“ถ้าคุณคุมงานด้วยสายตาที่ไร้รอยหยักของสมองแบบนี้ เกรงว่าตึกแปดชั้นนี่คงไม่ได้ถล่มเพราะแผ่นดินไหวหรอกค่ะ แต่มันจะพังครืนลงมาเพราะความมักง่ายของคุณเองมากกว่า”
เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความเฉคมصلของรินรดาตวัดก้องไปทั่วพื้นที่เทคอนกรีตชั้นสามของไซต์งาน แสงไฟนีออนชั่วคราวสาดกระทบโครงสร้างเหล็กเส้นที่ผูกไว้อย่างแน่นหนา แต่บรรยากาศรอบตัวกลับร้อนระอุยิ่งกว่าเตาหลอมเหล็ก ร่างระหงในชุดยูนิฟอร์มวิศวกรสีเข้มสวมหมวกนิรภัยสีขาวก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดร่างสูงโปร่งของสถาปนิกหนุ่มที่กำลังยืนกอดอกตีสีหน้าราบเรียบราวกับรูปปั้นหินอ่อน
คินน์ไม่แม้แต่จะกะพริบตา เขาปรายตามองแบบแปลนในมือของหญิงสาวก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาสบกับดวงตากลมโตที่กำลังลุกโชนไปด้วยโทสะ
“ถ้าคุณใช้สมองซีกที่ใช้คิดเรื่องสร้างสรรค์มาวิเคราะห์แบบโครงสร้างสักนิด รินรดา คุณก็จะรู้ว่าระยะห่างของเหล็กปลอกตรงเสาโซน C มันไม่ได้คลาดเคลื่อนจนถึงขั้นต้องมายืนแว้ดๆ เสียงดังรบกวนสมาธิคนอื่นแบบนี้” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอื้อnเอ่ยออกมาอย่างเย็นชา ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งความรู้สึกผิดแผกไปจากเดิม ยิ่งทำให้อารมณ์ของวิศวกรสาวพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดเดือดเร็วยิ่งกว่าปรอทแตก
“แว้ดเหรอคะ? นี่คุณเรียกว่าการท้วงติงตามหลักวิศวกรรมว่าแว้ดงั้นเหรอ!” รินรดากัดฟันกรอด นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าใบชี้ไปยังจุดที่เกิดปัญหา “ดูนี่ค่ะ! สถาปนิกผู้สูงส่ง คานตรงนี้แอ่นตัวเกินลิมิตที่กฎหมายกำหนดไปสามมิลลิเมตรแล้ว ถึงมันจะดูเป็นตัวเลขน้อยนิดในสายตาคุณ แต่ถ้าวันดีคืนดีมีคนย้ายตู้เซฟขึ้นมาไว้ชั้นนี้ คานมันจะโก่งจนร้าวแล้วพาคนทั้งตึกไปยมโลกด้วยกันนะยะ!”
“ผมคำนวณมาอย่างดีแล้ว รินรดา” คินน์ขยับตัวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นอายความเป็นระเบียบและน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์อ่อนๆ ลอยปะปนกับกลิ่นฝุ่นปูน “ผมไม่เคยทำงานพลาด และที่สำคัญ... ผมเกลียดคนทำงานแบบลวกๆ แล้วมาโทษดีไซน์ของผมที่สุด”
“ฉันต่างหากที่ต้องบอกว่าเกลียดสถาปนิกเพอร์เฟกต์ชันนิสต์ที่สนใจแต่ความงามจนลืมคำนึงถึงความปลอดภัยของมนุษยชาติ!” รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลกาฬของเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะเริ่มเต้นรัวผิดจังหวะด้วยความใกล้ชิดที่ฉับพลันนี้ก็ตาม
บ้าจริง... ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อระบบประสาทสัมผัสของเธอเกินไปแล้ว ไม่ว่าจะยืนใกล้ในมุมไหน รัศมีกดดันและความหล่อเหลาแบบคมคายบาดใจนี่ก็มักจะทำให้เธอเสียสมาธิอยู่เรื่อย
“ถ้าคุณคิดว่าผมใส่ใจแต่ความงาม ทำไมไม่ลองพิสูจน์ดูล่ะ ว่าโครงสร้างที่ผมออกแบบเนี่ย มันรับน้ำหนักได้มากกว่าที่มาตรฐานกำหนดไว้กี่เปอร์เซ็นต์?” คินน์โน้มใบหน้าลงมาต่ำจนลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ข้างแก้มเนียน น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นกระซิบแผ่วเบาที่ชวนให้รู้สึกสั่นสะท้านในช่องท้อง “แต่ถ้าผลลัพธ์มันออกมาว่าผมถูก... คุณต้องเลี้ยงกาแฟผมหนึ่งเดือนเต็ม”
“ฝันไปเถอะค่ะ!” รินรดาผลักอกแกร่งออกห่างด้วยแรงที่ไม่เบานัก แม้สัมผัสผ่านเสื้อผ้าเนื้อหนาจะทำให้รู้ว่าแผ่นอกนั้นเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นขนัดก็ตาม “ถ้าฉันชนะ คุณต้องเป็นคนกวาดทำความสะอาดชั้นนี้ด้วยตัวเองทั้งหมดสามวันติดต่อกัน!”
