ปลายมีดสั้นสลักลายกริชโบราณฝังมุกกวาดผ่านอากาศเฉียดลำคอของพันเอกวิชัยไปเพียงมิลลิเมตรเดียว เสียงโลหะกระทบหินผาดังสะท้อนก้องกังวานในโถงสุสานใต้ดินที่อับชื้น กลิ่นอายของดินทรายโบราณและสนิมเหล็กคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นเหงื่อกาฬ
ศาสตราจารย์ ดร. ธาดา ไม่ได้ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว สายตาของเขาคมกริบราวกับคมมีดที่เพิ่งพ้นฝัก นิ้วมือที่สวมถุงมือหนังสำหรับงานสนามกระชับไฟฉายคาดศีรษะที่ปรับความสว่างสูงสุดไปยังซากโครงกระดูกปริศนาเบื้องหน้า ซึ่งเพิ่งถูกขุดค้นพบใต้ชั้นตะกอนหินงอกหินย้อย ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ยกเว้นเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของทหารรับจ้างในสังกัดของวิชัยที่ยืนล้อมกรอบอยู่รอบด้าน
"อาจารย์ธาดาดูเหมือนจะใจร้อนเกินไปหน่อยนะครับ สำหรับคนที่เป็นเพียงนักวิชาการสายห้องสมุด" เสียงทุ้มต่ำของพันเอกวิชัยเอ่ยขึ้น รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏบนมุมปากของนายทหารผู้กระหายอำนาจ มือหนากระชับปืนพกในซองหนังอย่างระแวดระวัง แม้ปากจะพูดจาดูแคลน แต่ดวงตาคู่นั้นกลับระแวดระวังทุกย่างก้าวของนักโบราณคดีตรงหน้า
"ห้องสมุดของผมสอนให้ผมรู้จักเคารพประวัติศาสตร์ครับพันเอก... ไม่ใช่การป่าเถื่อนทำลายล้างเพื่อแลกกับเศษอำนาจที่ท่านไขว่คว้า" ธาดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว แววตาฉายความเจ็บปวดลึกๆ เมื่อหวนนึกถึงอดีต—ความรู้สึกผิดจากการสูญเสียผู้ร่วมงานคนก่อนยังคงกัดกินหัวใจ แต่ในสถานการณ์นี้ เขาไม่มีเวลาให้อ่อนแอ
รินรดาที่คุกเข่าอยู่ไม่ไกล ส่งสัญญาณมือห้ามปรามเบาๆ ขณะที่มือเรียวบางของเธอสวมถุงมือยางกำลังปัดเศษดินออกจากซากโครงกระดูกมนุษย์ยุคโบราณที่ถูกทับถมมานับพันปี ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อแสงไฟส่องกระทบเข้ากับ "หลักฐาน" ชิ้นสำคัญที่ซ่อนอยู่ใต้ซี่โครงของร่างไร้ลมหายใจนั้น
"อาจารย์ธาดา... มาดูนี่สรุปแล้วครับ" เสียงของรินรดาสั่นระริกเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นปนหวาดผวา "นี่ไม่ใช่ร่องรอยการตายตามธรรมชาติ... และไม่ใช่การตายจากกับดักกลไกของสุสาน"
ธาดาก้าวเข้าไปใกล้ ร่างของโครงกระดูกนั้นบิดเบี้ยวผิดรูป กระดูกกะโหลกมีรอยร้าวขนาดใหญ่จากของแข็งไม่มีคมกระแทกอย่างรุนแรง ทว่าสิ่งที่ทำให้ธาดาต้องขมวดคิ้วจนย่นเป็นปม คือ "รอยแผล" บนกระดูกต้นแขนและซี่โครง ที่เกิดจากคมอาวุธโลหะผสมพิเศษ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะตัว—มันคือร่องรอยการต่อสู้ระยะประชิดด้วยอาวุธที่สร้างขึ้นจากเทคโนโลยีเดียวกันกับที่พันเอกวิชัยกำลังตามหา
วิชัยหรี่ตาลงเมื่อเห็นร่องรอยนั้น ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โดยไม่เกรงกลัวอันตรายจากกับดักโบราณอีกต่อไป "รอยตัดเฉือนแบบนี้... มันไม่ใช่ฝีมือของคนป่าหรือชนเผ่าโบราณทั่วไปแน่นอน"
"ถูกต้องครับ" ธาดากล่าวเสริม น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยการวิเคราะห์เชิงลึก "รอยแผลเหล่านี้เกิดจากการใช้อาวุธที่มีความคมระดับโมเลกุล แรงปะทะที่ทิ้งร่องรอยไว้บนกระดูกบ่งบอกถึงวิถีการโจมตีที่แม่นยำและไร้ความปรานี คนกลุ่มนี้ไม่ได้ตายเพราะปกป้องสมบัติ แต่พวกเขา 'สู้กันเอง' ภายในอารยธรรมเดียวกัน... ก่อนที่ทุกอย่างจะล่มสลายลง"
