กลิ่นอายของธูปหอมหมื่นลี้ผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ยังคงติดตรึงอยู่ที่ปลายประสาทสัมผัส ราวกับว่าความตายอันแสนเจ็บปวดเมื่อครู่ เป็นเพียงความฝันร้ายที่เพิ่งผ่านพ้นไป
หลินหว่านเอ๋อร์สะดุ้งเฮือก ร่างบางภายใต้อาภรณ์ไหมปักลายหงส์เพลิงสีชาดสั่นสะท้าน นางกอบกุมหน้าอกด้านซ้ายของตนเองไว้แน่น จังหวะการเต้นของหัวใจระรัวเร็วราวกับกลองศึก แผ่นหลังชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ ดวงตาหงส์คู่คมกวาดมองไปรอบห้องหอที่ประดับประดาด้วยสีแดงมงคลอย่างตื่นตระหนก ม่านมุ้งผ้าโปร่งสีชาดพลิ้วไหวตามแรงลมราวนัยน์ตาปีศาจ เทียนแดงเล่มใหญ่บนโต๊ะไม้ฮวาหลีหลอมละลายหยดลงมาเป็นทางยาว ภาพความทรงจำอันแสนอัปiยศและโหดร้ายในชาติภพก่อนหลั่งไหลทะลักเข้ามาในสมองราวกับเขื่อนแตก
วันพรุ่งนี้... คือวันแต่งงานที่นางโง่เขลาเอาชีวิตและจิตวิญญาณเข้าแลก
วันพรุ่งนี้ที่นางจะก้าวเข้าสู่ตำหนักขององค์ชายสาม บุรุษผู้สวมหน้ากากหยกแต่จิตใจดำมืดดั่งขุมนรก ผู้ซึ่งใช้ให้นางร่างแผนการรบและกลยุทธ์ชิงบัลลังก์จนเหยียบย่ำศพตระกูลหลินจนไม่เหลือชิ้นดี ก่อนจะมอบยาพิษสลายกระดูกและรอยยิ้มเยือกเย็นให้เป็นของขวัญส่งท้ายในคืนวันมงคล
"คุณหนูเจ้าคะ บ่าว... บ่าวเข้ามานะเจ้าคะ"
เสียงเคาะประตูกระดาษสาแผ่วเบาพร้อมเสียงเปิดประตูที่ดังเอี๊ยดอาด ทำลายภวังค์ความคิดของหลินหว่านเอ๋อร์ลง
เสี่ยวเตา สาวรับใช้คนสนิทก้าวเข้ามาด้วยท่าทางเร่งรีบ ในมือประคองสำรับเครื่องกระเบื้องเคลือบสีฟ้าครามบรรจุชาสมุนไพรบำรุงกำลังมาด้วย ทว่าดวงตาของบ่าวรับใช้ผู้นี้กลับหลบซ่อนความลุกลี้ลุกลนไว้อย่างแนบเนียน—*แนบเนียนสำหรับคนโง่ในอดีต แต่มันช่างน่าสมเพชเสียเหลือเกินในสายตาของกุนซือผู้ฟื้นคืนชีพ*
หลินหว่านเอ๋อร์หรี่ตามองร่างของเสี่ยวเตา ชุดผ้าฝ้ายสีหม่นที่สวมใส่ถูกตัดเย็บด้วยเนื้อผ้าชั้นดีเกินกว่าฐานะบ่าวไพร่ทั่วไป นั่นคือสิ่งที่องค์ชายสามพระราชทานให้เป็นสินบน
"เจ้าถืออะไรมาหรือ... เสี่ยวเตา" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นเยียบจนคนฟังถึงกับสันหลังวาบ
เสี่ยวเตาชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มฝืนๆ ถูกปั้นแต่งขึ้นบนใบหน้า "เรียนคุณหนู นี่คือชาโสมพันปีที่องค์ชายสามทรงจัดเตรียมมาให้ท่านดื่มบำรุงสุขภาพก่อนเข้าพิธีวิวาห์ในวันพรุ่งนี้เจ้าค่ะ พระองค์ทรงห่วงใยคุณหนูยิ่งนัก เกรงว่าท่านจะเหน็ดเหนื่อยกับการเตรียมตัวเจ้าค่ะ"
*ห่วงใยอย่างนั้นหรือ? ห่วงใยจนอยากให้ตระกูลหลินพินาศสิ้นซากต่างหาก*
หลินหว่านเอ๋อร์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ ทำเอาเสี่ยวเตาหน้าถอดสี นางค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียงนอน ชายกระโปรงยาวลากพื้นทิ้งตัวลงอย่างสง่างาม ท่วงท่าการเดินเยื้องย่างราวนางพญาหงส์ผู้สูงศักดิ์ กิริยาอาการที่เปลี่ยนไปราวคนละคนนี้ทำให้อุณหภูมิภายในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน
"วางไว้ตรงนั้นสิ" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงอำนาจจนเสี่ยวเตารีบวางถาดน้ำชาลงบนโต๊ะด้วยความสั่นเทาโดยอัตโนมัติ
ดวงตาคู่คมกริบดั่งใบมีดกวาดมองถ้วยชาสีคราม กลิ่นหอมหวานของดอกกุ้ยฮวาอำพรางกลิ่นฉุนประหลาดของ 'ผงอัคคีทجิ' ยาพิษไร้สีไร้กลิ่นที่ออกฤทธิ์กัดกร่อนลำไส้ภายในสามลมหายใจ ชาถ้วยนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อบำรุง แต่มีไว้เพื่อทดสอบความซื่อสัตย์... หรือเพื่อกำจัดเสี้ยนหนามที่อาจแปรพักตร์ก่อนเวลาอันควร
