เซฟโซนสุดอันตรายของคุณสถาปนิกปากร้าย•ตอนที่ 2

รสนิยมที่เข้ากันไม่ได้

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
"นี่คือขยะงานศิลป์ที่ไร้รสนิยมที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาในรอบปี" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของคีย์ ธันวา ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องประชุมใหญ่ เขาโยนกระดาษแปลนสีสันฉูดฉาดของมินตราลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวยาวจนเกิดเสียงดังปัง ปลายนิ้วเรียวยาวดั่งนักเปียโนของเขาเคาะรัวลงบนขอบโต๊ะเป็นจังหวะกดดัน ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองมินตราด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ราวกับจะประเมินว่าเธอกล้าดียังไงถึงเอาผลงานระดับอนุบาลมาเสนอในโปรเจกต์ระดับลักชูรีของเขา มินตราไม่ได้ถอยหลังหนี เธอเหยียดหลังตรง กอดอกแน่น ดวงตากลมโตสบประสานสายตาที่เต็มไปด้วยความหยิ่งผยองของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่ลดละ เธอรู้ดีว่าสถาปนิกหนุ่มผู้นี้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าระเบียบและการรักษามาตรฐานความเรียบหรูแบบมินิมอลชนิดเข้าเส้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะมีสิทธิ์มาเหยียบย่ำความตั้งใจของเธอ "ขยะงั้นหรือคะ คุณคีย์?" มินตราเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความนัยที่คมกริบ "คุณมองข้ามความต้องการของกลุ่มเป้าหมายไปหรือเปล่าคะ โปรเจกต์นี้คือบ้านพักตากอากาศสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ไม่ใช่สตูดิโอถ่ายภาพแนวอาร์ตที่ต้องการความว่างเปล่าจนดูเย็นชาเหมือนห้องขังนักโทษ" คีย์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความกดอากาศรอบตัวดูจะลดต่ำลงจนคนที่เหลือในห้องประชุมต่างรีบก้มหน้ามองงานตรงหน้าด้วยความหวาดเกรง แต่สำหรับมินตรา นี่คือการปะทะกันของอุดมการณ์ "ความอบอุ่นไม่จำเป็นต้องใช้สีที่ดูเหมือนการระบายสีของเด็กสามขวบ" คีย์เดินอ้อมโต๊ะเข้ามาใกล้เธอ กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์จางๆ จากตัวเขาทำให้หัวใจของมินตราเต้นผิดจังหวะไปชั่วครู่ แต่นั่นไม่ใช่เพราะความประทับใจ หากเป็นเพราะแรงปะทะทางอารมณ์ที่รุนแรง "ดีไซน์ที่ดีต้องมีฟังก์ชันที่สื่อสารกับอารมณ์ผ่านความเรียบง่าย ถ้าคุณทำไม่ได้ ก็แค่ยอมรับว่าคุณยังมือไม่ถึง" มินตราหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เธอขยับตัวเข้าไปใกล้เขาจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว จนได้กลิ่นความดื้อรั้นและตัวตนที่ชัดเจนของเขา "มือไม่ถึง หรือแค่รสนิยมของคุณมันแคบจนมองไม่เห็นความสุขของผู้อยู่อื่นกันแน่คะคุณคีย์?" เธอเว้นจังหวะ ก่อนจะชี้ไปที่จุดสำคัญในแปลน "ถ้าคุณเอาแต่ยึดติดกับความเป๊ะจนลืมความเป็นมนุษย์ สถาปัตยกรรมของคุณก็เป็นได้แค่เพียง 'รูปปั้น' ที่สวยแต่ไร้วิญญาณ ดิฉันไม่ได้ออกแบบเพื่อตอบสนองอีโก้ของคุณ แต่ดิฉันออกแบบให้พื้นที่นี้เป็น 'บ้าน' ที่คนเขาสามารถหายใจได้เต็มปอดโดยไม่ต้องกลัวว่าจะทำพรมราคาแพงของคุณเปื้อน" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง คราวนี้เป็นความเงียบที่หนักอึ้งและตึงเครียด