เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายพู่กันของผม•ตอนที่ 10

อาหารมื้อค่ำที่ไม่มีใครยอมใคร

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
"ถ้าคุณยังคีบเนื้อชิ้นนั้นลงจานผมอีกครั้งเดียว ผมจะถือว่าคุณกำลังจีบผมทางอ้อม... ซึ่งบอกไว้ก่อนเลยว่ามันน่ารำคาญ" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดนิดๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องอาหารส่วนตัว ธามันชักมือกลับแทบไม่ทันเมื่อถูกรวินท์จับไต๋ได้คาหนังคาเขา ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไหววับเล็กน้อยก่อนจะกลับมาเรียบนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ รวินท์หัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนาน เขาไม่ได้เถียงกลับทันที แต่กลับค่อยๆ เคี้ยวเนื้อย่างมีเดียมแรร์ชิ้นนั้นช้าๆ อย่างอารมณ์ดี ราวกับกำลังลิ้มรสชาติอาหารพร้อมๆ กับการได้แกล้งคนตัวโตตรงข้ามให้เสียอาการ "อืม... ฝีมือเชฟร้านนี้ใช้ได้นะ แต่จะให้อร่อยขึ้นอีกสิบเท่า น่าจะเป็นเพราะได้ดูคนปากแข็งแถวนี้ทำหน้าเหมือนอมยาขมมากกว่า" รวินท์ว่าพลางวางส้อมลงกระทบจานเบาๆ "แล้วก็... เลิกทำตัวเป็นพ่อพระจำเป็นห่วงเป็นใยเรื่องผมกินน้อยสักทีเถอะครับ ท่านประธานธามัน คุณก็รู้ว่าผมไม่ใช่เด็กอมมือ" "ผมไม่ได้เป็นห่วง ผมแค่ไม่อยากให้ศิลปินในโครงการของมูลนิธิมาเป็นลมคาหอศิลป์จนเป็นภาระผมต่างหาก" ธามันสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเย็นชาถูกงัดขึ้นมาใช้เป็นเกราะป้องกันความเขินอายที่กำลังตีรวนอยู่ในอก คนอะไร... ปากคอเราะร้ายเป็นบ้า แต่เวลาดวงตาคู่นั้นกวาดมองสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความกังวลเมื่อครู่ มันช่างขัดแย้งกับคำพูดลิบลับ ธามันเป็นพวกซึนเดระของแท้และดั้งเดิม ยิ่งปฏิเสธ ยิ่งแสดงอาการปกป้อง ยิ่งทำให้รวินท์รู้ว่าภายใต้ท่าทีเย่อหยิ่งเย็นชานั้น มีความคลั่งรักซ่อนอยู่มิดชิดขนาดไหน รวินท์เท้าคางมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมระย้าเหนือโต๊ะอาหารสาดกระทบโครงหน้าคมคายของธามัน ทำให้บรรยากาศรอบตัวยิ่งอบอวลด้วยเคมีแปลกประหลาดที่ทั้งชวนจั๊กจี้หัวใจและชวนให้อยากลองดีไปพร้อมๆ กัน "อ๋อ... เป็นภาระเหรอครับ?" รวินท์ทวนคำ เสียงทุ้มหวานลากยาวอย่างจงใจ "แปลกจัง งั้นไอ้คนที่คอยสั่งให้เลขาเตรียมน้ำอุ่นกับยาแก้ปวดท้องไว้ให้ผมทุกครั้งที่ประชุมดึกนี่... ผีสางที่ไหนทำเหรอครับ หรือว่าคุณธามันแอบจ้างยมทูตมาดูแลผมเป็นพิเศษ" ธามันชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที สันจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ เขายกแก้วไวน์ขึ้นจิบเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่เกือบจะหลุดออกมา "เพ้อเจ้อ เลิกมโนแล้วกินเข้าไปซะ ไม่อย่างนั้นผมจะสั่งของหวานเพิ่มให้อีกสิบจานแล้วบังคับให้คุณกินให้หมดคนเดียว" "โห... ขู่ด้วยของหวานเหรอครับ ใจร้ายจัง" รวินท์แกล้งทำเป็นเบะปากส่ายหัวระอา