กลิ่นอายเย็นเยียบของไวน์โรเซ่ราคาแพงเคล้าคลออยู่กับความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในเพนต์เฮาส์หรูใจกลางมหานคร
รัญชานาวางเอกสารแผ่นบางลงบนโต๊ะกระจกใสเจียระไนอย่างประณีต เสียงกระดาษกระทบผิวโต๊ะดังขึ้นเพียงแผ่วเบา แต่กลับก้องกังวานบาดลึกในความรู้สึกของผู้ชายที่นั่งไขว่ห้างอยู่เบื้องหลังแสงไฟสลัวจากแชนเดอเลียร์คริสตัล
สามปีเต็ม... สามปีที่เธอต้องทนกินน้ำตาแทนข้าว ยืนมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกด้วยความสมเพชเวทนา กับตำแหน่ง "ภรรยาในนาม" ที่ภาคินประทานให้ด้วยความหยيمหยันและไม่เคยแม้แต่จะชายตากลับมามอง
คืนนี้คือวันครบรอบแต่งงานปีที่สาม... วันที่สมควรจะมีดินเนอร์ใต้แสงเทียนและคำอวยพรหวานหู แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมีเพียงความว่างเปล่า และเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นขัดจังหวะพร้อมเสียงออดอ้อนของลลินา ผู้หญิงที่คอยตามรังควานและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอไม่เว้นแต่ละวัน
"เซ็นสิคะ"
สุ้มเสียงของรัญชานานิ่งสนิท ไร้ซึ่งรอยน้ำตา ไร้ซึ่งความเว้าวอนอ้อนวอนอย่างที่เคยเป็นมาตลอดสามปี เธอกวาดสายตามองผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยยอมมอบทั้งกายและหัวใจให้ ภาคินในวัยสามสิบห้าปีหล่อเหลา เย่อหยิ่ง และทรงอำนาจไม่เคยเปลี่ยน ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นเวลานี้กำลังฉายแววดูแคลนและรำคาญใจอย่างไม่ปิดบัง
ภาคินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาไม่ได้ก้มลงมองกระดาษแผ่นนั้นด้วยซ้ำ เขารู้จักผู้หญิงคนนี้ดี... รัญชานาที่อ่อนแอ รัญชานาที่เกาะชายผ้าเขาแน่นเหมือนปลิงดูดเลือด ผู้หญิงที่ไม่มีวันกล้าก้าวขาออกจากกรงทองหลังนี้หรอก
"เล่นเกมอะไรอีก รัญชนา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความเบื่อหน่าย เขาวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะเสียงดังปั้ง "ถ้าอยากได้เงินเพิ่มก็บอกกันดีๆ ไม่เห็นต้องทำเป็นประชดประชันน่ารำคาญแบบนี้ ใบหย่าบ้าบออะไร... ฉันไม่มีเวลามาเล่นละครน้ำเน่ากับเธอหรอกนะ"
"ฉันไม่ได้เล่นละครค่ะ"
รัญชานายืดตัวขึ้นอย่างสง่างาม ดวงตากลมโตที่เคยรื้นไปด้วยน้ำตา บัดนี้กลับเปล่งประกายคมปลาบ เยชา เย็นชา และเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวที่ภาคินไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต
"และฉันก็ไม่ได้ต้องการเงินของคุณแม้แต่บาทเดียว ทรัพย์สินระหว่างสมรสที่กฎหมายให้สิทธิ์ ฉันสละสิทธิ์ทั้งหมด สิ่งเดียวที่ฉันต้องการจากคุณในคืนนี้... คือลายเซ็นตรงช่อง 'ผู้หย่า' ด้านล่างนั่น"
นิ้วเรียวสวยภายใต้เล็บเจลสีนู้ดเรียบหรูจิ้มลงไปบนบรรทัดสุดท้ายของเอกสาร
ภาคินขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาในอกอย่างไม่มีสาเหตุ เขารู้สึกเหมือนสถานการณ์ที่เคยอยู่ในการควบคุมกำลังหลุดลอย มือหนาเอื้อมไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่าน กวาดสายตาผ่านตัวอักษรทางกฎหมายที่ร่างมาอย่างรัดกุมและไร้ช่องโหว่ สายตาคมกริบเลื่อนไปหยุดตรงลายมือชื่อของเธอ... 'รัญชนา' ถูกเขียนไว้อย่างบรรจงและเด็ดขาด
เธอตั้งใจ... เธอเตรียมการมาอย่างดี และแววตาคู่นั้นก็ไม่มีร่องรอยของการเรียกร้องความสนใจเลยแม้แต่น้อย
ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างวูบผ่านก้นบึ้งหัวใจของชายหนุ่ม มันไม่ใช่ความเสียใจ แต่มันคือความหงุดหงิดระคนไม่พอใจที่เหยื่อในกำมือกล้าดียังไงมาสะบัดหน้าใส่เขา
"เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้ามาสั่งฉัน?" ภาคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยแรงกดดันอันมหาศาล มือหนาเอื้อมไปบีบคางมนของภรรยาไว้แน่น บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตา รสชาติของความโกรธกรุ่นแผ่ซ่านในอากาศ "อยากหย่านักใช่ไหม? อยากไปหาไอ้ผู้ชายคนไหนถึงได้กล้าหาญขนาดนี้ หึ... คิดว่าออกไปจากบ้านฉันแล้วจะไปเสวยสุขที่ไหนได้งั้นสิ"
รัญชานาไม่แม้แต่จะสะดุ้งสะเทือน เธอยอมให้เขาบีบคางจนผิวเนื้อขึ้นรอยแดงระเรื่อ ทว่ารอยยิ้มเยาะเย้ยกลับผุดขึ้นที่ริมฝีปากอิบอิ่ม
"จะใครหน้าไหนก็ช่าง... แต่มันคงดีกว่าการทนอยู่กับสามีที่ไร้หัวใจและเห็นแก่ตัวอย่างคุณอย่างแน่นอนค่ะ"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิง ภาคินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้น ปฏิกิริยาต่อต้านของเธอกระตุ้นสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเขาให้ตื่นขึ้นอย่างรุนแรง ในเมื่อเธอยากจะไปนัก เขาก็จะทำให้เธอรู้ว่าการเดินออกไปจากชีวิตของภาคินคนนี้ มันมีราคาที่ต้องจ่ายแพงมหาศาลแค่ไหน!
ร่างสูงกระชากข้อมือเล็กเข้าหาตัวอย่างแรงจนรัญชนาเซถลาเข้าปะทะกับแผงอกกว้าง กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นไวน์จางๆ ของเขาลอยเข้าปะทะนาสิก
"อยากหย่าเหรอ... ฝันไปเถอะ!"
ภาคินคำรามชิดริมฝีปากนุ่ม
"ในเมื่อเธอยังเป็นภรรยาตามกฎหมายของฉัน... คืนนี้ฉันจะทบทวนหน้าที่ที่เธอควรทำมาตลอดสามปีนี้ให้เธอได้จำจนวันตาย!"
สิ้นคำประกาศิต ริมฝีปากหยักร้อนก็ก้มลงประกบจูบทาบทับลงมาทันทีโดยไม่มีการลังเล เป็นจูบที่ไร้ซึ่งความอ่อนโยน เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ความดุดัน และการลงทัณฑ์เพื่อขยี้ศักดิ์ศรีของเธอให้แหลกคามือ
รัญชานาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ชั่ววูบหนึ่งความทรงจำอันเจ็บปวดจากการถูกย่ำยีในอดีตผุดขึ้นมาในหัว แต่คราวนี้... เธอบอกกับตัวเองว่านี่คือการชำระบัญชีครั้งสุดท้าย ก่อนที่เธอจะเป็นอิสระอย่างแท้จริง
มือหนาตะปบเข้าที่ท้ายทอยของเธอ บังคับให้อ้าปากรับสัมผัสรุนแรง ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ รสชาติของไวน์โรเซ่ปะปนกับกลิ่นไอความเร่าร้อนสะท้านสะเทือนผิวกาย ภาคินขบเม้มริมฝีปากเธอกระทั่งได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ความโกรธแค้นเปลี่ยนแปรเป็นความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่พุ่งพล่านขึ้นอย่างรวดเร็ว สัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้ไปตามสัดส่วนเว้าโค้งเริ่มเปลี่ยนความหมายจากากรลงทัณฑ์เป็นความเร่าร้อนที่แผดเผาทุกอณูผิว
ชุดเดรสผ้าไหมราคาแพงถูกกระชากด้วยมือเพียงข้างเดียวจนกระดุมหลุดกระเด็น ผิวเนื้อเนียนละเอียดสะท้อนกับแสงไฟสีส้มสลัว รัญชานาหอบหายใจสะท้านยามเมื่อมือร้อนผ่าวของเขาบีบเคล้นสะโพกกลมกลึงอย่างแรงจนเกิดรอยมือแดงเถือก ความวาบหวามสายหนึ่งแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลังจนเธอเผลอแอ่นกายรับสัมผัสโดยไม่รู้ตัว
ภาคินช้อนร่างบางขึ้นแนบอกโดยไม่ยอมผละริมฝีปากออกแม้แต่วินาทีเดียว เขาก้าวเดินไปที่โซฟาตัวยาวกลางห้องรับแขกอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของแผ่ซ่านในอากาศยามที่เขากดร่างเธอลงแนบเบาะกำมะหยี่สีเข้ม
"จำไว้... ว่าเธอไม่มีวันหนีฉันพ้น รัญชนา"
เสียงกระซิบพร่ากระซันชิดใบหู ร้อนผ่าวจนขนลุกซู่ ก่อนที่บทเพลงรักอันเร่าร้อน ป่าเถื่อน และเต็มไปด้วยแรงพายุอารมณ์จะโหมกระหน่ำซัดสาดใส่กันในค่ำคืนสุดท้ายของการแต่งงานอย่างไร้ความปรานี
---
ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้...
