"มูลค่าสามร้อยล้านเหรียญทองทวีป... หึ พูดออกมาได้เต็มปากดีนี่ครับ ท่านดยุกแห่งซากอิฐปูน"
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำแต่น่าเกรงขามดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงใหญ่แห่งปราสาทเวลฮาร์ท ปราสาทโบราณอายุกว่าพันปีที่ตั้งตระหง่านอยู่บนหน้าผาสูงชัน บรรยากาศภายในห้องโถงเวลานี้เต็มไปด้วยความกดดันชนิดที่แทบจะทำให้คนหายใจไม่ออก เหล่าอัศวินและขุนนางเก่าแก่ของดินแดนต่างยืนตัวสั่นเทา เม็ดเหงื่อกาฬไหลโทรมหน้าผาก ทว่าสายตาทุกคู่กลับพุ่งเป้าไปที่ชายหนุ่มผู้ยืนอยู่กลางห้อง
กรณ์ ในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปเนื้อดีที่ตัดกับบรรยากาศแฟนตาซีรอบตัวอย่างสิ้นเชิง เขากำลังยืนไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้บุนวมกำมะหยี่สีแดงสด ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นบัลลังก์ของเจ้าครองนครผู้ยิ่งใหญ่ ด้านข้างของเขาคือ มินา หญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจและคู่ชีวิตที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตั้งแต่วันที่พวกเขาไม่มีแม้แต่เศษเงินติดตัว วันนี้เธอกำลังยืนเคียงบ่าเคียงไหล่อย่างสง่างาม ชุดเดรสสีดำสนิทขับเน้นให้ผิวขาวผ่องดูโดดเด่น ดวงตากลมโตคู่นั้นมองตรงไปยังชายชราผู้ทรุดฮวบคุกเข่าอยู่เบื้องล่างด้วยแววตาที่ว่างเปล่าไร้ความสงสาร
"เป็นไปไม่ได้..." ท่านดยุกราล์ฟ ผู้ครองแคว้นที่เคยเย่อหยิ่งและมองกรณ์เป็นเพียงแค่มดปลวกตัวหนึ่ง พึมพำด้วยริมฝีปากที่สั่นเทา มือเหี่ยวย่นทั้งสองข้างยันพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ ดวงตาเบิกโพ้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "เอกสารสิทธิ์ครอบครอง... มันควรจะเป็นของกิลด์พายุคลั่งของท่านชายเจตน์... ทำไม... ทำไมชื่อบนตราประทับเวทมนตร์ถึงกลายเป็นชื่อของแกไปได้!"
กรณ์ไม่ตอบคำถามนั้น เขายกมุมปากขึ้นยิ้มเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา คู่นามปากกา "ผู้กล้าตกอับ" เคยผ่านจุดที่ต่ำที่สุดในชีวิตมาแล้ว จุดที่ถูกคนอย่างคุณชายเจตน์และพวกพ้องเหยียบย่ำซ้ำเติมอย่างไร้ความปรานี ดังนั้น ในวันที่เขามีอำนาจเหนือกว่าด้วยระบบบัตรดำทลายโลก การเหยียบย่ำกลับด้วย "เงินสด" จึงเป็นความสะใจรูปแบบเดียวที่คู่ควร
"ท่านดยุกครับ โลกใบนี้มันขับเคลื่อนด้วยเงินตรา ไม่ใช่เกียรติยศจอมปลอมที่ท่านภาคภูมิใจนักหนา" กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่น่าเกรงขาม เขายื่นมือไปหยิบบัตรพลาสติกสีดำสนิทที่สะท้อนประกายแสงวิบวับออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท บัตรเครดิตไร้ขีดจำกัดจากโลกภายนอกที่ถูกแปลงสภาพให้กลายเป็นค้อนยักษ์ทุบทำลายระบบเศรษฐกิจของโลกแฟนตาซีแห่งนี้ทีละชิ้น
"คุณกรณ์คะ..." มินาเอ่ยขึ้นเบาๆ พร้อมกับวางมือเรียวลงบนบ่าของสามี สัมผัสอุ่นๆ นั้นทำให้ความเย็นชาในแววตาของกรณ์ผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขาดึงมือเธอกุมไว้แน่นก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาภรรยาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนที่มอบให้เธอเพียงคนเดียว
"ไม่ต้องห่วงครับที่รัก ปราสาทหลังนี้และดินแดนรอบข้างทั้งหมด จะถูกเปลี่ยนเป็นอาณาจักรของเราอย่างสมบูรณ์แบบภายในไม่กี่นาทีนี้แล้ว"
