คุณหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชะตายุค 70 ด้วยเข็มทองคำ•ตอนที่ 42

ความในใจของมู่ซิน

ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
กลิ่นอายของยาต้มสมุนไพรจีนเข้มข้นลอยอบอวลอยู่เต็มห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ ในสถานีอนามัยประจำคอมมูน ปลายเข็มเงินเล่มบางสะท้อนกับแสงตะเกียงน้ำมันก๊าดเกิดประกายวาววับ หลินมู่ซินใช้นิ้วเรียวสวยกดลงบนจุดฝังเข็มที่แผ่นหลังของคนไข้ชราอย่างแม่นยำ ทุกการเคลื่อนไหวของนางเปี่ยมไปด้วยความมั่นคงและนิ่งสงบ ทว่าลึกลงไปในแววตากลับมีความเหนื่อยล้าซ่อนอยู่ "คุณหมอหลิน พักสักหน่อยเถอะค่ะ ลูกสาวของลุงเฉินเอาซุปฟักทองมาฝาก วางไว้ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อครู่แล้วนะคะ" พยาบาลสาวฝึกงานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรงอกเกรงใจ พร้อมกับชี้ไปยังหม้อดินเผาขนาดเล็กที่ส่งกลิ่นหอมหวานโชยมาเตะจมูก มู่ซินชะงักมือเล็กน้อย นางดึงเข็มเงินเล่มสุดท้ายออกอย่างนุ่มนวล ก่อนจะใช้ผ้าก๊อซเช็ดทำความสะอาดผิวหนังให้คนไข้อย่างพิถีพิถัน "ฝากขอบคุณพวกเขาด้วยนะคะ... บอกว่าฉันยังไม่หิว ให้ลุงเฉินดื่มซุปอุ่น ๆ นี้เสียก่อนจะดีกว่า ร่างกายของแกเพิ่งผ่านวิกฤตการขับพิษมา ยังบอบช้ำมากค่ะ" มู่ซินตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาดำขลับไม่ได้ละไปจากสมุดบันทึกการแพทย์บนโต๊ะ ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่ร่างระหงนี้ทะลุมิติมาอยู่ในยุค 1970 อันแร้นแค้นและเต็มไปด้วยสายตาสอดรู้สอดเห็น หลินมู่ซินใช้กำแพงความเยือกเย็นและความรู้ทางการแพทย์โบราณห่อหุ้มตัวเองเอาไว้ นางมองผู้คนรอบข้างเป็นเพียง "คนไข้" ที่ต้องรักษาและ "ผู้ไม่หวังดี" ที่ต้องระวังตัว นางไม่เคยเปิดช่องว่างให้ใครเข้ามาในใจ ด้วยเกรงว่าความผูกพันจะกลายเป็นจุดอ่อนที่ทำให้ตนเองต้องพบกับความเจ็บปวดซ้ำรอยเดิมเหมือนชาติภพก่อน ทว่า... ภาพเหตุการณ์เมื่อช่วงบ่ายยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ ตอนที่นางเกือบจะเป็นลมล้มพับลงไปเพราะอดนอนติดต่อกันสามวันเพื่อคิดค้นตำรับยาป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล เป็นมือหนาหยาบกร้านคู่หนึ่งที่ยื่นเข้ามาประคองเอวของนางไว้อย่างมั่นคง ไอร้อนจากฝ่ามือของเฉินเหว่ยแผ่ซ่านทะลุผ่านเสื้อผ้าเนื้อหยาบเข้ามาถึงแผ่นหลัง แม้เขาจะไม่ได้เอ่ยคำหวานเลี่ยนหูแม้แต่ครึ่งคำ มีเพียงถ้อยคำดุแกมบังคับตามประสาชายชาติทหารว่า *"ถ้าคุณหมอหลินล้มป่วยลงเสียเอง แล้วชาวบ้านตีนเขาเหล่านี้จะพึ่งพาใคร?"