ในห้องนอนใหญ่ที่เงียบสงบ ภาคินตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะความกระหายน้ำ แสงจันทร์สาดส่องลอดผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามาภายในห้อง กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิที่รัญชานาชอบใช้ยังคงหลงเหลืออยู่จางๆ บนหมอนข้างกาย ทว่า... พื้นที่ข้างตัวกลับว่างเปล่าและเย็นเฉียบ
เขาลุกขึ้นนั่ง ขยี้ผมตัวเองอย่างหงุดหงิดพลางกวาดสายตามองไปรอบห้อง ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างบีบแน่นในอกจนหายใจไม่ทั่วท้อง
บนโต๊ะเครื่องแป้ง... เอกสารแผ่นเดิมที่เขาปัดตกพื้นเมื่อคืนถูกวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย พร้อมกับปากกาหมึกซึมราคาแพง และที่มุมขวาล่างนั้น... มีลายเซ็นของ 'รัญชนา' ปรากฏอยู่เด่นชัดครบถ้วนสมบูรณ์
และไม่ใช่แค่นั้น... ข้างๆ ใบหย่า มีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ทว่าเฉียบคมวางทับไว้อีกที
*‘ลาก่อนค่ะ... คุณภาคิน ขอให้มีความสุขกับชีวิตที่คุณโหยหา ส่วนฉันและลูก... ขอตัวไปใช้ชีวิตของพวกเราเองค่ะ’*
คิ้วหนาขมวดเข้าหากันจนแทบผูกเป็นปม ลูก? รัญชนาท้องงั้นหรือ? ผู้หญิงคนนั้นกล้าดียังไงถึงกล้าซ่อนเรื่องใหญ่ขนาดนี้จากเขา!
ด้วยความโมโหและสังหรณ์ใจประหลาด ภาคินก้าวเท้าลงจากเตียง สวมเสื้อคลุมผ้าไหมลวกๆ แล้วเดินตรงไปยังห้องแต่งตัวและห้องนอนสำรองของภรรยา เปิดประตูเข้าไปด้วยความกระชาก ทว่าสิ่งที่พบมีเพียงความว่างเปล่า ตู้เสื้อผ้าโล่งเตียนอย่างไร้ร่องรอย รองเท้าและข้าวของส่วนตัวหายเกลี้ยง ราวกับว่าผู้หญิงที่ชื่อรัญชานาไม่เคยมีตัวตนอยู่จริงในบ้านหลังนี้
ฉับพลัน... สายตากลับเหลือบไปเห็นกระดาษซองสีน้ำตาลชิ้นหนึ่งตกอยู่ข้างถังขยะ เป็นเอกสารทางการแพทย์ที่ถูกขยำทิ้งไว้ครึ่งๆ กลางๆ ภาคินก้มลงเก็บมันขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนจะคลี่กระดาษแผ่นนั้นออกดู
ตัวอักษรบนใบรายงานผลตรวจสุขภาพและผลอัลตราซาวด์ปรากฏแก่สายตาอย่างชัดเจน...
*‘ผลการตรวจตั้งครรภ์: ครรภ์แฝด อายุครรภ์ 12 สัปดาห์’*
และภาพถ่ายขาวดำใบเล็กๆ ที่แนบมาด้วย... เผยให้เห็นก้อนเนื้อกลมๆ สองก้อนกำลังเติบโตอย่างแข็งแรง หัวใจดวงน้อยๆ สองดวงที่เต้นอยู่ภายในร่างของผู้หญิงที่เขาเพิ่งจะเซ็นใบหย่าและขับไล่ไสส่งเมื่อคืนนี้!
หัวใจของภาคินกระตุกวูบ ดิ่งหล่นลงไปถึงตาตุ่ม ความชาหนาแล่นริ้วขึ้นมาถึงสมอง ภาพใบหน้าเยชา รอยยิ้มเย้ยหยัน และคำพูดเด็ดเดี่ยวของเธอก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทซ้ำไปซ้ำมา
เธอกล้าหย่ากับเขา... และเธอกล้าพาเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาหนีหายไปอย่างไร้ร่องรอย!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกดราม่าอันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกับชฎาพรายไวน์แดงนะคะ
ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก•ตอนที่ 1
ใบหย่าบนโต๊ะกระจก
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!