คีย์จ้องมองเธอเขม็ง แววตาที่เคยแข็งกร้าวเริ่มมีความไหวระริกบางอย่างที่เขาเองก็ไม่อาจนิยามได้ เขากำลังโกรธ หรือกำลังทึ่ง? เขาไม่อาจตอบตัวเองได้ในวินาทีนี้ "คุณกำลังท้าทายผม..." คีย์กระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างน่าประหลาด "ดิฉันแค่กำลังทำหน้าที่ของสถาปนิกที่เคารพในพื้นที่ของตัวเอง และเคารพความฝันของเจ้าของบ้านค่ะ" มินตราตอบโต้พลางเชิดหน้าขึ้น ก่อนที่สงครามประสาทจะบานปลายไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าส้นสูงที่ก้าวเข้ามาอย่างจงใจก็ดึงความสนใจของทุกคนในห้องไปที่ประตู ศิรินทร์ก้าวเข้ามาในชุดเดรสสีแดงเพลิง ใบหน้าของเธอแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ เธอกวาดสายตามองมินตราตั้งแต่นอนเท้าจนถึงศีรษะด้วยความเหยียดหยาม ก่อนจะหันไปหาคีย์ด้วยท่าทางที่ดูคุ้นเคยจนน่าหมั่นไส้ "คุยอะไรกันอยู่หรือคะคีย์ ดูเครียดกันจัง" ศิรินทร์เดินตรงเข้าไปจับแขนคีย์อย่างถือวิสาสะ "ถ้างานของเด็กใหม่คนนี้มันแย่จนทำให้อารมณ์เสีย รินว่าเราพอกันแค่นี้ดีไหมคะ งานดีไซน์แบบนี้... ไม่เห็นจะเข้ากับรสนิยมของคุณเลยสักนิด" มินตรามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ความรำคาญใจที่เคยมีต่อคีย์เปลี่ยนเป็นความรู้สึกติดค้างบางอย่าง เธอหมุนตัวเตรียมจะเก็บเอกสารและเดินออกจากห้องประชุมนี้ไป เพราะเธอไม่อยากมีส่วนร่วมกับเกมอำนาจของคนพวกนี้อีกแล้ว ทว่า ก่อนที่มือของเธอจะสัมผัสกับแฟ้มผลงาน คีย์กลับเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบที่สื่อถึงความสับสนและต้องการบางอย่างรั้งให้เธอหันกลับมาเผชิญหน้า "อย่าเพิ่งไป" คีย์เอ่ยเสียงต่ำพลางเหลือบมองศิรินทร์ด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะหันกลับมาสบตาเธออย่างจริงจัง "คุณยังอธิบายเหตุผลเรื่องสีในโซนห้องนั่งเล่นไม่จบ... ผมอยากฟังต่อว่าทำไมคุณถึงคิดว่ามันจะช่วยให้คนในบ้าน 'หายใจ' ได้สะดวกขึ้น" ศิรินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจกับท่าทีของคีย์ ส่วนมินตราเองก็ชะงักงัน เธอรับรู้ได้ถึงความสั่นไหวในสายตาของเขา ราวกับว่าเขากำลังหาทางหนีจากบางสิ่งที่ศิรินทร์พยายามยัดเยียดให้เขา ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังบีบคั้นถึงขีดสุด ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักออกอย่างแรงโดยเลขาหน้าห้องที่มีสีหน้าตื่นตระหนก "คุณคีย์คะ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งานสาขาสองแล้วค่ะ มีคนแอบเข้าไปทำลายโครงสร้างหลักจนพังเสียหายหมดเลยค่ะ!" คีย์ปล่อยข้อมือมินตราทันที เขาหันไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ฉายภาพเหตุการณ์ในไซต์งานผ่านกล้องวงจรปิด สีหน้าของเขากลายเป็นเคร่งขรึมและเย็นเยียบยิ่งกว่าเดิม เขาหันกลับมามองมินตราด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป... แววตาที่เต็มไปด้วยคำขอร้องเงียบๆ ให้เธอร่วมมือกับเขาเพื่อกู้วิกฤตนี้ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "ดรากอนไรเดอร์" นะครับ
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดอันตรายของคุณสถาปนิกปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%