ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี•ตอนที่ 41

กับดักทรายดูดมรณะ

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
“ปล่อยมือผมเสียที รินรดา! ถ้าคุณไม่ปล่อย เราทั้งคู่จะลงไปเป็นปุ๋ยในหลุมศพโบราณนี่ด้วยกัน!” เสียงของผมตวาดก้องท่ามกลางเสียงคำรามต่ำที่ดังมาจากใต้ฝ่าเท้า ราวกับหุบเขาแห่งนี้กำลังโกรธแค้นและพยายามกลืนกินทุกสรรพสิ่งที่ขวางหน้า พื้นทรายที่เคยแน่นแข็งบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นของเหลวหนืดข้นที่ดูดกลืนร่างของพวกเราลงไปถึงระดับเอว แรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงทำให้ผนังหินศิลาแลงรอบข้างเริ่มร้าวระแหง ฝุ่นดินและเศษหินร่วงหล่นลงมาราวกับห่าฝน รินรดาไม่ยอมฟัง เธอขบกรามแน่นจนเห็นสันกรามชัดเจน มือที่เปื้อนคราบดินและเหงื่อของเธอยังคงกำสายรัดกระเป๋าของผมไว้มั่น สายตาของเธอไม่ได้มองลงไปที่ทรายที่กำลังรัดรึงพวกเรา แต่มองไปที่กำแพงหินฝั่งตรงข้ามที่มีกลไกเฟืองเหล็กสนิมเขรอะโผล่พ้นดินออกมา “อาจารย์ธาดา! ฟังนะคะ... ไม่ใช่สิ ฟังผมนะ! ถ้าเราไม่ไขกลไกนั่นให้ขัดกับแรงเหวี่ยงของธรณี เราจะจมลงไปลึกกว่าเดิม แรงดูดนั่นไม่ใช่ทรายธรรมดา แต่มันคือแรงอัดจากกลไกไฮดรอลิกโบราณที่เพิ่งถูกกระตุ้น!” เธอตะโกนแข่งกับเสียงหินถล่ม ผมเหลือบไปมองพันเอกวิชัยที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร ทหารรับจ้างผู้นั้นกำลังตะเกียกตะกายอย่างทุรนทุราย บนใบหน้าเขามีรอยบาดแผลที่เกิดจากเศษหินกระเด็นใส่ เลือดสีแดงสดตัดกับทรายสีหม่นดูน่าสยดสยอง เขาไม่ได้มาเพื่อช่วยใคร เขามาเพื่อยื้อชีวิตตัวเองด้วยการถีบส่งลูกน้องที่อยู่ใกล้ให้จมลงไปเพื่อสร้างจุดเหยียบ “คุณดูนั่น!” ผมชี้มือไปยังเสาหินที่กำลังเอนลงมา “วิชัยกำลังจะใช้เสานั่นเป็นฐานเพื่อกระโดดข้ามโซนอันตราย ถ้าเขาทำสำเร็จ แรงสั่นสะเทือนจะทำให้เพดานถ้ำพังลงมาทับพวกเราทั้งหมด รินรดา ปล่อยผม... แล้วไปที่นั่น ผมจะล่อความสนใจมันเอง!” “ไม่! ผมไม่ทิ้งคุณไว้ที่นี่เหมือนที่อาจารย์เคยทิ้งใครบางคนในความทรงจำหรอกนะ!” คำพูดนั้นของรินรดาเสียดแทงเข้ามาในใจผมราวกับมีดเล็บ ความรู้สึกผิดที่ผมพยายามฝังกลบไว้ตลอดหลายปีถูกขุดขึ้นมาอีกครั้ง มือที่สั่นเทาของผมกำหมัดแน่น ผมหันไปสบตาเธอ สายตาของเธอไม่มีความโกรธเคือง มีเพียงความมุ่งมั่นที่น่าเกรงขาม “ถ้าอย่างนั้น... ทำสิ่งที่ต้องทำเดี๋ยวนี้!” ผมตัดสินใจตะโกนตอบ ผมใช้แรงเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ ยันตัวขึ้นจากทรายดูดด้วยความเจ็บปวด ผมถอดเป้ที่บรรจุบันทึกโบราณและอุปกรณ์สำรวจทั้งหมดออก แล้วเหวี่ยงมันไปทางพันเอกวิชัยอย่างแรง กระเป๋าหนักนั่นกระแทกเข้าที่หัวไหล่ของวิชัยจนเขาเสียหลัก ร่างของเขาถลาไปตามแรงเหวี่ยงและร่วงลงสู่หลุมทรายลึกที่กำลังขยายวงกว้างขึ้น เสียงร้องโหยหวนของเขาดังลั่นถ้ำก่อนจะถูกเสียงหินถล่มกลบจนมิด ในจังหวะที่วิชัยหมดทางไป รินรดาก็ไม่รอช้า เธออาศัยแรงจังหวะที่พื้นดินขยับตัว กระโจนจากจุดที่ทรุดตัวขึ้นไปยังแท่นกลไกโบราณ เธอใช้มีดพกแทงเข้าไปในช่องเฟืองเพื่อหยุดการทำงานของมัน เสียงโลหะขัดกันดังสนั่นหวั่นไหว พื้นทรายที่เคยดูดกลืนเราเริ่มนิ่งสนิทลงทันทีเหมือนมีใครกดปุ่มหยุดเวลา ผมหายใจหอบแรง ร่างกายอ่อนแรงแทบทรุดลงไปอีกครั้ง “คุณทำได้แล้ว...” รินรดานั่งลงบนพื้นหินที่เพิ่งโผล่พ้นทราย เธอเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผาก ใบหน้าของเธอเลอะเทอะไปด้วยคราบเขม่า แต่ดวงตาของเธอยังคงเป็นประกาย “เรายังไม่รอดหรอกครับอาจารย์... ดูนั่น” เธอยกมือขึ้นชี้ไปยังผนังฝั่งที่พันเอกวิชัยเพิ่งร่วงลงไป แทนที่จะเป็นเหวไร้ก้นบึ้งอย่างที่ควรจะเป็น แสงไฟฉายจากร่างของพันเอกวิชัยที่ยังไม่สิ้นใจสะท้อนกลับมาเป็นสีทองอร่าม มันไม่ใช่ความมืด แต่เป็นโถงทางเดินที่ถูกเปิดออกจากการถล่มของกำแพง และที่ปลายสุดของทางเดินนั้น ปรากฏเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งในชุดคลุมโบราณที่ดูเหมือนเพิ่งก้าวออกมาจากหน้าประวัติศาสตร์ ชายคนนั้นหันมามองพวกเรา สายตาที่นิ่งเฉยดุจน้ำแข็งของเขาทำให้ผมขนลุกชัน เขาไม่ได้สวมใส่เครื่องประดับล้ำค่าใดๆ นอกเหนือจากสร้อยข้อมือที่เป็นโลหะชนิดเดียวกับกุญแจโบราณที่เราตามหามาตลอด “ยินดีต้อนรับสู่ห้องโถงแห่งการพิพากษา” ชายคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดังก้องกังวานราวกับออกมาจากลำคอของเทพเจ้า “พวกท่านมาสายไปเพียงหนึ่งพันปี... แต่ในเมื่อมาถึงแล้ว ก็จงเลือกเสียเถิด ว่าจะอยู่เพื่อไขปริศนา หรือจะตายเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนแห่งนี้ไปตลอดกาล” ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางขุดค้นความจริงไปกับบันทึกนักโบราณคดีนะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%