ในชาติก่อน นางดื่มมันลงไปโดยปราศจากความเคลือบแคลง ปล่อยให้พิษร้ายแผดเผาภายในจนแทบกระอักเลือดในคืนแต่งงาน แต่วันนี้... มือเรียวบางที่เคยสั่นเทด้วยความรักอันโง่เขลา บัดนี้กลับเอื้อมไปหยิบถ้วยชานั้นขึ้นมาอย่างมั่นคง
เสี่ยวเตาลอบกลืนน้ำลายลงคอ มือทั้งสองข้างประสานกันแน่นด้วยความตื่นตระหนก
หลินหว่านเอ๋อร์ยกถ้วยชาขึ้นจรดริมฝีปาก ปลายจดจำสัมผัสไอร้อนที่ระเหยขึ้นมา นางชะอักชะอั้นเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้เสี่ยวเตารู้สึกเหมือนมีคมมีดมาจ่ออยู่
"ชาถ้วยนี้... รสชาติคงจะหอมหวานบาดคอดีแท้นะคะ เสี่ยวเตา"
"คุณ... คุณหนูตรรัสสิ่งใดกันเจ้าคะ บ่าวไม่เข้าใจ" เสี่ยวเตาละล่ำละลักละลานเสียงสั่น
"ไม่เข้าใจอย่างนั้นหรือ?"
หลินหว่านเอ๋อร์วางถ้วยชาลงกระแทกกับจานรองเสียงดัง **เพล้ง!** น้ำชาสีอำพันกระเซ็นเปรอะเปื้อนโต๊ะไม้ฮวาหลีราคาแพง กลิ่นฉุนของพิษร้ายฟุ้งกระจายชัดเจนขึ้น นางก้าวเข้าไปประชิดตัวสาวรับใช้ด้วยความเร็วที่ไม่เปิดโอกาสให้ตั้งตัว นิ้วเรียวบอบบางเอื้อมไปบีบคางของเสี่ยวเตาไว้แน่นจนใบหน้านั้นบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
"เจ้าคิดว่าข้าคือหลินหว่านเอ๋อร์คนเดิม ผู้หญิงโง่เง่าที่ยอมถวายหัวใจให้สุนัขรับใช้เช่นพวกเจ้าอย่างนั้นสินะ!"
"โอ๊ย! คุณหนู ปล่อยเถอะเจ้าค่ะ บ่าวเจ็บ บ่าวไม่รู้เรื่องอะไรเลย!" เสี่ยวเตากรีดร้องด้วยความหวาดกลัว หยดน้ำตาไหลพรากอาบแก้ม
หลินหว่านเอ๋อร์โน้มใบเข้าไปใกล้กระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ดุจเสียงกระซิบจากยมทูตแห่งขุมนรก "กลับไปบอกเจ้านายของเจ้า... ว่าชาถ้วยนี้ ข้าขอส่งคืนให้เขาก่อน ส่วนบัญชีแค้นระหว่างตระกูลหลินกับองค์ชายสาม... ข้า—หลินหว่านเอ๋อร์ ผู้นี้ จะเป็นคนทยอยทวงคืนมันทีละต้นทุน ดอกเบี้ย และชีวิต!"
ฉับพลันนั้นเอง! ประตูห้องหอที่ปิดสนิทก็ถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากวงกบด้วยพลังลมอันรุนแรง เสียงไม้แตกหักดังสนั่นหวั่นไหว ท่ามกลางความมืดมิดของราตรีและสายฝนที่โปรยปรายด้านนอก เงาร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรเงินทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็วดั่งพายุหมุน กลิ่นอายสังหารอันเยือกเย็นและน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านกดทับทั่วทั้งตำหนักจนแทบหายใจไม่ออก
บุรุษผู้มีใบหน้าหล่อเหลาดั่งหยกสลัก ทว่าดวงตากลับเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี มุมปากหยักลึกประดับด้วยรอยยิ้มหยันที่ไร้ซึ่งความปรานี
เซียวจิ้งเหยียน... อ๋องผู้ถูกเนรเทศและถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏ ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของนาง แววตาคมกริบกวาดมองถ้วยชาพิษและสภาพตื่นตระหนกของบ่าวไพร่ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ดวงตาหงส์ที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวของสตรีตรงหน้า
"ดูเหมือนว่า... ว่าที่ชายาเอกขององค์ชายสาม จะกำลังต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญเสียแล้วกระมัง"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น พร้อมกับปลายกระบี่คมกริบในมือที่สะท้อนแสงไฟวับวาบ ชี้ตรงมาที่ลำคอระหงของหลินหว่านเอ๋อร์โดยปราศจากความลังเลแม้แต่น้อย
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลามาฟาดฟันอำนาจมืดไปพร้อมกับข้าในตอนนี้นะคะ
กุนซือหญิงผู้หวนคืนกับอ๋องทรราชผู้ถูกขีดฆ่า•ตอนที่ 1
เพลิงแค้นมอดไหม้คืนอดีต
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้หวนคืนกับอ๋องทรราชผู้ถูกขีดฆ่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
