ภัณฑารักษ์ครับ... หัวใจผมไม่ได้อยู่ที่นี่•ตอนที่ 1

แขกที่ไม่ได้รับเชิญ

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
“ถ้าคุณคิดจะเอาเศษเหล็กพวกนี้มาแปะทับโครงสร้างประวัติศาสตร์อายุร้อยปี ผมแนะนำให้เอาเวลากลับไปทบทวนใบปริญญาตรีสถาปัตย์ของคุณใหม่อีกสักรอบนะครับ คุณกวินทร์” น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงจัดแสดงนิทรรศการหลักของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติ ปลายปากกาหมึกซึมในมือของรวิศหยุดชะงักลงบนกระดาษรายงานสภาพความเสียหาย เขายังไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา ปล่อยให้ความเงียบงันอันหนักอึ้งทำหน้าที่กดดันบรรยากาศรอบตัวให้ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก แสงไฟสปอตไลท์สีนวลที่ส่องลงมาจากเพดานสูงลิบกระทบเข้ากับเส้นผมสีดำสนิทและกรอบแว่นสายตาไร้กรอบของภัณฑารักษ์หนุ่ม ขับเน้นให้ใบหน้าคมคายนั้นดูเยpชาและเข้าถึงยากเป็นทวีคูณ รวิศในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนขึ้นถึงข้อศอกกำลังยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ไม้สักเก่าแก่ สายตาคมกริบมองลอดผ่านเลนส์แว่นไปยังร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่กลางห้อง กวินทร์ สถาปนิกหนุ่มมือรางวัลผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหัวรั้นและดีไซน์ที่แหวกขนบ สวมเสื้อสูทสีชาเข้มทับเสื้อยืดสีดำสนทนาปราศจากความเกรงกลัว เขากำลังใช้มือข้างหนึ่งหมุนพิมแปลนกระดาษแผ่นใหญ่ม้วนโตในมือเล่นอย่างไม่ยี่หสอ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่รวิศลงความเห็นในใจมาตลอดสามเดือนเต็มว่าเป็นรอยยิ้มที่น่าหมั่นไส้ที่สุดในศตวรรษนี้ “ผมก็นึกว่าภัณฑารักษ์ผู้เลื่องชื่อเรื่องความเนี๊ยบ จะมีมุมมองที่กว้างไกลกว่าการนั่งจมปลักอยู่กับเศษอิฐเก่าๆ ที่ผุพังไปตามกาลเวลานะครับ คุณรวิศ” กวินทร์ตอบกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความเย้าแหย่แต่หนักแน่นในจุดยืนของตนเอง “โลกเขาไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว การอนุรักษ์ไม่ใช่การเก็บศพให้คงสภาพเดิมอย่างไร้ชีวิตชีวา แต่มันคือการทำให้ประวัติศาสตร์หายใจร่วมกับคนยุคปัจจุบันได้ต่างหาก” “หายใจ? หรือคุณแค่ต้องการสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองบนซากปรักหักพังของบรรพบุรุษกันแน่ครับ” รวิศก้าวเท้าออกจากหลังเคาน์เตอร์ ชายหนุ่มสูงโปร่งไม่แพ้กันเดินเข้าไปใกล้ร่างสูงของสถาปนิกหนุ่มทีละก้าวอย่างจงใจสร้างแรงกดดัน กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์หอมจางๆ เจือกลิ่นกระดาษเก่าลอยปะทะจมูก “ห้องโถงนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาความสมบูรณ์ของโบราณวัตถุ ไม่ใช่สนามเด็กเล่นให้สถาปนิกอีโก้สูงคนไหนมาทดลองไอเดียจัดจ้านของตัวเอง” กวินทร์ไม่ถอยหลังหนี เขากลับก้าวประชิดเข้าไปอีกครึ่งก้าว ดวงตาคมปลาบเป็นประกายวิบวับยามจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่น ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ ร่างสูงโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับสายตาเดียวกัน รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังที่ระคนความท้าทาย “ถ้าอีโก้ของผมมันทำให้คุณหันมามองผมได้นานกว่าสามวินาที ผมก็คิดว่ามันคุ้มค่าดีนะ” รวิศชะงักไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอสะดุดกึกไปครู่หนึ่งด้วยความคาดไม่ถึง