวดเร็วจนเกิดภาพติดตา (Motion Blur) ดาบคาตานะเล่มเรียวในมือถูกชักออกจากฝักเพียงครึ่งนิ้ว ประกายแสงสีฟ้าครามวับวาบขึ้นสะท้อนกับดวงตาสีแดงฉานของมอนสเตอร์
*ฉับพลัน!* สกิลประเภทปัดป้องขั้นสูงถูกใช้งาน ไอริสตวัดคมดาบเข้าปะทะกับขวานยักษ์อย่างแม่นยำ แรงปะทะระดับมหาศาลทำให้ร่างของเธอกระเด็นถอยหลังไปเล็กน้อย แต่มันก็มากพอที่จะทำให้โกลิธเสียการทรงตัวและเบี่ยงเบนองศาการโจมตีออกไปจากทิศทางของคิน
นี่คือความประสานสอดคล้องที่ไร้ที่ติ เคมีระหว่างอดีตโปรเพลเยอร์ผู้เจนสนามกับนักวิเคราะห์อัจฉริยะกำลังหลอมรวมกันเป็นกลยุทธ์ที่สมบูรณ์แบบ
"ตอนนี้แหละ!"
คินดีดตัวขึ้นจากพื้น ใช้แรงเหวี่ยงจากสลิงเวทมนตร์เส้นเล็กๆ ที่ผูกติดกับผนถ้ำดึงร่างตัวเองลอยขึ้นไปในระดับเดียวกับศีรษะของโกลิธ เขาไม่ได้ใช้ดาบหรืออาวุธรุนแรง แต่เขากำ *‘มีดสั้นสนิมเขรอะ’* อุปกรณ์ระดับขยะมูลฝอยที่ไม่มีใครเหลียวแล พุ่งเป้าไปที่ดวงตาสีแดงฉานข้างซ้ายของมันอย่างแม่นยำ
*คลิก! แคร็ก!*
เสียงกลไกภายในระบบเกมทำงานตอบสนองต่อการกระทำที่อยู่นอกเหนือตำรา เมื่อมีดสั้นสนิมกระทบเข้ากับจุดศูนย์รวมเส้นประสาทของเรนเดอร์ บั๊กจำลองก็เกิดขึ้น! ระบบคำนวณความเสียหายเกิดอาการหน่วงชั่วขณะเนื่องจากการซ้อนทับของสถานะพิษจากน้ำมันสนและความแม่นยำระดับพิกเซล
*Critical Hit! -9,999 (ระบบโอเวอร์โหลดความเสียหาย)*
ร่างมหึมาของโกลิธแห่งหุบผาอเวจีชะงักงัน ดวงตาสีแดงฉานดับวูบลงพร้อมกับเสียงคำรามที่ขาดห้วง ร่างกายที่แข็งแกร่งดั่งหินผาค่อยๆ แตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองระยิบระยับกระจายไปทั่วบริเวณ
คินทิ้งตัวลงพื้นอย่างนุ่มนวล แม้ลมหายใจจะหอบถี่เล็กน้อยจากความเหนื่อยล้าสะสม แต่รอยยิ้มพึงพอใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า เขาทำได้... เขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ด้วยการวิเคราะห์ที่ถูกต้อง ช่องว่างระหว่างเลเวลก็ไม่ใช่กำแพงที่ข้ามไม่ได้
"ทำได้ไม่เลวเลยนี่ เจ้าหนูนักวิเคราะห์" ไอริสเดินเข้ามาใกล้ ใช้ปลายนิ้วเขี่ยปะทะไหล่เขาเบาๆ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความชื่นชมที่ปิดไม่มิด
ทว่า... ก่อนที่เสียงแจ้งเตือนการได้รับค่าประสบการณ์และไอเทมระดับแรร์จะดังขึ้น รอยแยกมิติสีดำสนิทที่เบื้องหลังซากศพของโกลิธกลับไม่ได้ปิดตัวลงตามกฎของเกม
บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนหนתาวเหน็บ เสียงกระซิบประหลาดราวกับเสียงสวดมนต์ของภาษาโบราณดังแว่วมาจากความว่างเปล่า หน้าต่างระบบสีแดงฉานขนาดยักษ์เด้งขึ้นมาตรงหน้าของพวกเขาทั้งสองคนอีกครั้ง พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนที่ทำให้ลมหายใจของคินต้องสะดุดกุก
*[คำเตือน: ตรวจพบการแทรกแซงจากผู้เล่นภายนอกเซิร์ฟเวอร์หลัก]*
*[ภารกิจลับระดับ SSS: ประตูสู่ดินแดนต้องห้ามถูกเปิดออกโดยเงื่อนไขที่ไม่รู้จัก]*
*[ผู้เล่น 'คิน' และ 'ไอริส' ได้รับสิทธิ์ในการเผชิญหน้ากับ...]*
ทว่า ข้อความบรรทัดสุดท้ายยังไม่ทันแสดงผลจนจบ หน้าต่างระบบทั้งหมดก็ถูกแทนที่ด้วยความมืดสนิท และเสียงฝีเท้าหนักหน่วงของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านในรอยแยกมิตินั้น... ชายหนุ่มปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวเท้าออกมา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้ไอริสถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอเธอที่นี่... าริสซา"
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต" นะครับ
เซียนเกมสายวิเคราะห์กับมาสเตอร์สาวผู้เร้นลับ•ตอนที่ 4
ความต่างของระดับฝีมือ
ผลงานโดย แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายวิเคราะห์กับมาสเตอร์สาวผู้เร้นลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!