"ยึดมือผมไว้ริน!"
เสียงตะโกนของผมแทบจะกลบด้วยเสียงก้อนหินที่แตกร้าวและเสียงก้องกังวานของมวลอากาศที่ถูกดูดหายเข้าไปในช่องว่างมิติเบื้องล่าง รินรดาสบถเบาๆ ก่อนจะคว้าข้อมือผมไว้แน่น แรงฉุดมหาศาลจากหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้งพยายามกระชากร่างเราให้ดิ่งลงไปสู่ความมืดมิดที่มองไม่เห็น แต่ในเสี้ยววินาทีที่ผมคิดว่าจุดจบของเรามาถึง ความรู้สึกที่แผ่นหลังกระแทกกับพื้นหินเย็นเยียบก็เตือนให้รู้ว่า... เรายังไม่ตาย
ความมืดดับวูบไปชั่วขณะ ก่อนที่ไฟฉายคาดหัวจะส่องสว่างขึ้น ผมรีบยันกายลุกขึ้นสำรวจรอบข้าง ทว่าสิ่งที่ปรากฏตรงหน้ากลับไม่ใช่ห้องโถงที่เพิ่งจากมา แต่มันคือทางเดินหินศิลาแลงที่ทอดยาวออกไปเป็นทิศทางสลับซับซ้อนราวกับเขาวงกตที่ไร้จุดจบ
"ธาดา... ที่นี่ไม่ใช่ที่เดิม" รินรดากล่าวเสียงสั่น มือของเธอรีบตรวจสอบอุปกรณ์นำทางที่ข้อมือ เข็มทิศแม่เหล็กของเธอหมุนติ้วอย่างบ้าคลั่งจนไร้ความหมาย "ระบบกลไกของที่นี่ไม่ใช่แค่ทางเดินหิน แต่มันคือ... กรงขังมิติ ภูมิศาสตร์ข้างในนี้กำลังจัดเรียงตัวใหม่ทุกครั้งที่เราขยับตัว"
ผมหยิบเศษหินข้างกายขว้างไปข้างหน้า แรงโน้มถ่วงดูจะแปรปรวน หินก้อนนั้นลอยละล่องช้าๆ ก่อนจะถูกแรงดึงดูดบางอย่างเหวี่ยงกระแทกผนังจนแตกละเอียด "อย่าขยับไปไกลนักริน ที่นี่ไม่ใช่หุบเขาเงาธรณีแบบที่เราคุ้นเคย แต่มันคือการแทรกซ้อนของมิติคู่ขนานที่ถูกสร้างไว้เพื่อป้องกันผู้บุกรุก"
"แล้ววิชัยล่ะ?" เธอถาม พลางหันมองไปรอบๆ ทางเดินที่ค่อยๆ ขยับตัวเลื่อนสลับกันราวกับฟันเฟืองของนาฬิกาขนาดยักษ์ "ถ้าเขารวมร่างกับพลังงานนั่นแล้ว เขาจะตามเรามาได้ไหม หรือเขาจะติดอยู่ที่ไหนสักแห่ง?"
ผมขมวดคิ้วแน่น พยายามขุดความทรงจำเกี่ยวกับอักษรจารึกในศิลาแผ่นสุดท้ายที่เคยถอดรหัสได้ 'ผู้ใดครอบครองวิญญาณแห่งกาลเวลา ผู้นั้นย่อมเป็นทาสของเขาวงกตนิรันดร์' ผมเพิ่งเข้าใจความหมายในตอนนี้เอง วิชัยไม่ได้แค่ได้พลัง แต่เขากำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันนี้
"เขาอาจไม่ได้ตามเรามา แต่เขากำลัง 'มอง' เราอยู่จากทุกซอกมุมของที่นี่" ผมกล่าวอย่างสุขุม พยายามควบคุมลมหายใจ ไม่ให้ความรู้สึกผิดต่อความผิดพลาดในอดีตมาบดบังการตัดสินใจในปัจจุบัน "เราต้องหา 'จุดศูนย์กลาง' ของการเปลี่ยนแปลงนี้ ริน... เธอเคยเห็นกลไกที่ใช้ฟันเฟืองขนาดใหญ่ขับเคลื่อนมิติไหม?"
รินรดานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ สังเกตผนังหิน เธอใช้มือสัมผัสรอยสลักที่เริ่มเปลี่ยนรูปร่างไปมา "มี... แต่ละช่องอิฐมีการทำงานเหมือนเฟืองนาฬิกาทรงกลม ธาดา ดูตรงนั้นสิ รอยสลักรูปตาที่กำลังหลับ... ถ้าเราหาจุดกดที่ทำให้มันลืมตาได้ เราอาจจะหยุดการหมุนของเขาวงกตนี้ได้ชั่วคราว"
เราก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง ทุกก้าวที่เหยียบลงบนพื้นศิลาส่งเสียงกรอบแกรบราวกับกระดูกที่แตกหัก ทางเดินเบื้องหน้าขยับเลื่อนเปลี่ยนตำแหน่งจนผมแทบเวียนหัว แสงไฟฉายส่องกระทบกับเงาสะท้อนในผนังหินที่ดูผิดเพี้ยนไป ผมเห็นเงาร่างของตัวเองในกระจกโบราณ แต่มันกลับไม่ได้แสดงท่าทางเดียวกับผม... มันกำลังยิ้มเยาะ
"ริน อย่ามองเงาตัวเอง" ผมเตือนเสียงเรียบ
"ธาดา... ฉันเห็นเขานะ" เสียงรินรดาสั่นพร่า เธอชี้ไปที่เงาสะท้อนบนผนัง ซึ่งในนั้นไม่ใช่แค่เงาของผม แต่เป็นร่างของวิชัยที่ยืนซ้อนหลังผมอยู่ พร้อมกับดวงตาที่เปล่งประกายสีครามดั่งท้องฟ้ายามวิกาล "วิชัย... เขาไม่ได้ติดอยู่ในเขาวงกต แต่เขาคือคนที่กำลังเลื่อนเขาวงกตนี้อยู่!"