* คำพูดนั้น... ในคราแรกนางคิดว่ามันเป็นเพียงหน้าที่และความรับผิดชอบ แต่ยามนี้นึกย้อนกลับไป หัวใจที่ด้านชามานานกลับกระตุกวูบอย่างประหลาด ก๊อก ๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ ส, ดึงมู่ซินออกจากภวังค์ความคิด นางเงยหน้าขึ้นมองเห็นเงาร่างสูงโปร่งของนายทหารหนุ่มทาบทับอยู่หลังบานประตูไม้เก่า ๆ เฉินเหว่ยยืนนิ่งอยู่ที่นอกจากระเบียง ในมือของเขามีห่อกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าที่บรรจุอะไรบางอย่างส่งกลิ่นหอมกรุ่น "ยังไม่นอนอีกหรือครับ... เอ้ย... ยังไม่นอนอีกหรือคะ" เฉินเหว่ยเกือบจะเผลอใช้สรรพนามคุ้นชิน แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาดุคมที่มองมา เขาจึงรีบเปลี่ยนคำพูดอย่างเก้อเขิน ใบหน้าคมคายที่มักจะเรียบเฉยปรากฏร่องรอยความประหม่าเล็กน้อย ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่ง มู่ซินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นางวางปากกาขนนกในมือลง เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ถ้าผู้กองเฉินมาเพื่อจะพูดเรื่องเดิม ๆ ที่ให้ฉันพักผ่อน เกรงว่าคุณคงต้องเสียเที่ยวแล้วค่ะ งานของฉันยังไม่เสร็จ" เฉินเหว่ยไม่ยอมถอยเดิน เขาผลักประตูก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายบุรุษและกลิ่นจาง ๆ ของสนิมเหล็กกับดินปืนลอยตามเข้ามาด้วย เขาวางห่อกระดาษลงบนโต๊ะทำงานรก ๆ ของนางอย่างเบามือ เมื่อเปิดออกเผยให้เห็นมันฝรั่งเผาร้อน ๆ ส่งควันฉุยและกลิ่นหอมกรุ่น "ผมไม่ได้มาสั่งสอนเรื่องที่คุณควรดูแลตัวเองหรอกครับ..." เฉินเหว่ยหยุดชะงักไปชั่วครู่เมื่อเห็นสายตาจับผิดของหญิงสาว เขาจึงกระแอมเบา ๆ แล้วแก้คำพูดใหม่ "เอ่อ... หมายถึง ฉันไม่ได้มาสั่งสอนหรอกนะคะ ฉันแค่... ผ่านมาทางนี้ เห็นไฟในห้องคุณยังสว่างอยู่ และบังเอิญไปเจอเจ้าสิ่งนี้ที่บ้านพักทหารพอดี มันยังร้อน ๆ อยู่ ถ้าปล่อยให้เย็นเสียรสชาติหมด" มู่ซินมองมันฝรั่งเผาตรงหน้าสลับกับใบหน้าคมคายที่ดูเก้ ๆ กัง ๆ ของนายทหารหนุ่ม หัวใจที่เคยปิดตายค่อย ๆ เกิดรอยร้าวเล็ก ๆ ขึ้นอย่างช้า ๆ ตลอดชีวิตที่ผ่านมา นางต้องดิ้นรนต่อสู้ด้วยตนเอง ไม่เคยมีใครสังเกตเห็นความอ่อนล้าเบื้องหลังท่าทีที่เย่อหยิ่งและเด็ดขาดของนางเลย มีเพียงเฉินเหว่ย... ผู้ชายคนนี้ที่มักจะปรากฏตัวในยามที่นางต้องการความช่วยเหลือมากที่สุดเสมอ แม้กระทั่งในวันที่นางถูกหลินจูกล่าวหาและใส่ร้าย เขาก็เป็นคนแรกที่ก้าวออกมาขวางหน้าและใช้ตำแหน่งทหารรับประกันความบริสุทธิ์ให้นางโดยไม่เอ่ยปากถามหาเหตุผลสักคำ "คุณทำแบบนี้ทำไมคะ เฉินเหว่ย" มู่ซินเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มราวกับต้องการค้นหาความจริงบางอย่าง "คุณก็รู้ว่าฉันไม่ใช่คนอ่อนหวาน และฉันก็ไม่ได้ต้องการความสงสารจากใคร" เฉินเหว่ยเงียบไป อากัปกิริยาของเขาไม่ได้แสดงความโกรธเคือง มีเพียงความลึกซึ้งและจริงจังที่ฉายชัดอยู่ในแววตาคม เขยิบเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานอีกก้าวหนึ่ง จนมู่ซินได้กลิ่นกายสะอาดสะอ้านแบบผู้ชายลอยมาแตะจมูก "ผม... ฉันไม่ได้สงสารคุณเลยสักนิด หลินมู่ซิน" น้ำเสียงของเฉินเหว่ยทุ้มนุ่มและจริงจังเป็นที่สุด "สิ่งที่ฉันทำ ไม่ใช่เพราะหน้าที่ ไม่ใช่ความสงสาร แต่เป็นเพราะ... ฉันไม่อยากเห็นคุณแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว คนเราต่อให้เก่งกาจมาจากไหน ก็มีวันที่ต้องเหนื่อยล้าไม่ใช่หรือคะ? การยอมให้คนอื่นเข้ามาแบ่งเบาภาระบ้าง... ไม่ใช่เรื่องน่าอายหรอกนะ" คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงบนกำแพงน้ำแข็งในใจของหลินมู่ซินจนพังทลายลงมาทีละน้อย ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดไหล뢰เข้าสู่ขั้วหัวใจอย่างห้ามไม่อยู่ ตั้งแต่มะพร้าวต้มยันยาจีนขมปี๋ นางไม่เคยคิดเลยว่าจะมีใครสักคนเข้าใจความโดดเดี่ยวที่นางซ่อนไว้ภายใต้หน้ากาก "หมอหญิงผู้เก่งกาจ" ได้ดีเท่าชายหนุ่มตรงหน้านี้ มู่ซินเม้มริมฝีปากแน่น นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมความสั่นไหวของอารมณ์ มือเรียวยื่นไปหยิบมันฝรั่งเผาร้อน ๆ ขึ้นมาถือไว้ ความอุ่นซ่านแผ่ซ่านจากปลายนิ้วเข้าสู่ร่างกาย นางเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาที่เคยเย็นชาในคราแรกบัดนี้อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด "ขอบคุณนะคะ... เฉินเหว่ย" เสียงของนางเบายิ่งกว่าเสียงกระซิบ แต่มันกลับก้องกังวานอยู่ในความเงียบงันยามวิกาลอย่างชัดเจน เฉินเหว่ยคลี่ยิ้มออกมาเป็นครั้งแรก รอยยิ้มนั้นทำให้ใบหน้าที่เคร่งขรึมดูอบอุ่นและมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตาเห็น บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกโอบล้อมด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้งที่ก่อตัวขึ้นเงียบ ๆ ระหว่างคนทั้งสอง ทว่าความเงียบสงบนั้นยังไม่ทันได้ยืดยาว... กึก! เสียงฝีเท้าหนักอึ้งที่ดังผิดปกติพร้อมกับเสียงทุบประตูดังโครมใหญ่จากด้านนอกสถานีอนามัยก็ทำลายบรรยากาศลงในพริบตา! "คุณหมอหลิน! คุณหมอหลินอยู่ข้างในไหมคะ! ช่วยด้วย! ลูกชายฉัน... ลูกชายฉันอยู่ ๆ ก็ชักน้ำลายฟูมปาก เลือดออกจมูกไม่หยุดเลยค่ะ!" เสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกของหญิงชาวบ้านคนหนึ่งดังแว่วเข้ามา พร้อมกับเงาร่างตะקุกตะกักของใครบางคนพุ่งชนประตูห้องจนบานไม้แทบหลุดจากวงกบ! มู่ซินผุดลุกขึ้นยืนทันที ประกายตากลับมาเฉียบคมและเด็ดขาดในเสี้ยววินาที นางกำลังจะก้าวเท้าออกไปดูคนไข้ ทว่าเมื่อกวาดสายตาผ่านช่องประตูที่เปิดอ้าออก นางกลับต้องชะงักง้างด้วยความตกตะลึง—ร่างของเด็กชายที่ถูกอุ้มเข้ามานั้น... มีรอยเข็มสีดำคล้ำปักอยู่กลางหน้าผาก ซึ่งเป็นลักษณะอาการพิษที่นางคุ้นเคยดีจากตำตำราพิษโบราณที่หายสาบสูญไปแล้ว! ติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะคะ อวี้ซินหมอยายุค 70
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชะตายุค 70 ด้วยเข็มทองคำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%