สิ้นคำพูดของกรณ์ ระบบเสียงแจ้งเตือนอันเป็นเอกลักษณ์ก็ดังขึ้นในโสตประสาทของเขา—
[ ติ๊ง! ตรวจพบการทำธุรกรรมซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ระดับตำนาน: ปราสาทเวลฮาร์ทและดินแดนโดยรอบ ]
[ ยอดชำระสุทธิ: 1,200,000,000,000 เครดิต (คำนวณเป็นเงินสดทวีป: ผ่าน) ]
[ ทำการหักเงินจาก "บัตรดำทลายโลก (Black Card Infinite)" เรียบร้อยแล้ว ]
[ ธุรกรรมสำเร็จ! ท่านคือเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริงแต่เพียงผู้เดียว 100% ]
แสงสีทองอร่ามสว่างวาบขึ้นจากพื้นปราสาท ลวดลายเวทมนตร์โบราณที่เคยเป็นพันธะสัญญาของตระกูลดยุกราล์ฟค่อยๆ แตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีฟ้าและถูกแทนที่ด้วยอักขระสีทองคำบริสุทธิ์ตราสัญลักษณ์รูปบัตรดำ เสียงคำรามกึกก้องดังมาจากรากฐานของภูเขา ราวกับว่าตัวปราสาททั้งหลังกำลังรับรู้ถึงนายใหม่อันทรงอำนาจ
เหล่าอัศวินและขุนนางที่เคยภักดีต่อดยุกราล์ฟต่างพากันคุกเข่าลงราบกับพื้นโดยมิได้นัดหมาย แรงกดดันจากระบบเจ้าของกรรมสิทธิ์ทำให้ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตา อำนาจเงินสดมหาศาลที่ถูกเนรมิตขึ้นในพริบตาเดียวได้ทำลายล้างศักดิ์ศรีนับร้อยปีของตระกูลขุนนางเก่าแก่จนไม่เหลือชิ้นดี
"อ๊ากกก! ปราสาทบรรพบุรุษของข้า..." ท่านดยุกราล์ฟแผดเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและสิ้นหวัง เมื่อตราประจำตระกูลบนหน้าอกเสื้อของตนเองสลายกลายเป็นฝุ่นผง
กรณ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาอย่างชัดเจน เขาก้าวเดินเข้าไปใกล้ร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของอبيผู้พ่ายแพ้ ก่อนจะก้มลงมองด้วยสายตาที่เย็นชาดั่งน้ำแข็ง
"จำคำพูดที่แกเคยพูดไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนได้ไหมครับ ท่านดยุก? แกบอกว่าคนอย่างฉัน ต่อให้พยายามอีกสักสิบชาติก็ไม่มีวันเอื้อมถึงกำแพงของตระกูลขุนนาง..." กรณ์หยุดพูดไปครู่หนึ่งเพื่อรอให้ประโยคเชือดเฉือนนั้นซึมซับเข้าไปในความรู้สึกของอีกฝ่าย ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "แต่วันนี้... ฉันใช้เงินสดซื้อทั้งกำแพง ทั้งแคว้น และตัวของแกมาไว้ใต้ฝ่าเท้าเรียบร้อยแล้วครับ"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง ไม่มีเสียงโต้เถียง ไม่มีคำแก้ตัว มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคนทรยศที่ตระหนักแล้วว่าตนเองได้ก้าวพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปสู่จุดสูงสุดแห่งความสะใจของชัยชนะ สายตากลมโตของมินาก็พลันเหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างที่หน้าต่างกระจกสีบานใหญ่เบื้องหลังบัลลังก์ รอยร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนกระจกใส ก่อนที่มันจะขยายวงกว้างด้วยความเร็วสูง
เปรี๊ยะ... เพล้ง!
กระจกโบราณหนาเตอะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับสายลมกรรโชกแรงที่พัดพาเอาฝุ่นละอองเข้ามาในห้องโถง ร่างเงาสودเงาหนึ่งพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูงระดับเสียง ปักหลักลงบนพื้นหินอ่อนอย่างนุ่มนวล แรงกระแทกจากการลงจอดทำให้พื้นศิลาแตกร้าวเป็นใยแมงมุม
"ช้าก่อน... ดูเหมือนว่าพวกแกจะสนุกกันเกินไปหน่อยนะ เจ้าพวกสุนัขรับใช้เงินตรา!"
