เซฟโซนของคนปากร้ายกับนายช่างจอมกวน•ตอนที่ 3

สมรภูมิในอู่ซ่อมรถ

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
“ถ้าคุณยังเอาแต่ยืนทำหน้าเหมือนคนกินยาขมแบบนั้น แทนที่จะหยิบประแจมาช่วยงาน ผมว่าเราคงได้รื้ออู่นี้กันจนถึงชาติหน้าแน่ครับ คุณสถาปนิก” เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความกวนประสาทดังขึ้นท่ามกลางกลิ่นน้ำมันเครื่องและเสียงค้อนเหล็กกระทบโลหะ คีย์ ธันวา ชะงักมือที่กำลังถือแท็บเล็ตจดบันทึกโครงสร้าง สถาปนิกหนุ่มตวัดสายตาคมกริบมองร่างสูงใหญ่ของเพลิง กวินทร์ ที่กำลังนอนไถลอยู่ใต้ท้องรถสปอร์ตคันหรู เผยให้เห็นเพียงช่วงแขนกำยำที่มีรอยสักจางๆ และคราบจาระบีที่เปื้อนบนผิวสีเข้ม “ผมเป็นสถาปนิกครับคุณเพลิง ไม่ใช่เด็กฝึกงานที่มาให้คุณใช้ทำโน่นทำนี่ตามใจชอบ” คีย์ตอกกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่าเชือดเฉือน “และที่สำคัญ งานโครงสร้างอู่นี้มันต้องการการวางแผน ไม่ใช่การมั่วซั่วเอาแรงเข้าแลกเหมือนที่คุณทำอยู่” “เหรอ” เพลิงยันตัวลุกขึ้นจากใต้ท้องรถ นัยน์ตาคมกริบสีเข้มสบประสานกับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของคีย์อย่างท้าทาย “แต่เท่าที่เห็น... คุณเอาแต่จดๆ จ้องๆ แถมยังทำหน้าบึ้งใส่ลูกค้าที่เพิ่งเดินออกไปเมื่อกี้อีก หึงเหรอครับ?” คีย์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแค่นยิ้มบางๆ ที่มุมปาก “หลงตัวเองไปหน่อยไหมคะ? ผมแค่รำคาญที่งานมันล่าช้า เพราะมัวแต่เสียเวลากับผู้หญิงคนนั้น” เพลิงลุกขึ้นเต็มความสูง ก้าวเข้ามาใกล้จนคนร่างโปร่งต้องถอยหลังไปชนกับชั้นวางเครื่องมือ กลิ่นเหงื่อจางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำมันเครื่องของผู้ชายตรงหน้าทำให้คีย์รู้สึกใจเต้นแรงอย่างประหลาด เขาพยายามปรับลมหายใจให้นิ่งที่สุด พยายามสร้างกำแพงน้ำแข็งที่เขามักใช้เป็นเกราะคุ้มกันตัวเสมอมา “รำคาญหรือหึง... เอาให้แน่” เพลิงโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนคีย์สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ “ถ้าคุณหึง ผมก็พร้อมจะไล่ทุกคนออกไปให้เหลือแค่เราสองคน แต่ถ้าคุณรำคาญ... ผมก็มีวิธีจัดการให้คุณหยุดพ่นคำพูดร้ายๆ ใส่ผมเหมือนกัน” “วิธีอะไร... จะใช้กำลังเหรอคะ?” คีย์เชิดหน้าขึ้น แม้หัวใจจะเต้นรัวเหมือนกลองชุด แต่เขาก็ไม่ยอมก้มหัวให้ความกดดันนี้เด็ดขาด “ไม่หรอก ผมไม่นิยมใช้กำลังกับคนที่อยากถนอมเอาไว้หรอกนะ” เพลิงเว้นจังหวะ สายตาไล่สำรวจใบหน้าของสถาปนิกหนุ่มตั้งแต่ดวงตาเรียวรีไปจนถึงริมฝีปากบางที่มักจะพูดจาจิกกัดเขาเสมอ “แต่ถ้าปากร้ายนัก... เดี๋ยวผมจะจูบให้ปิดปากไม่อยู่เลยดีไหม?” คีย์ตัวแข็งทื่อ เขาไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะกล้าเล่นแรงขนาดนี้ ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้าจนต้องเบือนหน้าหนี “บ้าไปแล้ว...” “คุณนั่นแหละที่บ้า” เพลิงหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องกะทันหันราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “เอ้า! เลิกทำหน้าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อผมได้แล้ว