เม็ดเลือดแดงสูบฉีดพุ่งขึ้นมาร้อนผ่าวที่พวงแก้มขาวอย่างห้ามไม่อยู่ แต่ด้วยสัญชาตญาณของการเป็นภัณฑารักษ์ผู้รักษาภาพลักษณ์ รวิศจึงรีบดึงสีหน้าให้กลับมาเรียบตึง เย็นชา และไร้ความรู้สึกโดยเร็วที่สุด “คุณพูดจาเหลိုးไหลอะไรของคุณ ออกไปจากพื้นที่ของผมได้แล้ว วันนี้เราไม่ได้นัดหมายเรื่องการสำรวจพื้นที่” รวิศเบี่ยงตัวหลบสายตาคู่นั้น พยายามสร้างระยะห่างระหว่างกัน มือเรียวยาวเอื้อมไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาถือไว้แน่นราวกับมันเป็นเกราะกำบัง “นัดหมายเหรอครับ?” กวินทร์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างมีเสน่ห์ “สำหรับงานสถาปัตย์ที่ต้องเดิมพันด้วยอนาคตของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ผมไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาอนุญาตหรอกครับ... อีกอย่าง ผมไม่ได้มาสำรวจพื้นที่ในฐานะสถาปนิกอย่างเดียวเสียหน่อย” รวิศขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ “แล้วคุณมาในฐานะอะไร?” ก่อนที่กวินทร์จะได้เอ่ยปากตอบคำถาม ประตูบานคู่ไม้สักทองแกะสลักโบราณที่กั้นระหว่างโถงนิทรรศการกับทางเดินด้านนอกก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้เสียงเตือน แรงลมเบาๆ พัดพาเอาความเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศเข้ามาปะทะแผ่นหลังของทั้งคู่ “คุณรวิศครับ! แย่แล้วครับ!” เสียงร้องตื่นตระหนกของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนวัตถุโบราณดังลั่นห้อง ร่างท้วมของชายหนุ่มวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดยืนหอบหายใจโยนอยู่ตรงหน้า ก่อนจะชี้มือสั่นเทาไปที่ประตูทางเข้าด้านทิศเหนือ “มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญ... กลุ่มใหญ่เลยครับ กำลังเดินตรงมาที่นี่โดยไม่ผ่านการคัดกรอง และที่สำคัญที่สุด...” เจ้าหน้าที่หนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “ท่านผู้อำนวยการพาคนๆ นั้นเดินนำมาด้วยตัวเองครับ!” รวิศหันขวับกลับไปมองทางประตูทันที ความหงุดหงิดระลอกใหม่พุ่งพล่านขึ้นมาในอก ใครกันที่มีอำนาจมากพอจะเดินดุ่มๆ เข้ามาในเขตกักเก็บโบราณวัตถุชั้นในโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ทว่า ทันทีที่ร่างสูงสง่าในชุดสูทสากลราคาแพงก้าวพ้นขอบประตูเข้ามา รวิศก็รู้สึกราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน ลมหายใจสะดุดติดอยู่ที่ลำคอ ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ผู้ชายคนนั้น... คนที่กวินทร์เคยเอ่ยปากพาดพิงถึงเมื่อสัปดาห์ก่อน คนที่รวิศภาวนาขอให้ยังอยู่ต่างประเทศไปอีกสักครึ่งปี ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว รอยยิ้มทรงเสน่ห์แต่แฝงความร้ายกาจประดับอยู่บนมุมปากของแขกผู้มาเยือนคนนั้นอย่างชัดเจน “สวัสดีครับ คุณภัณฑารักษ์... ผมได้ยินมาว่าพิพิธภัณฑ์นี้มีอะไรที่น่าสนใจกว่าตัวตึกเก่าๆ เยอะ หวังว่าคุณคงจะไม่รังเกียจที่จะให้ผม ‘รื้อ’ ดูให้ทั่วทุกซอกทุกมุมนะครับ” รวิศยืนแข็งทื่อเป็นหิน มือที่ถือแฟ้มเอกสารกำแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ ขณะที่กวินทร์กลับยืนกอดอกอมยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะเมื่อเห็นปฏิกิริยาของคนตรงหน้า ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดประตูบานแรกเข้าสู่โลกของพวกเขานะครับ แล้วพบกันในตอนถัดไปครับ!
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ครับ... หัวใจผมไม่ได้อยู่ที่นี่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%