เสียงล้อกระเป๋าเดินทางลากผ่านพื้นปูนซีเมนต์ขัดมันดัง *กุกกัก* เป็นจังหวะเดียวกับเสียงหัวใจของรัญชนาที่เต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนกปนโล่งอก กลิ่นอายของบ้านไม้เก่าแก่ริมคลองในจังหวัดชลบุรีโชยมาปะทะนาสิก พร้อมกับเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กแฝดวัยสามขวบที่กำลังวิ่งไล่จับผีเสื้อกันอย่างสนุกสนานบนสนามหญ้าหน้าบ้านพักหลังย่อม
ที่นี่... ไกลแสนไกลจากคฤหาสน์หลังใหญ่โตมโหฬารในกรุงเทพมหานคร ที่ซึ่งเธอเคยถูกจองจำไว้ด้วยสถานะภรรยาในนามและกรงทองที่ไร้ซึ่งความรัก
"ทางนี้เลยค่ะคุณแม่! น้องรันเจอ ดอกไม้สีม่วงด้วย!" เสียงใสแจ๋วของเด็กชายรันดังขึ้น พร้อมกับช่อดอกไม้หญ้าเล็กๆ ที่ยื่นมาตรงหน้า รัญชนาทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ใช้สองมือประคองร่างเล็กของลูกชายเข้าสู่อ้อมกอด สัมผัสอุ่นละมุนจากเนื้อตัวของแก้วตาดวงใจคือเครื่องยืนยันชั้นดีว่า การตัดสินใจหันหลังให้กับภาคินในคืนนั้น คือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดในชีวิต
"เก่งมากค่ะคนดีของแม่..." รัญชนาจูบหน้าผากมนของลูกชายสลับกับลูกสาวอย่างทะนุถนอม ดวงตากลมโตคู่นั้นช่างถอดแบบมาจากผู้ชายใจร้ายคนนั้นเสียเหลือเกิน จนบางครั้งเธอดใจหาย แต่กระนั้น ความรักและความผูกพันที่เธอมีต่อลูกทั้งสองก็มากเกินกว่าจะแบ่งพื้นที่ให้ใครอื่นเข้ามาทำร้ายได้อีกแล้ว
"รัญ ทางนี้จ่ะ กาแฟร้อนๆ กับขนมเปี๊ยะโฮมเมดฝีมือพี่เอง"
มธุura หรือ 'มัท' เพื่อนสนิทสมัยมหาวิทยาลัยผู้ใจดี ยื่นแก้วเซรามิกส่งให้พร้อมรอยยิ้มอบอุ่น มัทคือคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยชีวิตรัญชนาในวันที่เธอไร้หนทาง ทั้งจัดหาบ้านเช่าหลังนี้ จัดเตรียมทุกอย่างให้พร้อมสำหรับการเริ่มต้นใหม่โดยไม่ต้องใช้เงินสักบาทจากตระกูลอัครเดชากุล
รัญชมารับแก้วกาแฟมาถือไว้ ปลายนิ้วเรียวยังคงสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในคืนก่อนหลบหนี
*"ถ้าเธอคิดจะไปจากฉัน รัญชนา ก็จำไว้ว่าเธอจะไม่ได้อะไรติดตัวไปเลยแม้แต่บาทเดียว!"*
คำพูดเย่อหยิ่งและแววตารingเกลียดชังของภาคินยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท ผู้ชายคนนั้นมั่นใจในอำนาจเงินและอิทธิพลของตัวเองเสียเหลือเกิน เขาคิดว่าผู้หญิงอ่อนแออย่างเธอไม่มีวันบินหนีจากกรงเล็บของเขาพ้น แต่เขาคงลืมไปว่า... คนที่ตายทั้งเป็นมาตลอดสามปี ไม่มีอะไรต้องหวาดกลัวอีกต่อไปแล้ว
"ขอบคุณมากนะมัท ถ้าไม่ได้เธอ รัญกับลูกก็ไม่รู้จะไปซุกหัวนอนที่ไหน" รัญชนาเอ่ยเสียงเครือ ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยหยาดน้ำใส
"บ้าจริง อย่ามาทำซึ้งแถวนี้เลยน่ารัญ" มัทวางมือลงบนไหล่บางแล้วบีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ "เธอสู้มามากพอแล้ว ถึงเวลาที่ต้องมีความสุขเสียที ยัยแฝดสองคนนี้ก็โตเป็นเด็กดีขนาดนี้แล้ว อีกหน่อยรัญเปิดร้านเบเกอรี่เล็กๆ ตามฝัน รับรองว่าชีวิตเราจะรุ่งโรจน์ ไม่ต้องไปทนก้มหัวให้ใครหน้าไหนอีกทั้งนั้น!"
