เซฟโซนของคนปากร้ายกับนายช่างจอมกวน•ตอนที่ 2

กฎเหล็กของคนมั่นหน้า

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
"ถ้าคิดว่าตัวเองเก่งนักและโปรเจกต์นี้มันกระจอกงอกง่อยในสายตาคุณนัก... เชิญครับท่านสถาปนิกผู้สูงส่ง พรุ่งนี้แปดโมงเช้า สวมรองเท้าผ้าใบแล้วลงมาคุมหน้างานเองเลยไหมล่ะครับ!" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความกวนประสาทแบบไม่คิดจะเกรงใจใครดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของอู่ซ่อมรถขนาดใหญ่ กลิ่นอายของน้ำมันเครื่องผสมผสานกับเหงื่อจางๆ และความร้อนระอุจากเครื่องยนต์ที่เพิ่งดับลง ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวคุกรุ่นราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิตแล่นพล่าน คีย์ ธันวา เม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง นัยน์ตาสีเข้มคมกริบกวาดมองร่างสูงโปร่งในชุดช่างสีเข้มที่ยืนกอดอกพิงฝากระโปรงรถคลาสสิกด้วยท่าทางสบายๆ แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยประกายท้าทายอย่างชัดเจน ให้ตายสิ... ผู้ชายคนนี้ช่างหาเรื่องเก่งเป็นที่หนึ่ง! สถาปนิกหนุ่มเจ้าระเบียบผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครอย่างคีย์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังตีรวนขึ้นมาถึงลำคอ เหตุการณ์เมื่อครู่ที่เกือบจะพลาดพลั้งแนบชิดกันจนหัวใจเต้นผิดจังหวะถูกปัดตกไปอย่างรวดเร็วด้วยคำพูดขวานผ่าซากของเพลิง กวินทร์ เจ้าของอู่ตัวแสบที่ขยันหาเรื่องมาปวดหัวให้เขาได้ไม่เว้นแต่ละวัน "พูดจาให้มันน้อยๆ หน่อยนะครับคุณกวินทร์ หน้างานไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่คุณจะมาท้าทายใครเล่นๆ ตามอำเภอใจ" คีย์เชิดใบหน้าขึ้นเล็กน้อย ปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบเย็นชาเพื่อปกปิดพิรุธและความปั่นป่วนในอกที่ยังสงบไม่ลง "หน้าที่ออกแบบคือผม ส่วนหน้าที่ซ่อมและทำตามแบบให้มันตรงกับสเปกคือคุณ แยกแยะให้ออกด้วยครับว่าใครมีหน้าที่อะไร" เพลิงหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยความขบขัน ร่างสูงผละออกจากฝากระโปรงรถแล้วก้าวเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย ทีละน้อย จนคีย์ต้องเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ แต่ติดที่ขอบโต๊ะทำงานตัวใหญ่จนไร้ทางหนี "หึ... แยกแยะเก่งดีนี่ครับ" เพลิงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนเส้นผมสีเข้มที่ชื้นเหงื่อลู่ลงปรกหน้าผาก กลิ่นกายสะอาดๆ เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายเฉพาะตัวของผู้ชายสายลุยลอยเข้าแตะจมูก "แต่ปากเก่งแบบนี้ จะเก่งเหมือนปากหรือเปล่าตอนที่ต้องมาเจอของจริงหน้างาน... พรุ่งนี้ผมรอดูนะครับท่านสถาปนิก อย่าเพิ่งถอดใจวิ่งร้องไห้กลับออฟฟิศไปซะก่อนล่ะ" "ผมไม่เคยหนีปัญหา... และที่สำคัญ ผมไม่ใช่คนประเภทดีแต่ปากเหมือนคุณด้วย" คีย์สวนกลับทันควัน นัยน์ตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกプラของอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวเร็วราวกับกลองเพลจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมันก็ตาม "ดีครับ งั้นเรามาพิสูจน์กัน" เพลิงยกยมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายกาจที่ทำเอาคนมองรู้สึกหมั่นไส้จนอยากจะหยิบประแจแถวนั้นมาฟาดสักที "พรุ่งนี้แปดโมงตรง หวังว่าจะไม่ตื่นสายนะคุณสถาปนิก" พูดจบ เจ้าของอู่ตัวแสบก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไปในโซนซ่อมบำรุงอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้คีย์ยืนกำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจอยู่หน้าโต๊ะทำงาน กฎเหล็กข้อแรกของการทำงานร่วมกับคนมั่นหน้าอย่างเพลิง กวินทร์ ผุดขึ้นมาในหัวทันที... *ห้ามแสดงความอ่อนแอ และห้ามหลงกลรอยยิ้มกวนๆ นั่นเด็ดขาด!