ทันใดนั้น เสียงครืนลั่นไปทั่วบริเวณ พื้นที่ที่เรายืนอยู่เริ่มเอียงลาดลงอย่างรวดเร็ว ผมรีบคว้ามือรินรดาไว้แน่นก่อนที่ผนังหินจะแยกตัวออกเป็นสองฝั่ง เผยให้เห็นโถงขนาดใหญ่ที่มีแท่นพิธีตั้งอยู่กลางห้อง ทว่าบนแท่นนั้นไม่ได้ว่างเปล่า ร่างของวิชัยนั่งอยู่บนบัลลังก์ศิลา ดวงตาของเขากลายเป็นสีขาวโพลนไร้แววตาของมนุษย์
"พวกเจ้าเสียเวลาไปมากกับการหาทางออก" เสียงของวิชัยดังก้องไปทั่วทุกทิศทาง มันไม่ใช่เสียงของชายที่เคยเป็นทหารรับจ้าง แต่มันคือเสียงที่รวมเอาคนนับร้อยเข้ามาไว้ด้วยกัน "ที่นี่ไม่มีทางออกหรอกธาดา เพราะที่นี่คือ 'บันทึก' ของทุกสิ่งที่มีชีวิตและดับสูญไปแล้ว และพวกเจ้า... ก็คือบทส่งท้ายของประวัติศาสตร์นี้"
ผมรวบรวมสติทั้งหมดที่มี กระชากแผนที่หนังโบราณออกมาจากกระเป๋าเสื้อ "ไม่มีประวัติศาสตร์ไหนที่ไม่มีจุดจบ วิชัย! หากนายควบคุมมิตินี้ได้ ก็แสดงว่านายก็คือส่วนหนึ่งของ 'กลไก' และกลไกทุกอย่าง... ย่อมมีจุดที่สึกหรอ!"
ผมตัดสินใจในวินาทีนั้นเอง ผมพุ่งตัวออกไปหาแท่นศิลาโดยไม่สนแรงบีบคั้นจากมิติที่กำลังหมุนวน รินรดาร้องเตือน แต่มือของเธอคว้าผมไว้ไม่ทัน ผมกระโดดเข้าหากลไกที่สลักไว้บนบัลลังก์ ใช้มีดสั้นที่ติดตัวมาเสียบเข้าไปในช่องว่างระหว่างรอยต่อของเฟืองหิน
ทันใดนั้น เสียงหวีดหวิวของมิติที่กำลังฉีกขาดดังสนั่น หินทุกก้อนหยุดชะงัก ร่างของวิชัยกระตุกแรงก่อนจะหันมามองผมด้วยแววตาที่กลับมาเป็นมนุษย์ชั่วครู่ แววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและคำขอร้อง...
"ธาดา... อย่าหยุดมัน!" วิชัยแผดเสียง แต่ไม่ใช่เพื่อข่มขู่ "ถ้าเจ้าหยุดมัน... นายจะกลายเป็นคนต่อไปที่ต้องรับหน้าที่แบกรับความทรงจำของอารยธรรมนี้ไว้แทนข้า!"
ผมชะงักมือนิ้วที่ค้างอยู่บนรอยสลัก หันไปสบตารินรดาที่ยืนอยู่เบื้องหลังเธอพยักหน้าให้ผมเบาๆ เป็นสัญญาณว่าไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร เธอจะอยู่ตรงนี้กับผมเสมอ แต่ก่อนที่ผมจะตัดสินใจขยับมีดนั้น... เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่ไม่ใช่วิชัย ก็ดังแทรกเข้ามาในความเงียบงัน พร้อมกับกลิ่นดินปืนที่อบอวลไปทั่วห้องโถงกรงขังแห่งนี้!
"เสียดายนะครับที่พวกคุณสองคนต้องมาจบชีวิตลงในที่แบบนี้... โดยที่ไม่รู้เลยว่าคนที่จ้างพวกคุณมาตั้งแต่แรกน่ะ คือใคร"
เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นจากมุมมืดออกมา ผมเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย... ใบหน้าที่ผมคิดว่าตายไปตั้งแต่การสำรวจครั้งก่อนที่ทำลายชีวิตผมมาจนถึงทุกวันนี้!
หวังว่าทุกท่านจะได้รับอรรถรสในการเดินทางร่วมกับผมในบทนี้นะครับ ขอบคุณที่ติดตามบันทึกนักโบราณคดีมาโดยตลอดครับ
ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี•ตอนที่ 33
กรงขังมิติ
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!