“ดีล” คินน์ยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่นานๆ ครั้งจะปรากฏบนใบหน้านั้นทรงพลังเสียจนทำเอาวิศวกรสาวถึงกับเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ “เตรียมตัวแพ้ได้เลย วิศวกรคนเก่ง”
ในจังหวะที่สงครามประสาทกำลังดำเนินไปถึงจุดเข้มข้นที่สุด เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทักทายที่คุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากบันไดหนีไฟ
“ริน! อยู่นี่เองเหรอ พอดีเลย ฉันเอาผลตรวจดินชุดล่าสุดมาให้ดู... อ้าว คินน์ ก็อยู่ด้วยเหรอเนี่ย บรรยากาศน่ารักเชียวนะ สองคนนี้” ธันวาเพื่อนสนิทหนุ่มของรินรดาก้าวเข้ามาพร้อมกับม้วนกระดาษในมือ รอยยิ้มกว้างขวางถูกส่งมาให้ทั้งคู่โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังเดินเข้ามาขัดจังหวะความเป็นความตายของใครบางคน
รินรดารีบถอยหลังกรูดออกจากรัศมีอ้อมแขนที่เกือบจะกักขังเธอไว้ ใบหน้านวลขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่ถูกจับได้ว่ากำลังยืนประชิดตัวกับคู่ปรับ ส่วนคินน์นั้นหุบยิ้มฉับพลัน ดวงตาสีนิลตวัดมองธันวาด้วยแววตาหงุดหงิดอย่างไม่ปิดบัง ราวกับอยากจะไล่เพื่อนสนิทของเธอกลับบ้านไปเสียเดี๋ยวนี้
“มีอะไรก็ว่ามาธันวา อย่าเพิ่งพูดมาก” รินรดาเอ่ยเสียงดุเพื่อกลบเกลื่อนอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะของตัวเอง
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นอย่างงงๆ กับท่าทีนั้น ก่อนจะกางม้วนกระดาษพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่ออกบนโต๊ะทำงานสนาม “นี่ไง ผลตรวจดินโซนด้านหลังตึก... มันมีปัญหาใหญ่กว่าเรื่องคานแอ่นที่คุณสองคนเถียงกันเมื่อกี้ซะอีก เพราะจากข้อมูลล่าสุด ชั้นดินดานข้างล่างมันทรุดตัวเร็วกว่าที่เราประเมินไว้ถึงสิบเปอร์เซ็นต์!”
รินรดาเบิกตากว้าง รอยยิ้มท้าทายเมื่อครู่มลายหาย Wไปสิ้น ความตกใจเข้ามาแทนที่ในพริบตา เธอก้มลงมองตัวเลขบนกระดาษสลับกับโครงสร้างเสาเข็มที่ตอกลงไปแล้ว
คินน์หุบสีหน้าระรื่นลงทันที รังสีความจริงจังแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับเปิดแอร์ติดลบ มือเรียวยาวหยิบเอกสารผลตรวจขึ้นมาพิจารณาอย่างรวดเร็ว กรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน
“ถ้าดินทรุดตัวแบบนี้ การกระจายน้ำหนักของฐานรากทั้งหมดจะผิดเพี้ยนไปจากแบบจำลองสามมิติที่ผมทำไว้” คินน์เอ่ยเสียงเครียด นัยน์ตาคมกริบหันกลับมามองรินรดาที่กำลังยืนช็อกค้างอยู่ตรงหน้า “และถ้าเราไม่รีบสั่งระงับการเทคอนกรีตชั้นสามในอีกสิบนาทีนี้... โครงสร้างทั้งหมดจะพังทลายลงมาทับคนงานครึ่งร้อยชีวิตข้างล่างทันที!”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านความฟินและปมร้อนๆ ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - เอมเมอรัลด์อายส์
สูตรคูณหัวใจฉบับวิศวกรสายคุมงาน•ตอนที่ 2
หน้างานที่ไม่สงบสุข
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรคูณหัวใจฉบับวิศวกรสายคุมงาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
