เงาจันทร์สลักรอยแค้น•ตอนที่ 1

รอยโลหิตบนหิมะขาว

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
กลิ่นอายของยาขมและควันธูปในตำหนักเย็นเมื่อห้าปีก่อน ยังคงติดตรึงอยู่ปลายประสาทสัมผัสของไป๋ลี่หลิน ราวกับรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย หิมะโปรยปรายลงมาดั่งเกล็ดเกลือที่โปรยลงบนบาดแผลฉกรรจ์ ความหนบหนาวเหน็บลึกถึงไขกระดูก ทว่าความเย็นเยียบภายในทรวงอกของนางกลับเหน็บหนาวเสียยิ่งกว่าบรรยากาศเบื้องนอก ม้าศึกสีหมอกพ่นลมหายใจเป็นไอสีขาวขุ่นยามเมื่อกีบเท้ากระทบลงบนพื้นถนนปูด้วยแผ่นศิลาแห่งเมืองหลวงที่นางเคยถูกเนรเทศออกไปด้วยความอัปยศ "พระชายา... ถึงหน้าประตูเมืองแล้วเจ้าค่ะ" เสียงกระซิบอันสั่นเครือของอี้เหนียง สาวใช้ผู้ร่วมเป็นร่วมตายกับนางดังขึ้นจากด้านข้าง ไป๋ลี่หลินมิได้ขยับกาย นางยังคงนั่งนิ่งอยู่ภายใต้ผ้าม่านกำมะหยี่สีนิลหนาทึบของรถม้าคันใหญ่ ดวงตาดอกท้อคู่คมกริบมองลอดช่องว่างผ้าม่านออกไปเบื้องนอก เมืองหลวงที่นางเคยจากมาในสภาพของนักโทษประหารผู้ถูกตราหน้าว่าทรยศแผ่นดิน บัดนี้... นางได้ก้าวเท้ากลับมาเหยียบย่าง ณ ที่แห่งนี้อีกครั้งแล้ว ด้วยฐานะที่แม้แต่เงาของตระกูลมู่หรงก็มิอาจเทียบเคียง ห้าปีที่นางต้องกลืนกินหยาดน้ำตาและความเจ็บปวดเจียนตายในดินแดนรกร้าง ห้าปีที่ชีวิตน้อยๆ ในครรภ์ของนางต้องเติบโตมาท่ามกลางความแค้นเคืองและความยากลำบาก ไป๋ลี่หลินยกมือเรียวขึ้นลูบหน้าท้องแบนราบภายใต้เสื้อคลุมขนจิ้งจอกขาวแสนอบอุ่น ความลับที่นางซ่อนเร้นไว้ภายใต้รอยยิ้มอันเย็นชา... คืออาวุธร้ายที่จะใช้กรีดแทงหัวใจของบุรุษผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของนางให้แหลกคาดิน *มู่หรงจิ้น... ท่านยังจำสตรีที่ท่านเคยผลักไสไล่ส่งผู้นี้ได้หรือไม่?* รถม้าเคลื่อนตัวผ่านประตูเมืองเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางผู้คนที่เดินขบวนกันอย่างเร่งรีบหลบภัยหนาว ไป๋ลี่หลินปรายตามองป้ายหินสลักชื่อตระกูลอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกล ตำหนักอ๋องจิ้น... สถานที่ที่เคยเป็นดั่งขุมนรกสำหรับนาง บัดนี้มันช่างดูทรุดโทรมลงในสายตาของนาง เปรียบประดุจจิตใจของเจ้าของตำหนักที่คงเหลือไว้เพียงซากปรักหักพังแห่งความสำนึกผิด "พาคุณชายเล็กเข้าไปพักผ่อนในโรงเตี๊ยมพฤกษาครามก่อนเถอะอี้เหนียง เดินทางไกลมาหลายวัน เด็กๆ คงอ่อนเพลีย" น้ำเสียงของนางราบเรียบ ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความหวาดหวั่น มีเพียงความเด็ดเดี่ยวราวน้ำแข็งพันปี "เจ้าค่ะ พระชายา..." อี้เหนียงรับคำ ก่อนจะหันไปประคองเด็กชายวัยสี่ขวบผู้หนึ่งที่กำลังงัวเงียตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล เด็กชายผู้นั้นมีดวงพักตร์จิ้มลิ้มพริ้มเพรา คิ้วเข้มดั่งพู่กันจีน และดวงตากลมโตคู่คมที่ฉายแววเฉลียวฉลาดเกินวัย รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของไป๋ลี่หลินยามทอดมองบุตรชาย ดวงตาคู่นี้... จมูกโด่งรั้นคู่นี้ ถอดแบบมาจากบิดาผู้ให้กำเนิดราวกับแกะพิมพ์ เป็นหลักฐานชิ้นเอกที่มู่หรงจิ้นไม่มีวันปฏิเสธได้ลง หากความจริงนี้ถูกเปิดเผยออกไป ในขณะเดียวกัน ณ ท้องพระโรงหลวงอันโอ่อ่า มู่หรงจิ้น ในชุดคลุมปักลายมังกรห้าเล็บสีดำสนิท กำลังยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าหน้าต่างบานใหญ่ สายตาคมกริบทอดยาวออกไปเบื้องนอกอย่างไร้จุดหมาย หัวใจของเขาถูกกัดกินด้วยความว่างเปล่ามาเนิ่นนานนับตั้งแต่รอยเลือดบนหิมะขาวในวันนั้น วันที่เขาโง่เขลาเบาปัญญาปล่อยให้สตรีผู้เป็นดวงใจต้องถูกเนรเทศออกไปอย่างไร้ความปรานี กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยขาวลอยมาแตะจมูก ราวกับภาพหลอนที่ตามหลอกหลอนเขาในยามค่ำคืน ทุกคราที่ลมหนาวพัดผ่าน เขามักจะเห็นเงาร่างของนางยืนอยู่ตรงนั้น... ร่างบางที่เคยเอ่ยคำอ้อนวอนขอความเห็นใจจากเขา แต่เขากลับมอบให้เพียงความเย็นชาและคำตราหน้าว่านางเป็นกาลกิณี "ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ..." เสียงทุ้มต่ำขององครักษ์ประจำตัวดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างที่คุกเข่าลงเบื้องหน้า "สายสืบมารายงานว่า มีรถม้าปริศนาจากแดนใต้เดินทางมาถึงเมืองหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ และ..." มู่หรงจิ้นหันขวับกลับมา แววตาดุดันฉายแววระแวงระวัง "และอะไร? พูด!" "และ... มีเด็กชายวัยราวสี่ขวบเดินทางมากับคณะเดินทางนั้นด้วยพ่ะย่ะค่ะ หน้าตาของเด็กคนนั้น...ละม้ายคล้ายคลึงกับพระชายาและใต้เท้า... เอ๊ย คล้ายกับท่านอ๋องยิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ" ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจกระหม่อม มู่หรงจิ้นก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ลมหายใจสะดุดกึก ร่างสูงใหญ่พลันสั่นเทิ้มด้วยความรู้สึกที่โถมซัดเข้ามาประเดประดัง ทั้งความหวาดกลัว ความหวังอันริบหรี่ และความเจ็บปวดที่แทรกซึมไปทุกอณูขุมขน เด็กชาย... หน้าตาเหมือนเขา? หรือว่า... นางไม่ได้จากไปเพียงลำพัง? มู่หรงจิ้นกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนมีโลหิตซึมไหลออกมา ความสำนึกผิดที่กัดกินหัวใจมาตลอดห้าปีพลันแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงโหมกระหน่ำ เขารีบก้าวเท้าพรวดพราดออกไปจากท้องพระโรงทันที โดยไม่สนใจเสียงทักท้วงใดๆ ของข้าราชบริพาร ร่างสูงมุ่งตรงไปยังม้าคู่ใจด้วยหัวใจที่เต้นระรัวดั่งกลองศึก *ลี่หลิน... เจ้ากลับมาแล้วใช่หรือไม่? เจ้ากลับมาเพื่อลงทัณฑ์ข้าแล้วใช่หรือไม่?* หิมะยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย กลบเกลื่อนรอยเท้าบนพื้นถนน ทว่ารอยแผลในอดีตกำลังจะถูกกรีดซ้ำให้ลึกยิ่งกว่าเดิม เมื่อโชคชะตาได้นำพาพวกเขากลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง บนเส้นทางแห่งความแค้นที่ไม่มีวันหวนกลับ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในเส้นทางแห่งความแค้นและหยาดน้ำตานี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจันทร์สลักรอยแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%