* คืนนั้น คีย์แทบไม่ได้นอนทั้งคืน สมองของสถาปนิกหนุ่มจมอยู่กับการตรวจแปลนและรายละเอียดโครงสร้างซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ใช่เพราะเขากลัวคำท้าทายนั้น แต่เพราะเขาต้องการตบหน้าคนปากเสียด้วยผลงานที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติต่างหาก และเมื่อนาฬิกาปลุกเรือนหรูส่งเสียงร้องเตือนในเช้าวันรุ่งขึ้น คีย์ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแลคเข้ารูป พร้อมด้วยรองเท้าผ้าใบสีขาวสะอาดตาตามคำ "ท้าทาย" ก็ก้าวเท้าเข้ามาในอู่ซ่อมรถตรงเวลาเป๊ะแบบไม่ขาดตกบกพร่อง บรรยากาศยามเช้าภายในอู่ยังคงคึกคักไปด้วยเสียงเครื่องมือช่างและเสียงพูดคุยของเหล่าลูกน้องในอู่ แต่ทันทีที่ร่างโปร่งระหงของสถาปนิกหนุ่มก้าวล้ำเข้ามา สายตาทุกคู่ก็หันขวับมามองเป็นตาเดียว บ้างก็ส่งเสียงแซวเบาๆ บ้างก็มองด้วยความทึ่งที่คนเนี้ยบระดับนี้ยอมลงมาลุยงานภาคสนามจริง เพลิงที่กำลังยืนง่วนอยู่กับการขันน็อตใต้ท้องรถคลาสสิกคันเดิมเงยหน้าขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงการมาเยือน ดวงตาคมกริบกวาดสำรวจร่างโปร่งตั้งแต่หัวจรดเท้า รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้งราวกับพอใจกับภาพที่เห็น "นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว..." เพลิงยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง ใช้หลังมือปาดเหงื่อบนหน้าผากลวกๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ "นึกว่าคุณหนูตกยากจะกลัวจนหัวหดไปซะอีก" "ผมรักษาคำพูดเสมอ ต่างจากคุณที่เก่งแต่พูดแต่ฝีมืออาจจะงั้นๆ" คีย์ย้อนกลับทันควัน สายตาคมกวาดมองเครื่องมือรอบตัวก่อนจะหยิบบล็อกชาร์ตขึ้นมาเปิดดู "ไหนล่ะจุดที่คุณบอกว่าทำตามแบบไม่ได้ ลองสาธยายให้ผมฟังหน่อยสิครับว่าสมองระดับคุณติดขัดตรงไหน" เพลิงหรี่ตามองคนตรงหน้า รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาจริงจังที่คาดเดาไม่ได้ ชายหนุ่มโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่ทำเอาคีย์ ขนลุกซู่ "ถ้าอยากรู้... ตามผมมาทางนี้ครับคุณสถาปนิก" เพลิงเอื้อมมือไปคว้าข้อแขนเรียวของคีย์ไว้หลวมๆ เพื่อนำทางไปยังมุมลึกสุดของอู่ โดยไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่า มีร่างคุ้นเคยของใครบางคนกำลังยืนกอดอกรออยู่ก่อนแล้วที่หน้าประตูกระจก "สวัสดีจ่ะ น้องคีย์... ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอหนูที่นี่นะ" เสียงหวานใสแต่แฝงความเยินยอที่คุ้นเคยดังขึ้น ทันทีที่คีย์เงยหน้าขึ้นมอง เจ้าของร่างก็สะดุดกึก ร่างเพรียวชะงักค้างทันทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่สวยของ "พิม" อดีตคู่หมั้นสาวที่เคยประกาศถอนหมั้นเขาไปอย่างไร้เยื่อใยเมื่อหลายเดือนก่อน เพลิงชะงักฝีเท้า หันกลับมามองสลับระหว่างคีย์กับผู้หญิงมาใหม่ด้วยแววตาฉงนสนเท่ห์ ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นปฏิกิริยาแข็งค้างของสถาปนิกหนุ่ม ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานและเป็นกำลังใจให้กันนะคะ หวังว่าจะฟินและจิกหมอนไปกับความปากแข็งของคีย์และความกวนของเพลิงกันนะคะ ขอตัวไปชงชาอุ่นๆ รอรับแรงกระแทกตอนต่อไปก่อนค่ะ!
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับนายช่างจอมกวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%