เสียงกระดาษแผ่นหนาราคาแพงถูกฉีกขาดดัง *แควก* เป็นริ้วเล็กๆ ก่อนที่เศษซากของมันจะร่วงหล่นลงสู่พื้นพรมราวกับใบไม้แห้งโปรยปราย ธามันกะพริบตาช้าๆ สันกรามคมสันขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวจ้องมองคนตรงหน้าที่เพิ่งทำลาย "ประกาศิต" ของเขาลงอย่างไม่แยแส
รวินท์ไม่ได้สะดุ้งสะเทือนเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มกวนประสาทแต้มอยู่บนมุมปากเรียวสวย ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย มือเรียวปัดเศษกระดาษที่ติดปลายนิ้วออกราวกับมันเป็นแค่ฝุ่นผง
"พี่... พี่ชาย? คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!" เสียงอุทานของรวินท์จากเหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท แต่มันถูกกลบด้วยการกระทำอันอุกอาจในวินาทีต่อมาเสียแล้ว
"คุณรวินท์!" ธามันเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบจนอุณหภูมิในสตูดิโอส่วนตัวลดฮวบลงหลายองศา "นั่นคือข้อตกลงในการใช้วิปัสสนาสถานและสตูดิโอแห่งนี้ คุณไม่มีสิทธิ์ทำลายมัน"
"ข้อตกลงบ้าบออะไรล่ะครับท่านประธาน" รวินท์ก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวร่างสูงใหญ่กว่าอย่างไม่เกรงกลัว กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นสีน้ำมันจางๆ ลอยเข้าจมูกธามัน "ห้ามส่งเสียงดังเกินเดซิเบลที่กำหนด ห้ามนำสัตว์เลี้ยงและบุคคลภายนอกเข้าพื้นที่ ห้ามทำงานหลังเที่ยงคืน... นี่คุณคิดว่าผมมาบวชชีหรือมาวาดรูปครับ?"
ธามันถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัวเมื่อรวินท์รุกเข้าหา ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือแค่คืบ ดวงตากลมโตที่มองมาเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและพยศเสียจนน่าจับมาตีให้ก้นลาย แต่หัวใจเจ้ากรรมที่เต้นรัวอยู่ใต้รابอกเสื้อสูทราคาแพงกลับทรยศเขาอีกแล้ว มันเต้นผิดจังหวะตั้งแต่ตอนที่เห็นรอยยิ้มกวนๆ นั่นเมื่อครู่ และยิ่งเต้นแรงขึ้นไปอีกเมื่อใบหน้าหวานอยู่ใกล้แค่เอื้อม
ผู้ชายคนนี้อันตราย... อันตรายต่อหัวใจที่เขาพยายามปิดตายมานานนับปี
"ถ้าคุณรับเงื่อนไขไม่ได้ ทางมูลนิธิก็มีสิทธิ์ยกเลิกสัญญาและเชิญคุณออกได้ทันทีเช่นกัน" ธามันเลือกใช้ไม้นิ่ง สกัดกั้นความหวั่นไหวด้วยการตีสีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกตามถนัด
"เชิญเลยครับ" รวินท์ยักไหล่ ท่าทีไม่มียี่หระแม้แต่น้อย "เชิญฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายตามสัญญาได้เลยครับ ถ้าคิดว่าเงินในบัญชีของคุณหนาพอที่จะจ่ายค่าเสียเวลาให้ผม... อ้อ แล้วก็ฝากบอกบอร์ดบริหารด้วยนะว่า ท่านประธานสุดหล่อแต่ไร้มนุษยสัมพันธ์คนนี้ ไล่ศิลปินที่ทางมูลนิธิเพิ่งเซ็นสัญญาด้วยออกอย่างไร้เหตุผล เพราะแค่เรื่อง 'กฎสามข้อปัญญาอ่อน' นี่"
รarainth ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ใบหูของคนตัวโต น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนนิ่มๆ "คิดว่าข่าวนี้จะทำให้หุ้นของมูลนิธิร่วงกี่เปอร์เซ็นต์ดีครับ?"