แต่ดวงตากลับเป็นประกายวิบวับ "แต่ก็นะ... การได้เห็นคุณนั่งหน้าตึงอยู่ฝั่งตรงข้ามแบบนี้ มันก็ทำให้มื้อค่ำธรรมดาๆ น่าเบื่อ กลายเป็นการประลองฝีปากที่สนุกใช้ได้เหมือนกัน" "ใครประลองกับคุณ ทานเงียบๆ ไปซะ รวินท์" แม้ปากจะบอกให้เงียบ แต่ธามันกลับเป็นฝ่ายคีบผักเครื่องเคียงเลี่ยนๆ ออกจากจานของรวินท์ให้อย่างเนียนๆ โดยไม่พูดอะไรสักคำ การกระทำที่สวนทางกับคำพูดอย่างสิ้นเชิงนี้ทำเอารวินท์ถึงกับหุบยิ้มไม่ได้ หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งอย่างไม่น่าให้อภัย ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อหัวใจเป็นบ้า ปากก็ร้าย ใจก็แข็ง แต่การกระทำกลับอบอุ่นจนคนมองใจยวบยาบ บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ความอึดอัดในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวอกหัวใจที่เต้นโครมครามผ่านบทสนทนาหยอกล้อที่ผลัดกันรุกผลัดกันรับ ธามันที่มักจะสร้างกำแพงน้ำแข็งใส่คนทั้งโลก กลับยอมเปิดช่องว่างให้รวินท์เข้ามาปأسป่วนความสงบในใจทีละน้อย ขณะที่รวินท์เองก็สนุกกับการได้ทลายกำแพงนั้นทีละคืบ ทว่า ในจังหวะที่รวินท์กำลังจะอ้าปากหยอกเย้าต่อ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมบทสนทนากระโชกโฮกฮากก็ดังขึ้นที่หน้าห้องอาหารส่วนตัว ประตูบานไม้สักสลักลายวิจิตรถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยไม่รอให้คนข้างในอนุญาต "ธามัน! แกอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย ฉันตามหาแกซะทั่ว..." เสียงห้าวห้วนของชายหนุ่มคนหนึ่งดังแทรกเข้ามาในบรรยากาศอันแสนหวานชื่น รวินท์หุบยิ้มฉับพลัน ดวงตาเรียวรีหรี่ลงมองผู้มาใหม่ด้วยความไม่พอใจ ขณะที่ธามันขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าหล่อเหลากลับมาเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกในเสี้ยววินาที ธามันผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง บังร่างของรวินท์ไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ ดวงตาสนิทคมกราบกรานมองผู้บุกรุกด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนอุณหภูมิในห้องดิ่งฮวบ "ใครอนุญาตให้แกเข้ามาในนี้ พนัส" ธามันเอ่ยเสียงลอดไรฟัน นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ รวินท์ที่นั่งอยู่ด้านหลังไหวไหล่เบาๆ เขายังคงถือแก้วไวน์นิ่ง แต่สายตากลับกวาดมองผู้มาใหม่ที่มีใบหน้าคุ้นตาคุ้นตาอย่างพินิจพิเคราะห์ และทันใดนั้นเอง สมองของเขาก็ประมวลผลได้ทันทีว่าชายคนนี้คือใคร... และปัญหาใหญ่หลวงแค่ไหนกำลังจะตามมา ธามันหันกลับมาสบตากลับรวินท์แวบหนึ่ง ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของรวินท์ไว้แน่นราวกับต้องการส่งสัญญาณเตือนบางอย่างที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและแวะมาเติมกำลังใจให้จอมยุทธ์เสื้อแพรเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายพู่กันของผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%