อาถรรพ์รอยเลือด: ปริศนาจารึกวิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 1

รอยประทับที่มองไม่เห็น

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
“อย่าบอกนะพายัพว่านายยังเชื่อว่าคนเราสามารถหยุดหายใจไปดื้อๆ โดยที่เซลล์ทุกตัวในร่างกายยังทำงานเป็นปกติได้น่ะ?” เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าของศศิดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของสวนสาธารณะใจกลางเมือง กลิ่นอายของดินชื้นหลังฝนตกผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาตามลมทำให้บรรยากาศรอบข้างดูหนักอึ้ง พายัพไม่ได้หันไปมองคู่สนทนา สายตาของเขาจดจ้องอยู่ที่ร่างไร้วิญญาณบนพื้นหญ้าที่ถูกตัดแต่งอย่างดี ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพงนอนเหยียดยาว ดวงตาเบิกโพลงจ้องมองขึ้นไปยังท้องฟ้าสีหมึกที่ไร้แสงดาว “ในเชิงนิติเวช มันเรียกว่าภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันหรือระบบประสาทส่วนกลางถูกตัดขาดจากกระแสไฟฟ้าชีวภาพครับศศิ” พายัพตอบกลับ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความกร้าวแกร่ง เขาหยิบถุงมือยางขึ้นมาสวม “อย่าเอาทฤษฎีไสยเวทของเธอมาปนกับความจริงที่พิสูจน์ได้ ผมเกลียดการโยนความผิดให้สิ่งที่มองไม่เห็น” “แต่นี่คือสิ่งที่นายมองไม่เห็นจริงๆ พายัพ” ศศิก้าวเข้ามาใกล้จนเงาร่างของเขาทาบทับบนศพ เขาโน้มตัวลงต่ำ มือเรียวยาวชี้ไปยังลำคอของศพที่ปรากฏรอยปื้นสีเข้มคล้ายรอยนิ้วมือที่จางหายไป “ดูที่รอยพวกนี้สิ มันไม่ใช่การบีบคอ แต่มันคือ ‘รอยประทับ’ นายแยกไม่ออกระหว่างแรงกดทางกายภาพกับแรงกดทับทางจิตวิญญาณได้นานแค่ไหนแล้ว?” พายัพชะงักไปครู่หนึ่ง ภาพความทรงจำสีเทาหม่นของอดีตคู่หูที่ตายลงด้วยสภาพคล้ายคลึงกันผุดขึ้นมาในหัว เขาสลัดความคิดนั้นทิ้งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้มลงพิจารณาอักขระที่ดูเหมือนจะถูก ‘เขียน’ ไว้ด้วยหมึกสีดำมืดมิดบนผิวหนังช่วงหน้าอกของศพ มันไม่ได้อยู่บนผิวหนัง แต่มันเหมือนจารึกที่ซึมลึกอยู่ใต้ชั้นเนื้อเยื่อ “อักขระพวกนี้... มันเกิดจากปฏิกิริยาเคมีจากสารพิษที่ระเหยได้หรือเปล่า?” พายัพถาม แม้ในใจจะเริ่มสั่นคลอน “มันคือรอยประทับของ ‘ผู้ส่งสาร’ นายอาจจะเรียกมันว่าวิทยาศาสตร์ที่ล้ำหน้าจนกฎฟิสิกส์ตามไม่ทัน แต่สำหรับฉัน นี่คือลายเซ็นของสิ่งที่ไม่ควรถูกปลุกขึ้นมา” ศศิยืดตัวขึ้น แววตาที่เยือกเย็นคู่นั้นสะท้อนความสงสารจางๆ ซึ่งทำให้พายัพรู้สึกหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม “นายกำลังพยายามทำคดีฆาตกรรม ในขณะที่ความจริงแล้ว นายกำลังถูกไล่ล่าโดยคำสาปที่นายเองก็เป็นคนเริ่มมันตั้งแต่วันที่นายรอดจากคดีนั้น” พายัพกัดฟันแน่น “ผมไม่ได้เริ่มอะไรทั้งนั้น ผมแค่ทำหน้าที่ตำรวจ” “หน้าที่ที่แลกมาด้วยชีวิตของคนรอบข้างน่ะหรือ?” คำพูดของศศิเฉียบคมราวกับมีดผ่าตัด พายัพชะงักมือที่กำลังเก็บหลักฐาน เขาเงยหน้าขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนักวิชาการหนุ่ม “คุณรู้เรื่องคดีนั้นมากแค่ไหน ศศิ? ทำไมคุณถึงดูเหมือนจะรู้วิธีการทำงานของพวกมันมากกว่ากองพิสูจน์หลักฐาน?” ศศิไม่ได้ตอบทันที เขาเพียงแต่มองไปรอบๆ สวนสาธารณะที่ดูเหมือนจะกว้างใหญ่เกินจริงในยามวิกาล ก่อนจะโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูพายัพ น้ำเสียงของเขาสั่นไหวด้วยความเยือกเย็นที่ทำให้ขนลุกชัน “เพราะฉันคือคนที่เขียนบทนำของคดีนี้ให้พวกมันตั้งแต่ต้น... และตอนนี้ พวกมันต้องการนายไปเป็นบทสรุปของเรื่องราวนี้” พายัพชักปืนออกมาโดยสัญชาตญาณ แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะเล็งไปที่ศศิ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากเงามืดหลังพุ่มไม้ใหญ่ ไม่ใช่เสียงฝีเท้าคนเดียว... แต่เป็นเสียงลากวัตถุโลหะครูดไปกับพื้นหินขัด พายัพหันขวับไปทางต้นเสียงด้วยความระแวดระวัง ทว่าเมื่อแสงไฟฉายกราดผ่านความมืดไป สิ่งที่เขาพบกลับทำให้ลมหายใจแทบหยุดชะงัก บนผนังปูนของสวนสาธารณะ ไม่ได้มีแค่รอยคราบเลือดเก่าๆ แต่มีร่างของบุคคลหนึ่งถูกตรึงไว้กับผนังด้วยอักขระชนิดเดียวกันกับที่ปรากฏบนหน้าอกศพที่เขาเพิ่งตรวจ ร่างนั้นสวมเครื่องแบบเดียวกับคู่หูของพายัพที่ตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน และที่สำคัญที่สุด... ดวงตาของร่างนั้นค่อยๆ ลืมขึ้น จ้องมองมาที่พายัพพร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวเกินกว่ามนุษย์จะทำได้ “พายัพ...” เสียงนั้นแหบแห้งเหมือนคนไม่ได้ใช้ลำคอมานานหลายปี “ทำไมคืนนั้น... นายถึงทิ้งฉันไว้ให้มันกิน?” พายัพหน้าซีดเผือด ปืนในมือสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ นี่ไม่ใช่ทฤษฎีทางจิตวิทยา นี่ไม่ใช่คดีฆาตกรรมปกติ นี่คือฝันร้ายที่กำลังกัดกินความจริงของเขาให้มลายสิ้น ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในความมืดมิดครั้งนี้กับผม "เพชรตาเสือโบราณ" นะครับ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาถรรพ์รอยเลือด: ปริศนาจารึกวิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%