หยิบตลับเมตรนั่นมาวัดระยะเสาตรงนี้ที ผมจะเปลี่ยนคานรับน้ำหนักใหม่ ถ้าคุณอยากให้มันเสร็จเร็ว ก็ลงมาช่วยกันทำงานซะ” ทั้งคู่ขลุกอยู่กับการวัดระยะและคำนวณโครงสร้างร่วมกันเป็นชั่วโมง บรรยากาศในอู่ที่เคยคุกรุ่นไปด้วยความขัดแย้งเริ่มผ่อนคลายลงเป็นความร่วมมือที่น่าประหลาดใจ คีย์พบว่าแม้เพลิงจะดูเป็นคนกวนประสาทและเอาแต่ใจ แต่ในแง่ของงานช่าง เขาเป็นคนที่ละเอียดและมีความคิดสร้างสรรค์อย่างน่าทึ่ง ขณะที่เพลิงเองก็เริ่มเข้าใจว่าภายใต้มาดนิ่งขรึมและถ้อยคำคมคายของคีย์ มันคือความห่วงใยในมาตรฐานงานที่ซ่อนอยู่ “ถ้าตรงนี้วางคานเหล็กแบบนี้ มันจะบังทัศนียภาพของโซนรับรองลูกค้านะครับ” คีย์เอ่ยขึ้นขณะชี้ไปที่แปลนกระดาษ “แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ ความแข็งแรงจะไม่ได้มาตรฐานตามที่คุณต้องการไม่ใช่เหรอ?” เพลิงแย้ง คิ้วหนาขมวดมุ่น “เราสามารถใช้เหล็กกล่องพ่นสีกันสนิมแทนได้ครับ มันบางกว่าแต่รับน้ำหนักได้เท่ากัน” คีย์อธิบายพร้อมกับวาดเส้นในกระดาษอย่างคล่องแคล่ว เพลิงมองคนข้างกายที่ตั้งใจทำงานจนลืมความโกรธเคืองไปชั่วขณะ เส้นผมที่ปรกหน้าของคีย์ทำให้เขานึกอยากจะเอื้อมมือไปปัดออกให้ใจจะขาด มือหนาที่เปื้อนคราบจาระบีเกือบจะเอื้อมไปแตะไหล่ของอีกฝ่ายอยู่แล้ว หากไม่เกิดเสียงเปิดประตูอู่ดังขึ้นเสียก่อน ทั้งสองคนหันไปมองพร้อมกัน ร่างของผู้หญิงคนเดิมที่เพิ่งเดินออกไปเมื่อตอนต้นตอนก้าวกลับเข้ามาอีกครั้ง พร้อมกับท่าทางตื่นตระหนกที่ทำให้คีย์ขมวดคิ้วแน่น “คุณเพลิงคะ! แย่แล้วค่ะ รถสปอร์ตที่เพิ่งส่งซ่อมไปเมื่อเช้า เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงบนถนนหน้าอู่... ดูเหมือนคนขับจะเป็นลูกน้องของคุณนะคะ!” เพลิงเบิกตากว้าง ความมั่นใจที่มีเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เขาหันกลับมาสบตาคีย์เพียงเสี้ยววินาที สายตาที่เคยล้อเล่นเปลี่ยนเป็นความสับสนและตื่นตระหนก ก่อนจะรีบคว้ากุญแจรถแล้ววิ่งออกไปจากอู่ทันที ทิ้งให้คีย์ยืนนิ่งอยู่กับแปลนงานในมือ ทว่า... ก่อนที่เพลิงจะก้าวพ้นประตูอู่ เขาหยุดฝีเท้าลงแล้วหันกลับมามองคีย์อีกครั้งด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา “คีย์... ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับผมที่นั่น อย่าลืมว่าผมยังมีเรื่องที่ยังไม่ได้พูดกับคุณอีกเรื่องหนึ่งนะ” คีย์ยืนแข็งทื่อ หัวใจหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เสียงเบรกดังลั่นจากภายนอกอู่ตามด้วยเสียงปะทะที่น่ากลัวดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ พร้อมกับการหายตัวไปของเพลิงที่ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกหน่วงๆ ในใจของสถาปนิกหนุ่มที่เพิ่งรู้ตัวว่า... เขาไม่อยากให้คนปากเสียคนนี้เป็นอะไรไปเลยแม้แต่นิดเดียว ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้พุดดิ้งคาราเมลนะคะ
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับนายช่างจอมกวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%