รัญชนายิ้มรับ คำพูดของเพื่อนรักช่วยชุบชูหัวใจที่บอบช้ำให้กลับมาเข้มแข็งขึ้นได้อีกครา เธอสูดลมหายใจเข้าลึก3 เพื่อซึมซับอากาศบริสุทธิ์ของบ้านหลังใหม่ สลัดภาพเงาอันมืดมนของสามีเก่าออกไปจากห้วงความคิดให้หมดสิ้น
เวลาผ่านไปเกือบสัปดาห์ ชีวิตในต่างจังหวัดดำเนินไปอย่างเรียบง่ายและมีความสุข รัญชนาเริ่มปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี เธอยังวางแผนที่จะใช้ฝีมือการทำขนมที่เคยเรียนรู้มาเปิดร้านเล็กๆ หน้าบ้าน เพื่อสร้างรายได้เลี้ยงดูลูกทั้งสองด้วยลำแข้งของตัวเอง โดยมีรอยยิ้มเสียงหัวเราะของน้องรันและน้องริณเป็นพลังขับเคลื่อนในทุกๆ วัน
บ่ายวันนั้น แสงแดดอ่อนๆ ทอประกายสาดส่องลงมายังระเบียงไม้หน้าบ้าน รัญชนากำลังง่วนอยู่กับการคัดเลือกเมล็ดกาแฟสำหรับทำขนม ขณะที่เด็กแฝดกำลังนั่งระบายสีหนังสือภาพอย่างตั้งอกตั้งใจ บรรยากาศอันแสนสงบสุขนี้คือสิ่งที่เธอโหยหามาเนิ่นนาน
กระทั่ง... เสียงเครื่องยนต์รถยนต์หรูราคาแพงที่แล่นเข้ามาจอดสนิทอยู่หน้าบ้านพักหลังเล็ก ทำให้ลมหายใจของรัญชนาสะดุดกึก
เสียงปิดประตูรถดังปัง! ตามมาด้วยฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาในรั้วบ้านอย่างไม่เกรงใจใคร รัญชนาเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเงาร่างสูงใหญ่คุ้นตาปรากฏขึ้นตรงหน้า
ภาคิน... เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?!
ชายหนุ่มยืนตระหง่านอยู่ในชุดสูทสีเข้มที่ยับยี้ยี่เล็กน้อย ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองไปรอบๆ บริเวณบ้าน ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางของอดีตภรรยาที่ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา ความเงียบงันเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นโครมคราม
ภาคินไม่เอ่ยคำทักทายใดๆ เขาก้าวสาวเท้าย่างสามขุมเข้ามาหารัญชนาอย่างคุกคาม ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววเยียบเย็นและน่ากลัวเกินกว่าที่เธอเคยเห็น ร่างสูงหยุดยืนค้ำหัวเธอ ปล่อยให้ความกดดันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
"คิดจะหนีไปให้พ้นหน้าฉัน... มันง่ายไปหน่อยไหม รัญชนา" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความกรุ่นโกรธ
รัญชนาลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขา แม้ขาจะสั่นเทาแต่แววตาของเธอกลับฉายความเด็ดเดี่ยว ไม่ยอมจำนนเช่นในอดีตอีกต่อไป "คุณตามมาที่นี่ได้ยังไง..."
ภาคินไม่ตอบคำถามนั้น ทว่าสายตาคมกริบของเขากลับเหลือบไปเห็นเด็กแฝดสองคนที่กำลังเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ด้วยความหวาดระแวง ร่างสูงชะงักกึก ลมหายใจของเขาติดขัดเมื่อกวาดสายตามองใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชายและเด็กหญิงที่ถอดแบบพิมพ์เดียวกันกับเขาออกมาอย่างไร้ที่ติ... โดยเฉพาะแววตาดื้อรั้นคู่นั้น
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ดราม่าอันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกับชฎาพรายไวน์แดงนะคะ
ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก•ตอนที่ 3
การเดินทางสู่โลกใบใหม่
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!