"ถ้าคราวหน้าคุณยังจอดรถล้ำเส้นช่องของผมมาอีกนิดเดียว ผมจะถอดใจเอาคัตเตอร์กรีดล้อรถคุณให้หายแค้นเลยนะครับคุณสถาปนิก!"
เสียงตวาดแหลมสูงด้วยความหัวเสียดังลั่นโถงลิฟต์ชั้นเจ็ด สะท้อนก้องไปกับผนังปูนเปลือยจนรปภ.ที่เดินตรวจตราอยู่ไกลลิบยังต้องหันมามอง วินหอบหายใจจนอกกระเพื่อม ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงก่ำด้วยความโกรธ ทั้งที่เขากำลังจะเข้านอนตามคำท้าทายในสายโทรศัพท์เมื่อคืนอยู่แล้วเชียว แต่จู่ๆ ข้อความไลน์จากนิติบุคคลคอนโดเมื่อสิบนาทีที่แล้วก็ปลุกวิญญาณนักรบของเขาให้ลุกขึ้นมาแต่งตัวพุ่งลงมาข้างล่างแทบไม่ทัน
ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด กำลังยืนพิงกรอบประตูลิฟต์ด้วยท่าทางกวนประสาทที่สุดในสามโลก กันต์อยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำย้วยๆ กับกางเกงวอร์มที่ดูเหมือนเพิ่งตื่นนอน แต่เส้นผมหยักศกที่ยุ่งเหยิงนิดๆ กับรอยยิ้มมุมปากนั่นกลับทำให้ผู้ชายคนนี้ดูมีเสน่ห์ร้ายกาจอย่างน่าหมั่นไส้ สายตาคมกวาดมองร่างโปร่งในชุดนอนลายการ์ตูนขาสั้นที่ยืนเท้าสะเอวเอาเรื่องอยู่ตรงหน้า ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าอย่างจงใจสำรวจ
"โห... ใจร้อนจังเลยครับน้องวิน ยังไม่ทันได้จอดรถชิดขอบเลย แค่ล้ำมาเซนเดียวเองนะเนี่ย อีกอย่าง... เมื่อคืนเพิ่งบอกว่าจะฝันดีกันแท้ๆ ทำไมตื่นมาเช้านี้ถึงแปลงร่างเป็นยักษ์วัดแจ้งซะแล้วล่ะครับ" กันต์ลากเสียงกวนประสาท แถมยังทำทีเป็นยกมือขึ้นปิดหูทำท่ากลัว ทั้งที่แววตาพราวระยับระเบียบด้วยความสนุกสนานที่ได้แกล้งคนตรงหน้าให้สติหลุด
"ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีเลยนะ! รถคันตั้งแพง ซื้อป้ายแดงมาหมาดๆ แต่ไร้จิตสำนึกในการจอดรถมาก คุณเป็นสถาปนิกประสาอะไร แค่กะระยะช่องจอดรถแค่นี้ยังทำไม่ได้ หรือว่าตอนเรียนวิชาออกแบบช่องจอดรถคุณโดนอาจารย์ไล่ออกมาเหรอครับ!" วินก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายโดยไม่ทันระวัง ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นสบู่สะอาดๆ ลอยเข้าจมูกจนคนตัวเล็กต้องชะงักไปนิด แต่ความโกรธก็ยังทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังได้ดีเยี่ยม
กันต์ไม่ได้ถอยหนี เขากลับโน้มใบลงมาหาเล็กน้อย ดวงตาคมกริบก้มลงมองคนที่เตี้ยกว่านิดหน่อยด้วยความท้าทาย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏชัดเจนขึ้นบนริมฝีปากหยัก
"เปล่าครับ... ตอนเรียนผมได้เอทุกตัวนะเรื่องการจัดสรรพื้นที่เนี่ย" กันต์เว้นจังหวะนิดหนึ่ง ปล่อยให้ดวงตากลมโตของวินจ้องมองด้วยความฉุนเฉียว ก่อนจะกระซิบเสียงทุ้มต่ำชิดริมหู "แต่ที่จอดล้ำไปวันนี้น่ะ... ตั้งใจต่างหากครับ อยากรู้ว่าตื่นมาแล้วหน้าตาตอนโมโหของน้องกราฟิกฟรีแลนซ์คนนี้มันจะน่ารักสักแค่ไหน"
"ไอ้... ไอ้คนโรคจิต!"
วินหน้าแดงซ่านจนลามไปถึงใบหู มือบางง้างขึ้นเตรียมจะผลักอกแกร่งให้กระเด็น แต่จังหวะนั้นเอง ประตูลิฟต์ที่ปิดสนิทก็เปิดผางออก เสียงแจ้งเตือนชั้นล่างดังขึ้นขัดจังหวะพอดี กันต์หัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ก่อนจะถือวิสาสะยื่นมือมาขยี้ผมของวินจนยุ่งเหยิงไปหมด แล้วเดินสวนออกไปหน้าตาเฉย ทิ้งให้วินยืนกำหมัดแน่น กัดฟันกรอดด้วยความแค้นใจจนตัวสั่น
"ฝากไว้ก่อนเถอะคุณกันต์!" วินตะโกนไล่หลังคนกวนประสาทที่เดินฮัมเพลงอย่างสบายอารมณ์มุ่งหน้าไปยังร้านสะดวกซื้อหน้าคอนโด
ตลอดทั้งวันนั้น วินแทบไม่มีสมาธิทำงาน หน้าจอโปรแกรมกราฟิกเต็มไปด้วยเส้นสายที่วาดออกมารubลบเลิฟวนไปวนมา ภาพรอยยิ้มกวนประสาทกับคำพูดหน้าไม่อายของผู้ชายห้องตรงข้ามตามหลอนอยู่ในหัวไม่ยอมหยุดหย่อน เขาท cảทุบโต๊ะ ทั้งบ่นพึมพำคนเดียวจนแมวเปอร์เซียที่เลี้ยงไว้ยังต้องเดินหนีไปหลบใต้โซฟา
ให้ตายเถอะ... เซฟโซนที่เขาอุตส่าห์เลือกคอนโดนี้เพราะความสงบและเป็นส่วนตัว ทำไมตอนนี้มันถึงกลายเป็นสนามรบขนาดย่อมๆ ไปได้ล่ะเนี่ย!
