ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี•ตอนที่ 3

การรวมตัวที่ไม่คาดฝัน

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
"ถ้าคุณจะเปิดมันด้วยวิธีนั้น มือคุณจะขาดก่อนที่ตาจะเห็นอักขระตัวแรกข้างใน" น้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยแรงปะทะพุ่งตรงมาจากมุมมืดของห้องสมุดส่วนตัว ธาดาชะงักมือที่กำลังถือคีมปลายแหลมจ่อลงบนรอยแยกของกล่องทองสัมฤทธิ์ลงทันที เขาไม่ได้หันไปมองในทันที แต่กวาดสายตาผ่านแว่นสายตาไปยังเงาร่างที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังเก่าคร่ำคร่า รินรดาไม่ได้มีท่าทีข่มขู่ เธอเพียงแต่หมุนวงแหวนโลหะในมือเล่นเป็นจังหวะ—จังหวะเดียวกับกลไกภายในกล่องที่ธาดากำลังพยายามสะเดาะ "ผมไม่ได้เชิญคุณมาเพื่อวิจารณ์งานของผม" ธาดาวางเครื่องมือลงบนโต๊ะไม้โอ๊คที่เต็มไปด้วยคราบหมึกและผงฝุ่น เขาสูดหายใจลึก กลิ่นอายความอับชื้นของหนังสือโบราณในห้องนี้ไม่เคยทำให้เขารู้สึกสงบได้เลย โดยเฉพาะเมื่อผู้หญิงคนนี้ปรากฏตัว "และฉันก็ไม่ได้มาเพื่อช่วยคุณให้ทำภารกิจฆ่าตัวตายสำเร็จ" รินรดาลุกขึ้นยืน ร่างสูงโปร่งในชุดทะมัดทะแมงเดินเข้ามาใกล้ แสงจากโคมไฟตั้งโต๊ะสลัวๆ เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ ที่ข้างขมับซ้ายของเธอ "พันเอกวิชัยไม่ได้เพิ่งส่งคนไปเฝ้าบ้านคุณเมื่อชั่วโมงก่อนเพียงเพื่อขู่เล่นๆ ธาดา เขาต้องการแผนที่ในหัวคุณ... และเขาก็รู้แล้วว่าคุณกำลังไขปริศนา 'หุบเขาเงาธรณี' อยู่" ธาดานิ่งอึ้ง เขาหันไปเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาที่เคยสงบนิ่งฉายแวววูบไหวเพียงชั่วครู่เมื่อนึกถึงใบหน้าของคนรักที่จากไปในเหตุการณ์สำรวจครั้งนั้น—ภาพความผิดพลาดที่ยังคงหลอกหลอนเขาในทุกค่ำคืน "คุณรู้เรื่องนั้นได้ยังไง" "เพราะฉันเป็นคนเดียวที่สามารถทำให้กลไกพวกนี้ไม่พ่นยาพิษใส่หน้าคุณได้ก่อนที่จะได้เห็นเป้าหมาย" เธอหยิบกล่องทองสัมฤทธิ์ขึ้นมา มือเรียวบางไล้ไปตามลวดลายเรขาคณิตที่ดูเหมือนอักษรภาพโบราณ "ธาดา... ความตายที่พวกเขากำลังตามหาไม่ใช่แค่นิทานพื้นบ้าน วิชัยกำลังขุดเอากองทัพที่ถูกสาปขึ้นมา ถ้าเราไม่ไปที่นั่นก่อน... ประวัติศาสตร์ที่จะถูกจารึกหลังจากนี้ จะไม่ใช่การค้นพบ แต่เป็นการล้างเผ่าพันธุ์" ธาดากัดฟันแน่น ความรู้สึกผิดในใจกดทับจนหน้าอกสั่นระริก เขาเป็นนักโบราณคดีที่แสวงหาความจริง ไม่ใช่นักรบ แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะบีบให้เขาต้องเลือก "หุบเขานั้นไม่ได้มีแค่สมบัติ" เขากระซิบเสียงเครือ "มันมีสิ่งที่พรากทุกอย่างไปจากผม และมันกำลังจะตื่นขึ้นอีกครั้ง" "งั้นเราก็ไปทำให้มันหลับยาวไปตลอดกาลเสียสิ" รินรดาขยับเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำมันเครื่องและดินปืนจากตัวเธอ เธอวางกล่องลงบนโต๊ะแล้วกดนิ้วลงบนจุดที่ไม่มีใครคาดคิด เสียง "คลิก" เบาๆ ดังขึ้น ก่อนที่กล่องจะเผยอออกเผยให้เห็นแผ่นศิลาจารึกที่มีแสงสีฟ้าจางๆ เรืองรองออกมา ธาดาเบิกตากว้าง มันไม่ใช่แค่แผนที่ แต่มันคือผังทางเดินของเวลาที่ถูกปิดตาย "เตรียมตัวให้พร้อม" รินรดาเอ่ยพลางยัดปืนพกกระบอกเล็กใส่มือเขา "เรามีเวลาไม่ถึง 48 ชั่วโมงก่อนที่คนของวิชัยจะบุกเข้ามาที่นี่และเผาทุกอย่างทิ้ง ถ้าเราไม่เริ่มเดินทางคืนนี้ เราก็ไม่มีวันได้เห็นสิ่งที่อยู่ใต้หุบเขานั้นอีกเลย" ทว่า ก่อนที่ธาดาจะทันได้เอ่ยปากตกลง เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากด้านนอกห้อง แสงไฟฉายสว่างวาบผ่านช่องใต้ประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงกระจกหน้าต่างที่แตกละเอียดด้วยแรงปะทะจากภายนอก รินรดาคว้ามีดสั้นจากข้างเอว พลิกตัวไปซ่อนหลังชั้นหนังสืออย่างคล่องแคล่ว ทิ้งให้ธาดายืนเผชิญกับเงาที่เริ่มคืบคลานเข้ามาในห้อง ร่างหนึ่งในชุดทหารสีดำสนิทก้าวผ่านเศษกระจกเข้ามา มือถือปืนเก็บเสียงเล็งตรงมาที่หน้าอกของธาดา ทว่าเมื่อแสงไฟส่องกระทบใบหน้าของชายคนนั้น ธาดากลับทรุดเข่าลงด้วยความตกใจสุดขีด ชายคนนั้น... คือคนเดียวกับคนที่เขาเห็นตายไปต่อหน้าต่อตาในหลุมศพเมื่อห้าปีก่อน เขายังมีชีวิตอยู่... และดวงตาที่จ้องมองมานั้น ไม่ใช่ดวงตาของมนุษย์อีกต่อไป ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความลับไปกับผมครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%