ธามันขบกรามแน่นจนปวดกราม เขาเกลียดรอยยิ้มมั่นอกมั่นใจนั่น เกลียดท่าทีที่ไม่เคยเกรงกลัวอำนาจใดๆ เกลียดกระทั่งดวงตาคู่นั้นที่กำลังมองทะลุเข้ามาในความรู้สึกส่วนลึกของเขา แต่สิ่งที่เขาเกลียดที่สุด... คือการที่เขารู้สึกว่า *ตัวเองกำลังแพ้ทาง* ผู้ชายคนนี้อย่างราบคาบตั้งแต่แรกพบ
"คุณเป็นคนแบบนี้เสมอสินะ... ปากดี ไร้ระเบียบ และไม่เคารพกฎเกณฑ์" ธามันเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย
"แล้วคุณเป็นคนแบบนี้เสมอสินะครับ... เยชา ชืดชา หุ่นยนต์เดินได้ และคิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง" รวินท์สวนกลับทันควัน ไม่มีคำว่ายอมลดละให้แม้แต่น้อย ปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะชนกันอยู่แล้วหากรวินท์ไม่ยอมถอยหลังออกมาก้าวหนึ่งพร้อมกับหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ขอบคุณสำหรับกฎสามข้อนะครับ แต่ผมขอฉีกทิ้งและไม่รับปฏิบัติ เพราะในโลกศิลปะของผม ไม่มีกรอบไหนกักขังผมได้หรอก... แม้กระทั่งกรงทองของคุณ"
พูดจบ รวินท์ก็หมุนตัวเดินกลับไปหยิบพู่กันขึ้นมาถือไว้อย่างไม่สนใจใยดีอีก ทำทีเป็นสนใจผืนผ้าใบตรงหน้ามากกว่าประธานหนุ่มที่ยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่เบื้องหลัง
ธามันยืนมองแผ่นหลังบางที่กำลังสะบัดปลายพู่กันลงสีอย่างอิสระเสรี ความโกรธกรำในตอนแรกค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกซับซ้อนที่อธิบายไม่ถูก มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขาอยากจะเดินเข้าไปดึงพู่กันออกจากมือนั้น อยากจะเอ่ยปากไล่ตะเพิดให้พ้นสายตาไปเสียเพื่อให้สตูดิโอแห่งนี้กลับมาสงบเงียบเหมือนเดิม
แต่ลึกๆ ในมุมมืดของหัวใจ... เขากลับกลัวความเงียบงันนั้นเสียแล้ว
ตั้งแต่รวินท์ก้าวเข้ามาเหยียบที่นี่ โลกสีเทาหม่นและเป็นระเบียบเรียบร้อยจนน่าเบื่อของเขาก็ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันแสบทรวงที่เขาไม่เคยต้องการ แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกว่าตัวเอง 'ยังมีชีวิตอยู่'
ธามันสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ที่กำลังตีรวน เขาหมุนตัวเตรียมจะเดินหนีออกจากห้องนี้เพื่อตัดปัญหา แต่ทว่า...
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน ก่อนที่บานประตูสตูดิโอจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้อณุญาตจากเจ้าของห้อง
ร่างสูงโปรดของใครคนหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่ฉาบอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา ดวงตาแพรวพราวทอดมองตรงมาที่รวินท์ก่อนจะเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงคุ้นเคยที่ทำให้ธามันต้องขมวดคิ้วมุ่นในทันที
"รวินท์ครับ... พี่มาเยี่ยมตามสัญญาแล้วนะ สนุกไหมล่ะกับการทำงานวันแรกที่นี่?"
รวินท์ชะงักมือที่กำลังวาดภาพ หันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยความตกใจระคนแปลกใจ ส่วนธามันที่ยืนอยู่ใกล้ประตูกลับหน้าตึงขึ้นมาทันทีเมื่อตระหนักได้ว่า... ผู้ชายแปลกหน้าคนนี้คือใคร และคำว่า "บุคคลภายนอกห้ามเข้า" ที่เขาเพิ่งตั้งขึ้นมา ถูกฝ่าฝืนตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่ประกาศใช้แล้ว!
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนจอมยุทธ์เสื้อแพรเสมอนะครับ
เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายพู่กันของผม•ตอนที่ 3
กฎสามข้อที่ไม่เคยตกลงกัน
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายพู่กันของผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!