พอกลุ่มก้อนความหงุดหงิดเริ่มบรรเทาลงด้วยชานมไข่มุกแก้วใหญ่ตอนหัวค่ำ วินก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนอนโซฟา ปลดปล่อยความเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวัน นิ้วเรียวเลื่อนเปิดหน้าจอโทรศัพท์มือถือเพื่อเช็กงานตามปกติ แต่ปลายนิ้วกลับเผลอกดเข้าไปที่หน้าต่างแชทสีเขียวของคนข้างห้องที่ยังค้างประวัติการสนทนาเมื่อคืนเอาไว้
*กันต์ (สถาปนิกหน้ามึน): "ว่าไงครับคนสวย... ยังไม่นอนอีกเหรอ?"*
วินมองข้อความนั้นแล้วเบะปากใส่หน้าจอหมั่นไส้คนพิมพ์เบอร์แรง แต่ในใจกลับมีความคิดแผลงๆ ผุดขึ้นมาแก้แค้นเอาคืนบ้าง นิ้วเรียวรัวพิมพ์ข้อความตอบกลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความหมั่นเขี้ยว
*วิน: "เลิกกวนประสาทผมสักทีได้ไหมครับคุณสถาปนิก ถ้าว่างมากนักก็เอาเวลาไปจัดกระดาษไขของตัวเองเถอะ!"*
ส่งเสร็จวินก็หัวเราะคิกคักคนเดียวด้วยความสะใจ คิดว่าอีกฝ่ายคงจะเปิดอ่านแล้วตอบกลับมาด้วยประโยคกวนๆ ตามสไตล์เหมือนเคย แต่ผ่านไปห้านาที... สิบนาที... ไม่มีวอลล์เปเปอร์ขึ้นสถานะว่ากำลังพิมพ์ ไม่มีแม้แต่เครื่องหมายอ่านแล้ว
ความเงียบเริ่มกัดกินบรรยากาศในห้องนั่งเล่น วินขมวดคิ้วด้วยความสงสัย หรือว่าหมอนั่นจะโกรธจริงๆ ที่เขาด่าไปชุดใหญ่หน้าลิฟต์เมื่อเช้า? หรือกำลังนั่งทำงานโปรเจกต์ใหม่อยู่จนไม่ได้สนใจโทรศัพท์?
ในจังหวะที่วินกำลังชั่งใจว่าจะกดยกเลิกข้อความดีไหม หรือจะพิมพ์ไปขอโทษเบาๆ ดีเพื่อรักษาฟอร์มคนแมน จู่ๆ หน้าจอมือถือก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนสายเรียกเข้า
ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอคือ... **"กันต์"**
วินสะดุ้งสุดตัว มือไม้เย็นเฉียบขึ้นมาดื้อๆ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามราวกับรัวกลองชุด เขาจ้องมองหน้าจอที่สั่นไหวอยู่ในมือด้วยความลังเล สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วว่าจะกดรับดีไหม หรือจะปล่อยให้มันตัดสายไปเองดี
แต่ทว่า... ก่อนที่นิ้วจะทันได้กดปฏิเสธสาย เสียงกริ่งหน้าห้องของเขาก็ดังขึ้น "ติ๊งหน่อง!"
วินผุดลุกขึ้นนั่งตัวตรงแน่ว ดวงตากลมเบิกกว้างด้วยความตกใจ เพราะเสียงกริ่งนั้นไม่ได้ดังมาจากลำโพงโทรศัพท์... แต่มันดังมาจากหน้าประตูห้องของเขาจริงๆ!
วินค่อยๆ ก้าวเท้าเปล่าเดินย่องไปที่หน้าประตูห้อง หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก มือบางเอื้อมไปส่องตาแมวเพื่อดูว่าใครยืนอยู่ข้างนอก... และภาพที่สะท้อนผ่านเลนส์ตาแมวก็ทำให้ลมหายใจของเขาติดขัดทันที
กันต์ยืนถือโทรศัพท์แนบหูด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้าง... กำลังเคาะประตูก๊อกๆ เบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ส่งตรงมายังตาแมว รอยยิ้มที่เหมือนจะรู้ดีว่าคนข้างในกำลังแอบมองอยู่
"เปิดประตูให้หน่อยสิครับคุณวิน..." เสียงทุ้มแหบพร่าลอดผ่านบานประตูเข้ามาเบาๆ "ผมมีเรื่องจะเคลียร์... แบบตัวต่อตัว"
เซฟโซนของผมไม่ใช่คนปากดีแต่เป็นพี่ข้างห้อง•ตอนที่ 2
สถาปนิกอะไร ปากเสียเป็นที่หนึ่ง
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมไม่ใช่คนปากดีแต่เป็นพี่ข้างห้อง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