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรงและคุ้นเคยเป็นอย่างดีดังขึ้น ท่ามกลางละอองฝุ่นที่ค่อยๆ จางลง เผยให้เห็นชายหนุ่มผมบลอนด์ทองสวมชุดเกราะเวทมนตร์ชั้นยอดระยิบระยับ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาสสีฟ้าคู่นั้นจ้องมองมาที่กรณ์ด้วยความเกลียดชังทะลักล้น
คุณชายเจตน์... ศัตรูตัวฉกาจจากโลกจริงที่ตามราวีไม่เลิกราในโลกเกมออนไลน์แห่งนี้ ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับกองกำลังกิลด์พายุคลั่งนับร้อยชีวิตที่ปิดล้อมรอบปราสาทเอาไว้ทั้งหมดแล้ว
เจตน์กวาดสายตามองสภาพความพ่ายแพ้ของท่านดยุก ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นห้องโถง "ซื้อปราสาทสำเร็จงั้นเหรอกกรณ์? น่าประทับใจดีนี่... แต่แกคงลืมคิดไปสินะ ว่าของเล่นราคาแพงชิ้นนี้ มันกำลังจะกลายเป็นโลงศพของพวกแกสองคนในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้แล้ว!"
กรณ์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง เขาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มือขวายังคงกุมมือของมินาไว้อย่างมั่นคงไม่มีสั่นคลอน
"มาช้าเสียจริงนะครับคุณชายเจตน์... ผมอุตส่าห์เตรียมที่นั่งแถวหน้าไว้ให้ชมฉากที่ผมกว้านซื้อดินแดนนี้เสียหน่อย" กรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ก่อนจะยกมือซ้ายขึ้นแตะหน้าจอโฮโลแกรมที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้า "แต่ก็นั่นแหละครับ... มาทันเวลาดูจุดจบของตัวเองพอดีแบบนี้ ถือว่าพวกคุณยังมีความกตัญญูก็แล้วกัน"
เจตน์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสังหรณ์ใจแปลกๆ กับท่าทีที่สุขุมจนผิดปกติของอดีตคู่แข่งที่เขาเคยเหยียบย่ำ "แกพูดเรื่องบ้าอะไรของแก..."
"ก็หมายความว่า..." กรณ์ยิ้มกริ่ม ดวงตาสีดำสนิทสะท้อนแสงไฟจากเวทมนตร์รอบห้อง "ในเมื่อผมซื้อปราสาทหลังนี้และพื้นที่รัศมีสิบกิโลเมตรรอบด้านด้วยเงินสดเบ็ดเสร็จร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว... ตามกฎของระบบเกมเซิร์ฟเวอร์นี้ ทุกพื้นที่ในอาณาเขตของผม จะถูกจัดให้อยู่ในสถานะ 'เขตห้ามบุกรุกโดยไม่ได้รับอนุญาต' ทันทีครับ"
สิ้นเสียงของกรณ์ หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นกลางห้องโถง พร้อมกับตัวอักษรสีทองขนาดใหญ่ที่สว่างวาบจนแสบตา และเสียงระบบที่ประกาศก้องกังวานไปทั่วทั้งภูเขา—
[ ติ๊ง! ตรวจพบผู้บุกรุกระดับกิลด์เข้าสู่เขตอพยพส่วนบุคคล ]
[ ทำการเปิดใช้งานระบบป้องกันอัตโนมัติระดับสูงสุด: "ระเบิดกวาดล้างเงินสดอัตโนมัติ (Cash-Cannon Protocol)" ]
[ ยอดเงินคงเหลือในระบบ: ไม่จำกัด ]
[ เริ่มนับถอยหลังการกวาดล้าง: 3... 2... 1... ]
รอยยิ้มบนใบหน้าของเจตน์แข็งค้างในพริบตา สีหน้าของกิลด์มาสเตอร์ผู้หยิ่งผยองเปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวกลายเป็นความซีดเผือดราวกับกระดาษ เมื่อปลายกระบอกปืนเวทมนตร์นับพันกระบอกผุดขึ้นมาจากพื้นดินรอบตัวพวกเขาทุกทิศทุกทาง พร้อมกับแสงสีฟ้าจ้าที่กำลังชาร์จพลังงานเตรียมยิงถล่ม
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ผู้กล้าตกอับ" เสมอมานะครับ!
ระบบบัตรดำทลายโลก: ยึดบัลลังก์เกมออนלاینต่างโลกด้วยเงินสด•ตอนที่ 22
ยึดดินแดนและปราสาทโบราณ
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบบัตรดำทลายโลก: ยึดบัลลังก์เกมออนלاینต่างโลกด้วยเงินสด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!