บรรยากาศในโถงสุสานเย็นเยียบลงทันที ความจริงที่เปิดเผยเริ่มกัดเซาะความเชื่อมั่นของทุกคน อารยธรรมโบราณที่พวกเขากำลังศึกษาไม่ได้สูญสิ้นเพราะภัยธรรมชาติ แต่มันถูกทำลายล้างด้วยน้ำมือของมนุษย์ผู้ครอบครองเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำเกินกว่าศีลธรรมจะควบคุม—เช่นเดียวกับที่พันเอกวิชัยกำลังพยายามทำอยู่ในเวลานี้
"น่าสนใจเสียจริง..." วิชัยหัวเราะในลำคอ แววตาโลภ ะสะท้อนแสงไฟฉาย "ถ้าคนยุคก่อนมีความสามารถในการสร้างอาวุธระดับนี้ได้จริง สิ่งที่ซ่อนอยู่ลึกเข้าไปในห้องโถงชั้นในสุด... คงไม่ใช่แค่ตำนานปรัมปราสินะครับ"
"หยุดความคิดที่จะแตะต้องมันเสียเถอะครับพันเอก" รินรดาผุดลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับนายทหารรับจ้าง ดวงตาสีเข้มฉายแววเด็ดเดี่ยวไม่แพ้ธาดา "ท่านก็เห็นแล้วว่าจุดจบของคนที่มีอำนาจบ้าคลั่งแบบพวกท่านคืออะไร โครงกระดูกพวกนี้คือคำเตือนจากอดีต!"
"คำเตือนมีไว้สำหรับคนอ่อนแอครับคุณรินรดา" วิชัยโบกมือ2-3 ครั้ง ทหารรับจ้างด้านหลังต่างปลดล็อกไกปืนพร้อมกัน เสียงเหล็กกระทบกันดังแกร็กท่ามกลางความเงียบ "และผม... ไม่เคยเชื่อโชคลาง"
ธาดาก้าวเข้ามาบังรินรดาไว้ครึ่งตัว สายตาจ้องมองวิชัยอย่างไม่เกรงกลัว มือขวาแอบสัมผัสกลไกบางอย่างบนผนังหินที่เขาเพิ่งสังเกตเห็นขณะสำรวจซากศพ—มันคือสลักศิลาโบราณที่เชื่อมต่อกับระบบกลไกป้องกันสุสานชั้นนอก
"ถ้าท่านก้าวล้ำเส้นนี้ไปอีกก้าวเดียว... เราทุกคนจะได้รู้กันว่า อารยธรรมที่หลับใหล จะต้อนรับผู้บุกรุกอย่างไร" ธาดากล่าวเตือน น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยกระแสจิตวิทยาที่ทำให้ทหารรับจ้างบางคนเริ่มลังเล
ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด จนแทบจะได้ยินเสียงหัวใจเต้นระรัวของกันและกัน รินรดากลับสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างที่พื้นดินใต้ซากโครงกระดูก เศษดินและฝุ่นละอองที่ควรจะแน่นิ่ง กลับเริ่มร่วงหล่นลงสู่เบื้องล่าง ราวกับมีช่องว่างขนาดใหญ่อยู่ใต้พื้นห้องโถงนี้
ยังไม่ทันที่ใครจะได้เอ่ยปากทักท้วง พื้นหินโบราณใต้ฝ่าเท้าของวิชัยก็ยุบตัวลงเสียงดังสนั่นหวั่นไหว!
ร่างของทหารรับจ้างสองนายกรีดร้องตกลงไปในความมืดมิดเบื้องล่าง ท่ามกลางฝุ่นตลบอบولและเสียงกลไกเฟืองยักษ์ที่เริ่มหมุนวนคำรามก้องราวกับสัตว์ร้ายที่เพิ่งตื่นจากการจำศีล และก่อนที่ธาดาจะทันได้คว้ามือรินรดาถอยหนี แสงไฟฉายสาดส่องลงไปกระทบกับวัตถุปริศนาที่เพิ่งโผล่พ้นซากปรักหักพังขึ้นมา... มันไม่ใช่โครงกระดูกมนุษย์โบราณทั่วไป แต่มันคือ "เครื่องจักรกลมีชีวิต" ร่างสีดำสนิทที่ดวงตาสะท้อนแสงสีแดงฉาน และมันกำลังจ้องมองตรงมายังพวกเขา!
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางขุดค้นความจริงไปกับบันทึกนักโบราณคดีนะครับ
ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี•ตอนที่ 48
เงื่อนงำจากศพ
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!