ทายาทตระกูลดังปะทะดีไซเนอร์ตกอับ•ตอนที่ 9

กลิ่นอายอำนาจ

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
เอกสารสัญญาฉบับหนาถูกเลื่อนมาตรงหน้าด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทา เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่จากผู้บริหารอาวุโสแห่งบริษัทสิ่งทอรายใหญ่ดังสะท้อนก้องห้องประชุมวีไอพี ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก สายตาทุกคู่ในห้องต่างมองตรงมาที่ศิรินทร์ด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ระหว่างความเห็นใจกับความหวาดกลัวต่ออำนาจมืดที่กำลังบดขยี้พวกเขาอยู่เบื้องหลัง "คุณศิรินทร์... ทางเราคงต้องขอทบทวนเรื่องคอลเลกชันใหม่ทั้งหมดค่ะ" เสียงของกรรมการผู้จัดการหญิงเอ่ยขึ้นด้วยความลำบากใจ ดวงตาหลบเลี่ยงไม่กล้าสบตาดีไซเนอร์สาวที่กำลังหน้าถอดสี "ไม่ใช่ว่าผลงานของคุณไม่ดีนะคะ แต่... ทางผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ของกลุ่มทุนอัครเดโช ได้ส่งคำสั่งด่วนมาเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้เองค่ะ" ศิรินทร์เม้มริมฝีปากแน่นจนแทบห้ามเลือดไว้ไม่อยู่ เล็บคมจิกเข้าหากันจนฝ่ามือเจ็บแปลบ เธอยืนแข็งทื่ออยู่กลางห้องประชุมราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูแห่งความอับ "ผู้ถือหุ้นใหญ่?" ศิรินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามรักษาภาพลักษณ์ของดีไซเนอร์สาวผู้ประสบความสำเร็จเอาไว้ให้ได้มากที่สุด "หมายความว่ายังไงคะ? เราเซ็นสัญญาร่วมทุนกันไปแล้วนะคะท่าน ประชาสัมพันธ์ก็ปล่อยออกไปหมดแล้ว ถ้ามายกเลิกตอนนี้ ทางเราจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย..." "ฟ้องเหรอคะ?" เสียงหัวเราะเยาะเบาๆ ดังขึ้นจากมุมมืดของห้องประชุม รินรดาที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ราคาแพงค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เธอกวาดสายตามองคู่ปรับเก่าด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก "ศิรินทร์... เธอยังไม่รู้อีกเหรอว่าเกมนี้ใครเป็นคนถือไพ่เหนือกว่า" รินรดาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ชุดเดรสเข้ารูปสีดำสนิทขับเน้นให้รูปร่างเพรียวระหงดูทรงอำนาจและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน เธอก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะประชุมทีละก้าว เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดัง *กริ๊บ... กริ๊บ...* ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังความพินาศของศิรินทร์ "แก... รินรดา แกเข้ามาเกี่ยวอะไรด้วย!" ศิรินทร์กรีดร้องออกมาด้วยความเหลืออด สติที่เคยควบคุมไว้เริ่มกระเจิงเมื่อเห็นรอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าของคนที่เธอเคยเหยียบย่ำให้จมดิน "แกส่งใครไปเป่าหูผู้บริหารใช่ไหม นังตัวดี!" "ปากระวังหน่อยนะคะ คุณศิรินทร์" รินรดาหยุดยืนห่างจากอีกฝ่ายเพียงก้าวเดียว ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววคมกริบและเด็ดเดี่ยว "คนที่เธอเพิ่งโวยวายใส่เมื่อกี้... คือประธานกรรมการบริหารคนใหม่ของบริษัทคู่ค้าทุกรายที่เธอพึ่งพาต่างหากล่ะคะ" ทันทีที่ประโยคนั้นหลุดจากปาก บรรยากาศในห้องก็เงียบกริบลงทันที ศิรินทร์หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้สีเลือดบนใบหน้า สมองอื้ออึงจนประมวลผลไม่ทัน ผู้บริหารรอบโต๊ะต่างก้มหน้าหลบสายตา เพราะพวกเขารู้ดีว่า "ผู้ถือหุ้นใหญ่" ที่รินรดากำลังพูดถึงคือใคร คินน์ อัครเดโช... มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในแวดวงธุรกิจและการเงิน ผู้ชายที่สามารถสั่งปิดบริษัทส่งออกเสื้อผ้าชื่อดังได้ภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที เพียงแค่ปลายนิ้วกระดิก และเขากำลังทำมันเพื่อผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงนี้ รินรดาหันหลังให้กับศิรินทร์ที่กำลังยืนตัวสั่นเทา เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอ ก่อนจะกดส่งข้อความสั้นๆ หาใครบางคน *ทุกอย่างเรียบร้อยค่ะ* ไม่ถึงสามวินาทีถัดมา เสียงแจ้งเตือนข้อความตอบกลับก็ดังขึ้น พร้อมกับข้อความสั้นๆ จากคินน์ที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำด้วยความสะใจ *ดีมาก... เดี๋ยวผมไปรับ ลงมารอที่ล็อบบี้ได้เลยครับ คนสวยของผม* รินรดาเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ เธอหันกลับไปมองศิรินทร์ที่ตอนนี้ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยความหมดแรง ดวงตาดำขลับจ้องมองอดีตเพื่อนร่วมงานที่เคยขโมยผลงานของเธอไปอย่างสมเพช "จำไว้นะคะศิรินทร์..." รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกห้องหัวใจ "ของอะไรที่เคยขโมยไป... ถึงเวลาต้องคืนเจ้าของพร้อมดอกเบี้ยมหาศาลแล้วล่ะค่ะ" รินรดาก้าวเดินออกจากห้องประชุมด้วยท่าทีสง่างาม ทิ้งให้ศิรินทร์นั่งกรีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่งอยู่เบื้องหลัง เสียงโวยวายและเสียงข้าวของตกแตกดังไล่หลังมา แต่เธอไม่สนใจแม้แต่น้อย เพราะปลายทางข้างหน้ามีบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่ากำลังรออยู่ เมื่อก้าวพ้นประตูตึกสูงระฟ้า ลมเย็นยามค่ำพัดปะทะใบหน้า ทว่าสิ่งที่สะดุดตากลับไม่ใช่แสงไฟของเมืองกรุง แต่เป็นเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสีดำด้านลำใหญ่ที่กำลังร่อนลงจอดลานจอดดาดฟ้าอย่างเงียบเชียบ ใบพัดหมุนวนสร้างแรงลมมหาศาล ท่ามกลางการอารักขาของบอดี้การ์ดสวมสูทสีดำนับสิบชีวิต ประตูห้องโดยสารเปิดออก ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษของคินน์ก้าวลงมา เขาปรากฏตัวด้วยความเยือกเย็น ดุดัน และทรงอำนาจจนผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดมองด้วยความหวาดเกรง คินน์กวาดสายตาคมกริบหาเป้าหมาย ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกยิ้มขึ้นเมื่อสบตากับรินรดา เขาก้าวเข้าไปหาเธอด้วยฝ่าเท้ามั่นคง ท่ามกลางเสียงเฮลิคอปเตอร์ที่ค่อยๆ เบาลง พร้อมกับยื่นมือหนาออกมาตรงหน้าเธอ "จัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน ทว่าแฝงความร้ายกาจไว้เต็มเปี่ยม รินรดาวางมือเรียวลงบนฝ่ามืออุ่นของเขา รอยยิ้มร้ายลึกผุดขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว "เรียบร้อยดีค่ะ... ขอบคุณสำหรับของขวัญชิ้นใหญ่พอดิบพอดีนะคะ คุณคินน์" คินน์หัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ก่อนจะรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะ พร้อมกับกระซิบแนบใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังรู้สึกวาบหวามไปถึงขั้วหัวใจ "ของขวัญชิ้นแค่นี้ยังน้อยไปสำหรับคุณ..." คินน์เว้นจังหวะเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวไล้เบาๆ ที่พวงแก้มเนียน ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้รินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนคาดไม่ถึง "คืนนี้... ผมจะพาคุณไปเซ็นสัญญาครอบครองอาณาจักรแฟชั่นทั้งหมดของตระกูลศิรินทร์ไว้ในกำมือของคุณคนเดียวแบบเบ็ดเสร็จ... เตรียมตัวให้พร้อมนะครับที่รัก" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดังปะทะดีไซเนอร์ตกอับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%